Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2540








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2540
"ธุรกิจจัดนิทรรศการไทย ยังด้อยกว่าเพื่อนบ้านอยู่หลายขุม"             
 


   
search resources

มิลเลอร์ ฟรีแมน เบลนัม
สตีเว่น ซีท




"ตอนนี้ธุรกิจการจัดนิทรรศการของไทย ยังไม่ถึงระดับนานาชาติเหตุผลหลักเพราะสถานที่จัดงานนิทรรศการในระดับนานาชาติยังน้อยมาก ปัจจุบันมีเพียงศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และไบเทค (Bangkok International Trade & Exhibition Centre : BITEC) บนถนนบางนา-ตราด ที่จะเปิดประมาณเดือนสิงหาคม 2540 นี้ ซึ่งมีพื้นที่จัดงานเต็มศูนย์เพียงแห่งละ 20,000 ตร.ม."

สตีเว่น ซีท กรรมการผู้จัดการบริษัท มิลเลอร์ ฟรีแมน เบลนัม จำกัด กล่าวกับ "ผู้จัดการรายเดือน" ถึงข้อจำกัดในการจัดนิทรรศการระดับนานาชาติของไทย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ถ้ามีการจัดการในส่วนนี้ให้ดี

เมื่อไม่นานมานี้เอง พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีของไทยก็เคยปรารภที่จะสนับสนุนให้มีศูนย์แสดงสินค้าในภูมิภาคขึ้นเช่นกัน

ในขณะที่ ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ของมาเลเซีย ก็เคยกล่าวไว้ว่า การจัดนิทรรศการเป็นตัวก่อให้เกิดความก้าวหน้ากับประเทศ ซึ่งในส่วนของมาเลเซียเปิดใช้สนามบินแห่งใหม่แล้ว ก็มีแผนจะนำพื้นที่ของสนามบินเก่ามาจัดสร้างเป็นศูนย์แสดงสินค้า ซึ่งจะพัฒนาเป็นพื้นที่แสดงสินค้าได้นับแสนตารางเมตร

หรือแม้แต่ประเทศสิงคโปร์ ก็อยู่ระหว่างการจัดสร้างศูนย์ประชุมเพื่อเป็นที่จัดงานแสดงนิทรรศการแห่งใหม่ที่มีพื้นที่รวมถึง 60,000 ตารางเมตร โดยจะแล้วเสร็จในปี 2542 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"เทียบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเฉพาะขนาดพื้นที่ ก็ถือว่าพื้นที่การจัดนิทรรศการของไทยยังไม่ถึงระดับนานาชาติ โดยยังไม่ต้องเทียบกับการแสดงนิทรรศการในทวีปยุโรป ซึ่งมีการจัดนิทรรศการมากว่า 100 ปี ตัวอย่างนิทรรศการที่จัดโดยมิลเลอร์ ฟรีแมนที่ใหญ่ที่สุด ที่จัดในปารีส จัดบนพื้นที่ที่ใหญ่ถึง 450,000 ตารางเมตร ถ้าเทียบด้านอายุการจัดนิทรรศการระดับนานาชาติในไทยก็มีมาประมาณ 5 ปีกว่า ภายหลังจากที่มีการสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือว่าไทยยังมีประสบการณ์ด้านนี้น้อย" กรรมการผู้จัดการ กล่าว

ทั้งนี้ สตีเฟ่น ซีท ได้เล่าถึงที่มาของบริษัทว่า มิลเลอร์ ฟรีแมน เบลนัมถือเป็นบริษัทจัดนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการจัดงานนิทรรศการทั่วโลกปีละกว่า 360 งาน ภายหลังจากที่ได้มีการรวมตัวกันระหว่างบริษัทเบลนัม เอ็กซิบิชั่น และมิลเลอร์ ฟรีแมน ซึ่งเป็นบริษัทจัดนิทรรศการจากประเทศอังกฤษทั้งคู่

โดยทางเบลนัม ได้เริ่มเข้ามาเปิดสาขาในไทยเมื่อ พ.ศ.2537 แต่มิลเลอร์ ฟรีแมน เพิ่งเข้ามาในปีนี้ หลังจากที่รวมตัวกับทางเบลนัม เมื่อเดือนธันวาคม 2539

การรวมตัวกันของทั้งสองบริษัทเป็นการนำจุดแข็งที่ทั้งสองบริษัทมีมารวมกัน คือ เบลนัม เป็นบริษัทจัดนิทรรศการที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ส่วนมิลเลอร์ ฟรีแมน ก็มีจุดแข็งตรงที่มีสิ่งพิมพ์อยู่ในเครือเป็นจำนวนกว่า 320 ฉบับทั่วโลก โดยใช้ชื่อในปัจจุบันว่ามิลเลอร์ ฟรีแมน เบลนัม และในอนาคตจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อมิลเลอร์ ฟรีแมน แทน

มิลเลอร์ ฟรีแมน เป็นบริษัทที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก ดำเนินธุรกิจเป็นสื่อกลางในการผลักดันธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นและเป็นบริษัทในเครือข่ายของยูไนเต็ด นิวส์ แอนด์ มีเดีย ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านสื่อสิ่งพิมพ์โทรทัศน์ การวิจัยการตลาด และธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า มีเงินทุนจดทะเบียน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 20,000 คน โดยกระจายอยู่ทั้งทวีปยุโรป อเมริกาเหนือและเอเชีย

กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยถือเป็นที่ตั้งสาขาของ มิลเลอร์ ฟรีแมน ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการจัดนิทรรศการด้านอุตสาหกรรมหนักซึ่งถือเป็นงานนิทรรศการที่ถนัดของบริษัท ซึ่งมิลเลอร์ ฟรีแมน มองว่าการที่บริษัทให้ความสำคัญกับประเทศไทย เพราะเป็นตลาดที่มีการเติบโตทางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญในภูมิภาคนี้

"นโยบายในไทย คือการจัดหานิทรรศการที่ก้าวหน้า เพื่อจัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาในด้านอุตสาหกรรมอย่างเข้มแข็ง ซึ่งเราได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาโชว์ ใช้ประสบการณ์ด้านเทรนนิ่งในการจัดงาน ซึ่งต้องลงทุนเยอะในเรื่องของคนทำงาน โดยภายใน 1 ปีที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับคน โดยเพิ่มพนักงานบริษัทในไทยจาก 16 คน เป็น 26 คน" สตีเฟ่น ซีท กล่าว

การดำเนินงานในฐานะผู้จัดงานนิทรรศการ จะมีหน้าที่คือเป็นผู้เดินเรื่องให้เกิดการประสานงานระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐบาล องค์กรต่าง ๆ เพื่อให้รวมตัวมาจัดงานนี้ขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายของสาขาต่าง ๆ ของมิลเลอร์ ฟรีแมนที่มีอยู่ทั่วโลก และสิ่งพิมพ์ในเครือช่วยประชาสัมพันธ์ออกไป บวกกับความชำนาญในการจัดนิทรรศการของบริษัท

การกระจายข่าวสารของการจัดนิทรรศการในไทย จะมีกว่า 10 บริษัทสาขาทั่วโลก เป็นผู้ดูแลโดยตรง โดยมีหน้าที่หลักในการติดต่อนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาโชว์ พร้อมกับโปรโมตงานให้กับกลุ่มนักลงทุนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้

"การจัดการทีมงานในการจัดนิทรรศการ ถ้าเทียบระดับผลผลิตต่อคนไทยยังด้อยกว่าต่างประเทศเมื่อเทียบในขนาดพื้นที่การจัดงานเท่า ๆ กัน อย่างในฮ่องกงจะใช้คนจัดงานนิทรรศการหนึ่งงานเพียง 6 คน ของไทยจะต้องใช้ถึงกว่า 10 คน หรือใช้เพียง 4 คนในออสเตรเลีย ไม่ใช่ว่าคนไทยขาดประสิทธิภาพในการทำงาน แต่เพราะระบบการทำงานของคนไทยมีขั้นตอนและระดับคนทำงานหลายชั้น ทำให้ใช้คนเปลืองกว่าที่อื่น ถือเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างของการทำงานของคนไทย" กรรมการผู้จัดการกล่าว

ผู้บริหารของมิลเลอร์ ฟรีแมน ยังถือว่าบริษัทจัดนิทรรศการในไทยเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตน ซึ่งก็มีข้อดีในการเป็นผู้ช่วยกระตุ้นให้บริษัทเข้มแข็ง และช่วยผลักดันให้การทำงานของบริษัทดีขึ้น

"บริษัทจัดนิทรรศการไทยซึ่งมีอยู่เพียง 2-3 ราย ถือว่าจัดได้ดี และหัวก้าวหน้า แต่ว่าการทำธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ บริษัทนานาชาติจะค่อนข้างได้เปรียบ เพราะการทำงานต้องมีการแลกเปลี่ยนด้านข่าวสารกันระหว่งประเทศคนไทยเองก็ต้องพัฒนาตัวให้เป็นนานาชาติ เพราะถ้าคุณไม่ออกไปนอกประเทศแต่คนจากที่อื่น ๆ ก็จะต้องเข้ามาในประเทศไทย" กรรมการผู้จัดการกล่าวและเสริมว่า

การจะดูว่าบริษัทจัดนิทรรศการประสบความสำเร็จหรือไม่ ให้ดูว่ามีการลงทุนธุรกิจเกิดขึ้นหลังงานมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีมากแสดงว่าบริษัทจัดงานประสบความสำเร็จในฐานะเป็นสื่อกลางที่ทำให้เกิดธุรกิจ อย่างงานหนึ่งของมิลเลอร์ ฟรีแมน ที่ประสบความสำเร็จมากคืองาน INTERMACH'96 เมื่อวันที่ 9-13 พฤษภาคม 2539 ที่มียอดรายได้ที่เกิดจากการค้าขายถึง 1.1 พันล้านบาท

พร้อมกันนี้ประโยชน์ของนิทรรศการ จะต้องช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมและส่งเสริมความก้าวหน้าของประเทศนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ เป็นการประชาสัมพันธ์เทคโนโลยี ทั้งจากภายในและต่างประเทศ เช่นจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมงานของบริษัท 60% เป็นบริษัทคนไทย และมีถึง 40% เป็นบริษัทจากต่างประเทศ แต่หากนำเฉพาะเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทำมาโชว์ในงานแต่ละครั้ง 80% จะเป็นของที่ทำจากต่างประเทศ

สำหรับงานนิทรรศการของมิลเลอร์ ฟรีแมน ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยปีนี้ มีทั้งหมด 4 งานใหญ่ 17 งานย่อย ได้แก่ หนึ่ง-งาน INTERMARCH'97 ระหว่างวันที่ 7-11 พฤษภาคม 2540 เป็นนิทรรศการด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องจักรกลจัดที่ศูนย์สิริกิติ์

สอง-งาน AGROTECH'97 ซึ่งประกอบด้วยนิทรรศการเกี่ยวกับ FOODTECH'97 และ BEVTICH'97 ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน 2540 งานนี้ถือเป็นนิทรรศการด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่มีมานาน เพราะจัดมาแล้ว 8 ปี ในอดีตจะเป็นงานนิทรรศการที่มุ่งเน้นการโชว์เทคโนโลยีที่แสดงถึงความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการเกษตรเท่านั้น

ภายหลังอุตสาหกรรมการเกษตรได้เปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมการผลิต ทำให้แนวทางการจัดงานเปลี่ยนไปโดยมุ่งสู่การจัดนิทรรศการเพื่อโชว์เทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าตลาดของสินค้า อุตสาหกรรมเกษตร และจุดเด่นของนี้ยังมีการแสดงเครื่องมือด้านการวัดต่าง ๆ ที่ทันสมัยในอุตสาหกรรมการเกษตร

สาม-งาน ENTECH POLLUTEC ASIA'97 ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน 2540 เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องบำบัดรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปีแรกที่ใช้ชื่อนี้เพราะได้นำพอลลูเทคจากประเทศผรั่งเศสเข้ามาร่วมแสดงในงาน

และสุดท้ายของปีนี้ EXPORT MANUFACTURING THAILAND ระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคม 2540 ที่ไบเทค ถนนบางนาตราด งานนี้จะเป็นนิทรรศการที่แสดงถึงโฉมหน้าใหม่ของการพัฒนาในไทย ในการก้าวสู่อุตสาหกรรมตลาดโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาสินค้าส่งออกให้ได้มาตรฐานสูงทัดเทียมนานาประเทศ โดยร่วมมือในการจัดงานกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (บีโอไอ)

นิทรรศการชิ้นสุดท้ายของปี 2540 ของมิลเลอร์ ฟรีแมน นอกจากจะเป็นการแสดงถึงโฉมหน้าใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมไทย ยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของไบเทค ศูนย์จัดนิทรรศการอีกแห่งของกรุงเทพฯ ซึ่งสิ่งที่คนไทยน่าจะหวังต่อไปจากการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ก็คือ เราควรจะมีการพัฒนาศูนย์แสดงนิทรรศการให้มากขึ้นในทุก ๆ ภาค เพื่อการกระจายความรู้และข่าวสารให้ถึงคนไทยในทุกมุมของประเทศ และเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย