Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2548
Silent Killer             
โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
 

   
related stories

Bangkok Heart Hospital
Perfect Heart-Piyavate
โรงพยาบาลรามคำแหง
Heart Center บำรุงราษฎร์

   
search resources

Hospital




โรคหัวใจ มฤตยูเงียบ! ที่อยู่ใกล้ตัวคุณ คือโปรดักส์ชิ้นใหม่ที่กำลังสร้างเม็ดเงินรายได้ตัวสำคัญเข้าโรงพยาบาล ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็มที่ผ่านมา โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งให้ความสำคัญเปิดศูนย์โรคหัวใจ และแข่งกันทำการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยระบุชัดว่า อัตราการตายของคนไทยจากสาเหตุของโรคหัวใจสูงติดอันดับ 1 ใน 3 เช่นเดียวกับโรคมะเร็งและอุบัติเหตุ โดยสอดคล้องกับอัตราการตายด้วยโรคหัวใจของคนทั้งโลก

มหันตภัยร้ายตัวนี้ค่อยคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะไปเปิดเผยตัวตนในช่วงอายุของผู้ชายวัย 45 ปี และผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงอายุที่กำลังแอคทีฟ กับการทำงานและเป็นกำลังสำคัญขององค์กร

เป็นโรคที่คนไข้ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่หายขาด เป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ จำนวนคนไข้ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเอื้อให้มีการค้นคว้า และทดลองอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นวิวัฒนาการใหม่ๆ ในเรื่องเครื่องมือและการรักษา

ผลที่ตามมาก็คือจำนวนคนไข้เสียชีวิตน้อยลงจากโรคลิ้นหัวใจรั่ว โรคหัวใจรูมาติก หรือโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งเป็นโรคยอดนิยมในช่วงแรกๆ กลายเป็นคนไข้เสียชีวิตอย่างฉับพลันจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มมากขึ้นจากเหตุผลสำคัญของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในเมืองใหญ่ที่มีแต่ความเร่งรีบรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และไม่มีเวลาออกกำลังกาย

"วันนี้ที่น่าจับตาอย่างมาก ก็คือโรคอ้วน ที่ตัวเลขการวิจัยในอเมริการะบุว่า คนอเมริกันเกินครึ่งมีน้ำหนักเกิน ตอนนี้ในเมืองไทยเริ่มมีตัวเลขที่สูงขึ้นแล้วเช่นกัน ซึ่งความอ้วนนี้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด และความดันเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือหัวใจวายฉับพลัน ซึ่งเกิดขึ้นมากที่สุดในบรรดาโรคหัวใจทั้งหมด" ศ.นพ.ศุภชัย ไชยธีระพันธ์ นายกสมาคมแพทย์หัวใจ ของประเทศไทยให้ข้อมูลกับ "ผู้จัดการ"

เมื่อจำนวนคนเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นช่องทางการทำตลาด ของโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ ซึ่งเห็นได้จากสงครามประชาสัมพันธ์ที่หนักหน่วงขึ้น ตั้งแต่ต้นปีเพื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่าเป็นศูนย์หัวใจครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสื่อบิลบอร์ด หนังสือพิมพ์ หรือโทรทัศน์ รวมทั้งรายการเพื่อสุขภาพต่างๆ ที่ได้ยกเรื่องนี้เป็นหัวข้อในการสนทนาอย่างหลากหลาย

เทคโนโลยีใหม่ๆ ทันสมัยทางการแพทย์ที่จำเป็นในการวินิจฉัยโรค กลายเป็นเครื่องมือในการแข่งขันที่มองเห็น และกระตุ้นการตัดสินใจของคนได้ ง่ายที่สุด ปัจจุบันมีเครื่องมือใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echo ชนิด 3 dimensions) เครื่องนวดกระตุ้นการทำงานของหัวใจ เครื่อง Cardiac MRI สำหรับดูการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจ รวมทั้งการใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด

ล่าสุดเมื่อประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่ามกลางแพทย์โรคหัวใจหลายพันคน มีการนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง "เซลล์บำบัด" (Cell Therapy) เพื่อรักษาโรคหัวใจจากทีมแพทย์ ของโรงพยาบาลศิริราชในประเทศไทยที่ร่วมกับสถาบันจากประเทศอิสราเอล ได้รับความสนใจอย่างมาก เช่นเดียวกับการบรรยาย เกี่ยวกับ Stem Cell Therapy in Asia ที่เมือง Dallas, Texas ของนายแพทย์กิติพันธ์ วิสุทธารมณ์ จากโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

เซลล์บำบัด เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของโลกในการรักษาโรคหัวใจ ที่ผิดหวังมาจากรักษาแบบอื่น โดยมีวิธีการนำเซลล์ที่แข็งแรงของตนเองมาทดแทนเซลล์ที่เสียไป ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองไทยกำลังทำการวิจัยและทดลองในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ศ.นพ.ศุภชัยยืนยันว่าขณะนี้มีคนไข้ของโรงพยาบาลศิริราชใช้วิธีนี้ไปแล้ว 20 คน แต่ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นวิธีการที่ใหม่และยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ดังนั้น เครื่อง CT Scan หรือเครื่องเอกซเรย์ความเร็วสูงในการตรวจหัวใจและหลอดเลือด จึงกำลังเป็นพระเอกในการประชาสัมพันธ์ ด้วยประสิทธิภาพที่ว่าสามารถตรวจและถ่ายภาพหัวใจได้อย่างรวดเร็วและคมชัด ทำให้ทราบได้ว่าคนไข้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่ และสามารถวางแผนรักษาขั้นต่อไปได้อย่างแม่นยำขึ้น เช่น การทำการผ่าตัด (Coronary Artery Bypass) หรือการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยการทำบอลลูน โดยอาจจะยังไม่ต้องใช้วิธีการฉีดสี ซึ่งใช้เวลาโดยเริ่มจากแพทย์จะสอดสายตรวจขนาดเล็กมาก ผ่านเข้าทางหลอดเลือดข้อมือหรือขาหนีบ จนกระทั่งปลายสายตรวจเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจที่ต้องการ แล้วฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในหลอดเลือด พร้อมทั้งบันทึกภาพด้วยเครื่องเอกซเรย์เพื่อตรวจดูการตีบแคบของหลอดเลือด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย