Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2545
ฝ่ามรสุม "Super Brand Mall"             
 


   
www resources

โฮมเพจ เครือเจริญโภคภัณฑ์

   
search resources

เครือเจริญโภคภัณฑ์
Super Brand Mall
ธนินท์ เจียรวนนท์
Shopping Centers and Department store




"ผมทำอะไรสำเร็จไม่เคยดีใจเกิน 1 วัน ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดใจกับบรรดานักข่าว หลังพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ของศูนย์การค้าใหญ่ครบวงจรมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท "ซูเปอร์แบรนด์มอลล์" ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เขาบอกว่าการก่อสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกนั้นว่ายากนักหนาแล้ว แต่เมื่อมองไปข้างหน้างานที่จะทำต่อไปยิ่งยากกว่าหลายเท่านัก งานที่ว่าก็คือการดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในโครงการให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องคิดต่อว่าจะรักษาลูกค้าไว้ได้อย่างไร เขาหวังไว้ว่าอย่างแย่ที่สุดก็คือขาดทุนไปก่อน 3 ปี กำไรอีก 3 ปี ก็พอดีถึงจุดคุ้มทุน

ตลอดระยะเวลา 23 ปี ที่ลอดลายมังกรเข้าไปในประเทศจีน ธุรกิจของ ซี.พี. ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปในเรื่องการเกษตร เลี้ยงสัตว์ อุตสาหกรรม และธุรกิจค้าปลีก "โลตัสซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ขยายไปถึง 9 สาขา ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ดังนั้นการบริหารศูนย์การค้าขนาด 240,000 ตารางเมตรนั้น จึงเป็นเรื่องใหม่ที่ค่อนข้างท้าทายความสามารถกลุ่มนี้อย่างมากๆ เหมือนกัน

ธนินท์สรุปให้ฟังว่าการทำธุรกิจใหญ่ๆ นั้นไม่ได้หมายถึงความสบายจะตามมาเป็นผลลัพธ์อย่างเดียว เพราะบางครั้งหากมีปัญหาเกิดขึ้นมาความรวดเร็วหรือความฉลาดก็ยังไม่สามารถแก้ได้ หากปัญหานั้นไปเกี่ยวข้องกับสังคมหรือไปเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐ

เมื่อเป็นการทำธุรกิจที่ค่อนข้าง "ระวัง" จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า หลังจากพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเพียงไม่กี่วัน นักข่าวบางคน กลับมาไม่ทันหายเหนื่อย สกู๊ปข่าวบางชิ้นเกี่ยวกับโครงการนี้ยังไม่ทันได้ลงมือเขียน ก็ปรากฎข่าวใหญ่ว่าธนินท์ได้ขายโครงการซูเปอร์แบรนด์มอลล์ ให้กับนักลงทุนในจีนไปเสียแล้ว แม้ทาง ซี.พี.จะออกมาปฏิเสธในตอนนั้นว่ายังไม่ได้ขาย แต่ก็ยอมรับว่ามีนักลงทุนหลายรายสนใจที่จะซื้อจริง และยังมีข่าวอีกหลายกระแสสอดรับว่าหากได้ราคาดีก็ไม่แน่เหมือนกันที่กลุ่มนี้จะยอมขายโครงการนี้ออกไป หากเรื่องนี้เป็นจริงก็เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า วิธีคิดของเจ้าสัวคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ธุรกิจที่สร้างมากับมือไม่จำเป็นต้องกอดกำไว้กับตัวจนตายอีกต่อไป เมื่อสิ่งที่เขาสร้างมา สร้างมูลค่าเพิ่มให้เขาอย่างรวดเร็ว เขาก็พร้อมที่จะขายทันทีเหมือนกัน

แม้จะเป็นวิถีของการทำธุรกิจที่ปลอดภัยที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าอีกแง่มุมหนึ่งนั้น ภาพของ ซี.พี.ได้กลายเป็นนักปั่นราคาที่ยิ่งใหญ่ไปแล้ว เพราะแน่นอนเม็ดเงินที่ได้มานั้นย่อมคุ้มค่ากว่าการรอคอยอย่างต่ำๆ เป็นเวลา 7 ปีเป็นแน่

ส่วนโครงการ "ซูเปอร์แบรนด์มอลล์" ก็ไม่ใช่โครงการเล็กๆ ทุกอย่างที่เขาสร้างยี่ห้อ ซี.พี.รับประกันได้ ดังนั้นไม่ว่าธนินท์จะตัดสินใจขายโครงการนี้ไปแล้วหรือไม่ก็ตาม "เนื้อแท้" ของโครงการนี้ก็ยังคงดำรงอยู่

ซูเปอร์แบรนด์มอลล์ ตั้งอยู่ในทำเลทองบนที่ดิน 20 ไร่ ที่ ลู่เจียจุ่ย ในเขตผู่ตง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการค้าที่สำคัญของเมืองเซี่ยงไฮ้ อยู่ใกล้กับหอโทรทัศน์ โอเรียนทัล เพิร์ล ทีวี ทาวเวอร์ (Oriental Pearl TV Tower) และอาคารจิงเม่า ตึกสูงที่สุดของเมือง และไม่ไกลกันนักกับแม่น้ำ "หวงผู่" ที่สามารถมองออกไปเห็นฝั่ง "เดอะบันด์" (The Bund) ในเขตธุรกิจเก่าของเซี่ยงไฮ้ได้ถนัดตา

ตัวศูนย์การค้าประกอบไปด้วยอาคารสูง 10 ชั้น และชั้นใต้ดิน 3 ชั้น มีที่จอดรถ 1,200 คัน โดยตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงจากสหรัฐอเมริกา คือ Jerde Partnership inc. พื้นที่ประมาณ 2.4 แสนตารางเมตรนั้น หากเทียบกับโครงการศูนย์การค้าในบ้านเราก็ไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่าไรนัก เพราะมีขนาดพอๆ กับโครงการเดอะมอลล์บางกะปิ เดอะมอลล์บางแค ในขณะที่โครงการเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซีคอนสแควร์ หรือโครงการฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ก็มีพื้นที่มากถึง 400,000 ตารางเมตร

แต่จุดแตกต่างสำคัญอยู่ตรงที่เป็นศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางเมือง เซี่ยงไฮ้ ที่มีจำนวนประชากรมากถึง 16 ล้านคนและยังเป็นเมืองที่ประชาชน ของเขาพากันเข้ามาท่องเที่ยวเยี่ยมชมอีกปีละเป็นจำนวนมหาศาล ในขณะที่กรุงเทพฯ มีประชากรประมาณ 6 ล้านคนเท่านั้น ซี.พี.จึงมั่นใจอย่างมากว่าจำนวนผู้คนที่จะเข้ามาในศูนย์การค้าแห่งนี้ประมาณ 8 หมื่น ถึงแสนคนต่อวัน

กลยุทธ์ที่สำคัญของศูนย์การค้าแห่งนี้ คือการจัดวางโพสิชั่นนิ่งให้เป็นศูนย์การค้าสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับชั้น และทุกระดับราคา เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของผู้คนมากที่สุด โดยวางหมากให้โลตัส ซูเปอร์มาร์เก็ต ธุรกิจค้าปลีกในเครือเป็นตัวดึงดูดลูกค้าที่สำคัญโดยยึดหัวหาดในพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร บริเวณชั้นใต้ดิน 2 ชั้น คนมีรายได้น้อยอาจจะหาซื้อเสื้อผ้าในราคาตัวละ 60-70 หยวน ในโลตัส (1 หยวนประมาณ 5 บาทกว่าๆ) แต่หากซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาตัวละหลายร้อยหยวน ก็สามารถหาซื้อได้ในร้านสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกที่บริเวณชั้น 1 ชั้น 3 ชั้น 4 เป็น Life & Family ชั้น 5 เป็นศูนย์อาหาร ประเภท Side Walk ซึ่งหากไม่ชอบบรรยากาศที่จอแจ ก็สามารถไปทานอาหารแบบเซี่ยงไฮ้แท้ในภัตตาคาร "หลานยี่ป๋าง" ที่โด่งดัง และเพิ่งมาเปิดสาขาที่นี่ หรือหากอยากจะทานเชสเตอร์กิลล์ พิซซ่าฮัท แมคโดนัลด์ แม้แต่ร้านกาแฟดังสตาร์บัคส์ก็มีให้เลือก และเครือ ซี.พี.เองก็ได้มาเปิดร้านอาหาร "ไทย ไทย" ที่มีทีเด็ดของต้มยำกุ้งและไข่เจียวที่อร่อยจนคนจีนยุคใหม่ทิ้งตะเกียบที่บ้านมายืนเข้าคิวต่อแถวรอซื้อกันยาวเหยียดในวันเปิดร้าน

บนชั้นนี้ยังมี "ไทย ฟู้ด มาร์ท" ซูเปอร์มาร์เก็ตศูนย์รวมสินค้าผลิตภัณฑ์ ประเภทอาหารและผลไม้ไทยแปรรูป ในพื้นที่ 500 ตารางเมตร ซึ่งนอกจากจะเป็นร้านค้าปลีกแล้ว ยังเป็นเสมือนห้องแสดงตัวอย่างสินค้าที่มาจากประเทศไทย แก่บรรดาผู้ค้าส่งของจีนอีกด้วย

บนชั้น 8 ยังมีศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ เช่น โรงหนังระบบดิจิตอล คาราโอเกะ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ส่วนชั้น 9 มีแกรนด์คอนเวนชั่นฮอลล์ขนาดใหญ่สำหรับจัดนิทรรศการ หรือแสดงสินค้าต่างๆ ศูนย์รวมความบันเทิง ฟู้ดเซ็นเตอร์ และโลตัส เป็นเสมือนแม่เหล็กที่ผู้บริหารหวังไว้ว่าจะคอยดึงดูดผู้คนและสามารถขยายฐานออกไปอย่างต่อเนื่อง

สมคิด ตันทัดวาณิชย์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์ จำกัด ผู้รับผิดชอบบริหารศูนย์การค้าแห่งนี้ได้ประเมินรายได้ไว้ว่าในพื้นที่ขายจริงประมาณ 120,000 ตารางเมตรนั้น ใน 3 ปีแรก น่าจะได้ค่าเช่าประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ สัญญาเช่าเฉลี่ยระยะเวลาประมาณ 3 ปี คิดค่าเช่าคงที่ต่อเดือนต่อ ตร.ม. และแบ่งรายได้จากยอดขายคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วแต่ประเภทของสินค้าแตกต่างออกไป เฉพาะยอดขายประมาณการจะอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ถ้าเทียบเป็นเงินบาทก็ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

ซูเปอร์แบรนด์มอลล์ จึงเป็นความกล้าท้าทายอย่างหนึ่งของ ซี.พี. ที่มั่นใจในวิถีชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไปของชาวจีนยุคใหม่ที่กำลังจะก้าวผ่านระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว ส่วนใครจะเป็นผู้บริหารต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคอยดูกันต่อไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย