Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์25 พฤศจิกายน 2548
ธุรกิจ 'เติมหมึก' บูม แฟรนไชส์ชิงแชร์ 5,000 ล.             
 


   
search resources

Printer
ยูเทรค อินเตอร์เนชั่นแนล, บจก.




ชวกร พันธุ์ทรัพย์สกุล ผู้จัดการฝ่ายแฟรนไชส์ บริษัท ยูเทรค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องเติมหมึกอัจฉริยะอิงค์เก้ (INKE) จากประเทศสิงคโปร์ และได้ขยายธุรกิจสู่แฟรนไชส์ภายใต้ในชื่อ "Mr.Refill by UTREK" ปัจจุบันมีจำนวนสาขาของแฟรนไชส์ 30 สาขาใน เพาเวอร์บาย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โดยตั้งเป้าขยาย 300 สาขาเท่านั้น มุ่งทำเลไปยังย่านสถาบันการศึกษา อาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้า เช่น ซีคอนสแควร์ เพาเวอร์บายของเซ็นทรัล สยามพารากอนและเอ็มโพเรียม

ส่วนมูลค่าการเติมหมึกในไทยจากข้อมูลของ IDC สำรวจพบว่าตลาดเติมหมึกในไทยมีปริมาณที่สูงขึ้น จากการสำรวจการเติมหมึกในไทยพบว่าสูงถึง 67,450 ตลับต่อ 3 เดือน นับได้ว่าทุกๆ 1 นาทีจะมีการเติมหมึก 1 ตลับทำกับว่าภายใน 1 ปีตลาดมีการเติมหมึกกว่า 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเติมหมึกออริจินอล 70% ส่วนอีก 30% เป็นหมึกเติมแบบรีฟิล

และการที่ผู้บริโภคนิยมเติมหมึกออริจินอลเนื่องจากกังวลเรื่องของมาตรฐาน คุณภาพ และเกรงว่าหมึกเติมแบบรีฟิลจะทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องพิมพ์ ซึ่งบริษัทแก้ไขด้วยการรับประกันความพึงพอใจให้กับลูกค้าหากไม่พอใจยินดีคืนเงินภายใน 14 วัน 100% หรือหากน้ำหมึกทำให้พริ้นเตอร์มีปัญหาบริษัทยินดีซื้อเครื่องใหม่ให้ทันที

"บริษัทเชื่อว่าตลาดเติมหมึกที่ไม่ใช่ออริจินอลยังไม่อิ่มตัวอย่างแน่นอนแม้ว่าในปีหน้าพริ้นเตอร์ที่เป็นเลเซอร์จะมีราคาถูกลง และราคาการจำหน่ายหมึกเติมของบริษัทแม่จะถูกลง 4-5% ก็ตาม สำหรับเทรนด์ของการหมึกเติมในปีหน้าจะเป็นเรื่องของเติมหมึกสีมากขึ้น"

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในตลาดจะมีกลุ่มแฟรนไชส์อยู่หลายแบรนด์และบางแบรนด์ใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่าของบริษัท แต่สิ่งที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากแบรนด์อื่นคือคุณสมบัติของหมึกเติมที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงกว่าปกติถึง 200% หากเทียบกับหมึกเติมในตลาด ภาพลักษณ์ของสินค้าและร้านรวมทั้งการเป็น One Stop Service ที่ให้บริการเติมทุกอย่างทั้งเติมหมึก จำหน่ายเม็มโมรี่ บัตรเติมเงิน ให้บริการดาวน์โหลด จำหน่ายชุดชาร์จแบตเตอรี่และการบริการที่ดี

ด้าน กาญจนา อิศฤงคาร กรรมการและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเว็บไซเบอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ "ศูนย์เติมหมึกครบวงจรไซเบอร์อิ้งค์" กล่าวว่า แฟรนไชส์ไซเบอร์อิ้งค์เปิดดำเนินการมา 3 เดือนเศษมีสาขาแฟรนไชส์ 36 สาขาคาดว่าปีหน้าจะเปิดให้ได้ 100 สาขามองกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ประกอบการรายใหม่หรือรายเก่าที่เคยทำธุรกิจเติมน้ำหมึกอยู่แล้วแต่ไม่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าว เพราะการลงทุนกับบริษัทจะคุ้มค่ากว่าการไปซื้อน้ำหมึกแล้วมาให้บริการเติมเอง

โดยค่าแฟรนไชส์ในการเปิดศูนย์บริษัทกำหนดไว้ในราคา 29,000 บาท ในขณะที่ของแบรนด์อื่นอยู่ที่หลักแสนบาท เนื่องจากแบรนด์อื่นมีการลงทุนในเรื่องของดีสเพลย์ที่สูงจนเกินไป พื้นที่ในการเปิดกว้างเกินความจำเป็น และการสต๊อกสินค้าที่สูงมาก ในขณะที่ของบริษัทลงทุนน้อย คืนทุนได้เร็วและยังสามารถทำธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องควบคู่กันได้ทำให้ได้เปรียบแฟรนไชส์รายอื่น

"ถ้าพูดถึงแบรนด์ลีดเดอร์ที่เข้ามาในแฟรนไชส์เติมหมึกอาจจะมีหลายเจ้าแต่ไม่มากนัก แต่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่แสนบาทขึ้นพื้นที่ในการใช้จะอยู่ที่ 10 ตารางเมตรขึ้นไปในขณะที่ของเราพื้นที่สูงสุดไม่เกิน 3 ตารางเมตร เรามองภาพกว้างว่าการที่คนเราจะลงทุนธุรกิจเติมหมึกอย่างเดียวโดยใช้พื้นที่เยอะๆ หรือคีออสใหญ่เพื่อให้เป็นภาพลักษณ์ร้านเติมหมึกซึ่งต้องลงทุนเป็นแสนบาทจะต้องใช้เวลาคืนทุนอย่างเร็วสุดปีครึ่งแต่ถ้าเขาทำธุรกิจเติมน้ำหมึกขนาดไม่ใหญ่ลงทุนไม่สูงเขายังสามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนธุรกิจอื่นได้อีก 3-4 ธุรกิจ"

สำหรับโอกาสของธุรกิจเติมน้ำหมึกเป็นธุรกิจที่ยังเป็นที่ต้องการอยู่ เนื่องจากทุกคนที่ใช้งานเกี่ยวกับพริ้นเตอร์ก็ต้องการลดต้นทุนหรือต้องการได้สินค้าราคาถูกลงด้วยกันทั้งนั้นภายใต้คุณสมบัติดีเหมือนเดิม ปัจจุบันธุรกิจเติมน้ำหมึกในระบบแฟรนไชส์มีผู้ประกอบการไม่เกิน 5 ราย

"ตลาดธุรกิจเติมน้ำหมึกขณะนี้กำลังบูมมากๆ มีผู้ประกอบการและแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีคู่แข่งในการลงทุนระบบหมื่น จะมีก็เป็นคู่แข่งที่ลงทุนในระดับแสน"

ด้านแนวโน้มของตลาดในปี 2549 จะมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดมากขึ้น เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำตลาดในการลงทุนไม่สูง คาดจะมีคู่แข่งรายใหญ่เข้ามาเจาะตลาดเงินลงทุนที่ไม่สูงเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ ขณะเดียวกันอาจมีผู้ประกอบการที่ผลิตน้ำหมึกเพียงอย่างเดียวขยายธุรกิจสู่รูปแบบแฟรนไชส์ คาดจะเกิดรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 5 ราย

****************

ลงทุน 'ไซเบอร์อิ้งค์' 29,000 บาท

1.เงินลงทุน 29,000 บาท
2.บริษัทจะถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารการค้า การปฏิบัติการเชิงเทคนิค การเติมน้ำหมึกให้กับแฟรนไชซี
3.บริษัทมีเครื่องมือทางการตลาดและการจัดทำโปรโมชั่นให้กับแฟรนไชซี
4.ฝ่ายการตลาดของบริษัทจะออกไปตรวจเยี่ยมแฟรนไชซีในกรุงเทพฯ เดือนละ 1 ครั้ง ส่วนสาขาต่างจังหวัดไตรมาศละ 1 ครั้ง
5.ใช้พื้นที่ในการเปิดเพียง 2-3 ตารางเมตร
6.การันตีคืนทุนภายใน 3 เดือนภายใต้เงื่อนไขเติมน้ำหมึก 3 ตลับต่อวัน
7.บริการส่งสินค้าให้ฟรีหากสั่ง 2,000 บาทขึ้นไป

ลงทุน 'อิงค์เก้' 200,000 บาท
1.ค่าแฟรนไชส์ 50,000 บาท
2.ค่าอุปกรณ์ ตู้โชว์ และค่าสินค้า 150,000 บาท
3.ขึ้นปีที่ 2 เสียค่าบริการบำรุงรักษาเครื่องเติมหมึก พร้อมรับเครื่องเติมหมึกรุ่นใหม่ทุกปี 100,000 บาท
4.การสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทต้องไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อครั้ง
5.ต้องมียอดการสั่งซื้อเคลื่อนไหวทุกเดือน
6.ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร และวิธีการเติมหมึกจากมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมจากสิงคโปร์
7.บริษัทจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจเช็ค และให้คำปรึกษาทุกสัปดาห์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย