Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 ธันวาคม 2548
ซีเมนส์ใช้ประเทศไทยเป็นฐานรุกสาธารณูปโภคพม่า-กัมพูชา             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท ซีเมนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

ซีเมนส์ (ประเทศไทย), บจก.
Construction




ซีเมนส์วางยุทธศาสตร์รอบปี 49 มุ่งสร้างองค์กรทำกำไรเพิ่ม ลุยเมกะโปรเจกต์ด้านสาธารณูปโภค และอุตสาหกรรมอื่นๆ พร้อมขยายไปในพม่า กัมพูชา โดยใช้บุคลากรจากไทย ส่วนผลประกอบการรอบปี 47-48 ทำยอดขายรวมทั้งหมด 1.4 หมื่นล้านบาท และมียอดขายใหม่ 1.31 หมื่นล้านบาท

นายโลธาร์ แฮร์มันน์ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหารคนใหม่ของซีเมนส์ ประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายการดำเนินธุรกิจรอบปี 2549 ว่า ซีเมนส์จะพยายามขยายธุรกิจให้โต โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ เพื่อให้บริษัททำกำไรมากขึ้น ด้วยการเข้าร่วมโครงการสาธารณูปโภคใหญ่ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมการอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ รวมถึงระบบบริหารจัดการน้ำ และการบำบัดน้ำเสีย ขณะเดียวกันก็จะมีการขยายฐานลูกค้าเข้าไปในประเทศพื้นบ้านอย่างพม่า และกัมพูชา โดยใช้บุคลากรในไทยเป็นผู้ดำเนินการ

นอกจากนี้ ยังมีจะการรวมหรืออินติเกรตบริษัทใหม่ๆ ที่ซีเมนส์ซื้อมาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจซีเมนส์ เพื่อจะได้นำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมและครบวงจรให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันก็จะพยายามเพิ่มคุณค่าทางผลิตภัณฑ์และบุคลากร เพื่อตอบสนองลูกค้าได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย ฝ่ายวิศวกรรมต่างๆ

สำหรับซีเมนส์มีทรัพย์สินแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลักคือ 1. ความแข็งเรื่องของพอร์ตฟอลิโอในการลงทุนโครงการต่างๆ 2. มีเครือข่ายการลงทุนครอบคลุมทั่วโลก ซึ่งจะเห็นได้จากยอดขาย 80% มาจากนอกประเทศเยอรมนี 3. มีนวัตกรรมที่ดี เนื่องจากซีเมนส์ลงทุนปีละ 5.2 พันล้านยูโรในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ 4.ความแข็งแกร่งด้านการเงินที่ทำให้ซีเมนส์โตและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหารซีเมนส์ย้ำว่า ในส่วนของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ไม่ใช่ซีเมนส์ไม่เน้น แต่ต้องการขยายไปส่วนอื่นๆ ด้วย เพราะนโยบายต้องการโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่วนกรณีของการสื่อสารยุคที่ 3 หรือ 3 จี ต้องรอกฎเกณฑ์ของใบอนุญาตหรือไลเซนส์จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกมาก่อน

ด้านผลการดำเนินงานของซีเมนส์ในรอบปีงบประมาณ 2547-2548 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2548 นั้น ซีเมนส์มียอดขายรวมทั้งสิ้น 1.4 หมื่นล้านบาท โตขึ้น 10% ขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.31 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 3.17 หมื่นล้านบาท เนื่องจากซีเมนส์ได้สัญญาในหลายโครงการในกลุ่มธุรกิจสื่อสาร พลังงาน และธุรกิจระบบขนส่ง

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจสารสนเทศและการสื่อสาร มียอดสั่งซื้อใหม่ 1 หมื่นล้านบาทจาก 3 โครงการใหญ่ คือ โครงการขยายเครือข่ายจีเอสเอ็มของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส โครงการบัดดี้ บรอดแบนด์ของบริษัท แอดวานซ์ ดาต้า เน็ทเวิร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ และโครงการขยายเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐาน 5.65 แสนเลขหมาย ของบริษัท ทีโอที ขณะที่กลุ่มการบริการด้านธุรกิจซีเมนส์ ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องโปรแกรมเอสเอพี และโซลูชันด้าน อี-บิสิเนส มียอดสั่งซื้อใหม่รวม 495.5 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจระบบขนส่งมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 1.22 หมื่นล้านบาท จาก 2 สัญญาหลัก คือ 1. กลุ่มระบบขนส่งที่ร่วมกับคอนซอร์เตียมนานาชาติเป็นผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทย 2. ได้รับการต่อสัญญาการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ อีก 10 ปี

กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ในภาพรวมมีผลประกอบการที่น่าพอใจในทุกกลุ่มย่อย ทั้งเรื่องยอดขาย และยอดสั่งซื้อใหม่ โดยยอดสั่งซื้อหลักมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต และสายการผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ปูนซีเมนส์ อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติและการขับเคลื่อน ได้รับยอดสั่งซื้อ 1,000 ล้านบาท กลุ่มโซลูชันและการบริการสำหรับอุตสาหกรรมมียอดสั่งซื้อเพิ่ม 797 ล้านบาท กลุ่มบิลดิ้ง เทคโนโลยี มียอดสั่งซื้อ 84.5 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มระบบจัดส่งและจัดจ่ายไฟฟ้า มียอดสั่งซื้อลดลงเล็กน้อย อยู่ในระดับ 1,380 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มระบบผลิตไฟฟ้า มียอดสั่งซื้อ ชุดใหญ่จากบริษัท กฟฝ. ในโครงการก่อสร้างโรงานไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมสงขลา รวม 4,800 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มธุรกิจการแพทย์มียอดสั่งซื้อรวม 658.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจำหน่ายเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์คุณภาพสูงเพื่อตรวจและวินิจฉัยโรค

"ด้วยจุดแข็งที่เรามี และครอบคลุมธุรกิจหลายสาขา จึงทำให้เรามั่นใจว่าเรามีความพร้อมที่จะสนับสนุนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทยได้" นายแฮร์มันน์กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย