Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 พฤศจิกายน 2548
ซีเอสเล็งขอใบอนุญาตครบวงจร ชี้ฝีมือกทช.แข่งเสรีจริงปี 2550             
 


   
www resources

โฮมเพจ ซีเอส ล็อกซอินโฟ

   
search resources

ซีเอส ล็อกซอินโฟ, บมจ.- CSL
อนันต์ แก้วร่วมวงศ์
Networking and Internet




ซีเอส ล็อกซอินโฟ เล็งขอใบอนุญาตประเภท 2 และ 3 จาก กทช. หวังให้บริการครบวงจรทั้งลากสายเคเบิลไปหาลูกค้า ให้บริการบรอดแบนด์และเกตเวย์เพื่อเชื่อมต่อต่างประเทศ ชี้การแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมจะเห็นในปี 2550 วอนรัฐกำหนดยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีที่ชัดเจน มั่นใจเทคโนโลยีไฟเบอร์ทูโฮมจะมาทดแทนสายทองแดงที่จะเสื่อมสภาพ

นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเอส ล็อกซ อินโฟกล่าวว่า ซีเอสอยู่ระหว่างยื่นขอ ใบอนุญาตประเภท 2 และประเภท 3 กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กทช.) โดยใบอนุญาตประเภท 2 จะให้บริการในลักษณะการ เดินสายเคเบิลไปยังลูกค้าองค์กรที่ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็ว สูงหรือบรอดแบนด์ หรือการติดตั้งอุปกรณ์ที่ชุมสายของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ส่วนใบอนุญาตประเภทที่ 3 คือการขอให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ (International Internet Gate way หรือ IIG)

"เราต้องให้บริการครบวงจร แม้กระทั่งบริการ triple play ก็อยู่ในแผนซีเอสต้องให้บริการ ขึ้นอยู่กับเมื่อ ไหร่แค่นั้น"

เขาเห็นว่าการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมจริงๆในธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะเกิดขึ้นในปี 2550 หลังจากที่ กทช. ให้ใบอนุญาตใหม่และกำหนดกฎเกณฑ์ เข้าที่เข้าทางมากขึ้น และมองว่าในปีหน้าการแข่งขันในธุรกิจอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากนัก ถึงแม้ กทช.จะให้ใบอนุญาตไอเอสพีประเภท 1 หรือไม่มีโครงข่ายเป็นของ ตัวเองแล้วก็ตาม เพราะผู้เล่นรายหลัก ก็ยังเป็นหน้าเดิมๆ ในตลาด เนื่องจากตลาดบรอดแบนด์ส่วนใหญ่หรือมากกว่า 90% ถูกครอบครองด้วยผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ในขณะที่ไอเอสพีจริงๆ อย่างซีเอส เจไอเน็ต ไอเน็ต มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเป็นจำนวนน้อย หรืออาจมองได้ว่าตลาดคอน ซูเมอร์ได้ถูกเทกโอเวอร์ไปหมดแล้ว

นอกจากนี้การควบรวมกิจการของไอเอสพีรายเล็กก็ไม่มีความจำเป็น เพราะใบอนุญาตเปิดกว้าง การควบรวมต้องมีขนาดธุรกิจที่ใหญ่พอสมควร เหมือนกรณีกลุ่มทรูซื้อเอ็มเคเอสซี ซึ่งบทบาทของรายเล็กหรือไอเอสพีจริงๆ ก็ต้องโฟกัสตลาดที่ตนเองมีความเข้มแข็งและมีความถนัด อย่างกรณีซีเอส จะเน้นตลาดองค์กร กลุ่มลูกค้าที่สนใจกับคุณภาพการให้บริการ และไม่สนใจเรื่องราคา

"ที่ผมคิดว่าปี 2550 ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เพราะผมยังไม่เห็นโรดแมปของ กทช.ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม หรือประโยชน์ของผู้บริโภค อย่างเช่นเป้าหมายคนใช้บรอดแบนด์ ซึ่งหากดูงานที่ กทช.ต้องทำกับสปีดในการทำงาน ผมถึงคิดว่าปี 2549 ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

ซีเอสคาดว่าหากในปีหน้าได้ใบอนุญาตครบทั้ง 3 ประเภทจะมีขนาดการลงทุนสำหรับการลากสายเคเบิลไปยังลูกค้าองค์กรและให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท

นายอนันต์กล่าวถึงเทคโนโลยี Wi-Max ว่าหากกทช.มีความคิดที่จะเปิดเสรีจริง ซีเอสก็คงไม่กระโดดเข้าร่วมให้บริการด้วย เพราะจะเกิดปัญหา การรบกวนความถี่กัน ซึ่งการเปิดเสรีดังกล่าวควรมีเงื่อนไขกำกับ แต่ที่ผ่าน มาก็ยังไม่เห็นอะไรที่ชัดเจนออกมาจาก กทช. นอกจากนี้การที่กทช.ยึดหลักนิติบัญญัติ หรืออิงกฎหมายเป็นหลักในการทำงานโดยไม่นำหลักรัฐศาสตร์มาใช้ ซึ่งหมายถึงอะไรที่แน่ใจก็จะไม่เดินหน้าหรือรอการตีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมยังไม่ขยับไปไหนมากนัก

ธุรกิจโทรคมนาคมในวันนี้ หากมองภาพใหญ่ในลักษณะยุทธศาสตร์ของประเทศ กำลังเกิดความคลุมเครือ เพราะกระทรวงไอซีทีก็จะปฏิเสธความ รับผิดชอบในเรื่องโทรคมนาคมไปแล้ว โดยมองว่าเป็นเรื่องของ กทช. ในขณะที่ กทช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระก็จะสนใจเรื่องการกำกับดูแลในปัจจุบันมากกว่ามองยุทธศาสตร์ประเทศระยะยาว หรือการกำกับดูแลก็จะเน้น เรื่องเทคโนโลยีการเชื่อมต่อมากกว่าเรื่องแอปพลิเคชัน ในขณะที่เรื่องแอปพลิเคชันเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าอย่างการที่ใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อโครงข่ายไอพี ให้บริการ VoIP ไปต่างประเทศ ซึ่งมองได้ว่าการกำกับดูแลของ กทช.อาจไม่เท่าทันเทคโนโลยี ที่พัฒนาไปเร็วกว่า

นอกจากนี้ ในเรื่องเป้าหมายโครงข่ายพื้นฐานในระยะยาวถูกละเลยไม่ให้ความสำคัญอย่างกรณีสายทองแดงในปัจจุบัน อาจเสื่อมสภาพหรือล้าหลังในระยะเวลาสัก 10 ปีข้างหน้า รัฐควรออกมาส่งเสริมหรือกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศว่าจะมุ่งไปในทิศทางไหน
"ถามไอซีที ไอซีทีก็ตอบว่าไม่เกี่ยว เป็นเรื่อง กทช. ถาม กทช. กทช.บอกเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่รัฐไม่เกี่ยวเหมือนกัน สรุปคือไม่มีเจ้าภาพ ที่จะวางแผนเทคโนโลยีในระยะยา"

ในความเห็นของอนันต์ เขาคิดว่ารัฐ หรือ กทช.ควรส่งเสริมเทคโนโลยี ที่เรียกว่าไฟเบอร์ทูโฮม หรือการเดินสายเคเบิลใยแก้วไปถึงลูกค้า เพราะหากให้เอกชนลงทุนเองทั้งหมด เทคโนโลยีนี้ก็จะไม่เกิดเพราะใช้เงินลงทุนมาก รัฐควรใช้มาตรการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมบีโอไอ งดเว้นภาษี หรือเอกชนไม่ต้องลงเงินในเรื่องการให้บริการโทรคมนาคมทั่วถึง (Universal Service Obligation หรือ USO)

"รัฐไม่มีแผนพัฒนาที่ชัดเจน หากรอสัก 10 ปีสายทองแดงหมดสภาพ แล้วค่อยนึกถึงไฟเบอร์ทูโฮม มันก็ช้าไปแล้ว รัฐบาลต้องชี้เป้าว่าจะพัฒนาประเทศไปอย่างไร"

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ซีเอส มีรายได้รวม 631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111 ล้านบาทหรือ 21% เป็นรายได้จากธุรกิจโฆษณาผ่านสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง 264 ล้านบาทและจากบริการอินเทอร์เน็ต 367 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากไตรมาส 2 โดยเป็นกำไรจากธุรกิจโฆษณาผ่านสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง 66 ล้านบาทและธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ต 5 ล้านบาท สำหรับรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจโฆษณาผ่านสมุดหน้าเหลืองมีรายได้ 557 ล้านบาทและธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตมีรายได้ 1,087 ล้านบาท
ในส่วนของภาวะอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตในขณะนี้หลังจากที่กทช. ออกใบอนุญาตใหม่ จะทำให้มีคู่แข่งมากขึ้น แต่คาดว่าไม่มีผลกระทบเพราะเครือข่ายการบริการและต้นทุนถูกควบคุมด้วยผู้ประกอบการรายใหญ่, การซื้อกิจการหรือการรวมกิจการสะท้อนภาพบวกกับอุตสาหกรรม เพราะผู้เล่นน้อยลงและทำให้ตลาดมีความผันผวนน้อยลง ในส่วนของบริษัท เทเลอินโฟมีเดีย ซึ่งให้บริการสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง ยังคงเป็นผู้นำในตลาดไดเร็กทอรีส์โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 80% ส่วนบริการอื่นๆนอกเหนือจากนี้มีการเติบโตมากถึง 50%

ทิศทางของเทเลอินโฟมีเดียในปีหน้าจะเน้นการสร้างรายได้ให้เติบโต ด้วยการปรับปรุงตัวสินค้าและแจกจ่าย ไปยังภูมิภาค นิคมอุตสาหกรรม เพื่อขยายกลุ่มเพื่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทที่ลงโฆษณามากที่สุด

ส่วนรายได้จากประเภท Non Yellow Pages จะเป็นการเติบโตจาก ไดเร็กทอรีส์อื่นๆ บริการที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ บริการข้อมูลทางเสียง และจากการควบรวมหรือซื้อกิจการ ซึ่งได้เข้าซื้อกิจการของ Raffles Corp ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือ Station Buzz และ Health,Spa and Beauty   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย