Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 ธันวาคม 2548
แคปปิตอลโอเคขอครองแชมป์ ปล่อยกู้ราชาเงินผ่อนต่างจังหวัด             
 


   
www resources

โฮมเพจ แคปปิตอล โอเค

   
search resources

แคปปิตอล โอเค, บจก.
Loan




ผู้บริหารแคปปิตอล โอเค เผยปีหน้าลูกค้าเพิ่มเป็น 1.3 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้น 6.9 แสนราย วางแผนเพิ่มอีก 6 สาขา มั่นใจปีหน้ามีกำไรเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งจุดคุ้มทุนภายใน ส.ค.ปี 2550 ประกาศเป็นแชมป์เจ้าหนี้รายใหญ่ของราชาเงินผ่อนตามต่างจังหวัด แนะ ปปง.อย่าบีบนอนแบงก์ เหตุการเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเหมาะสมแล้ว

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแคปปิตอลโอเค ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้น กลุ่มชินวัตร เปิดเผยว่า ภายในปี 2549 บริษัทจะสามารถมีผลการดำเนินงานเป็นกำไร ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในระยะเวลา 3 ปี หลังจากที่บริษัทเปิดประกอบการ ตั้งแต่เดือนส.ค. 2547 ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในปีหน้าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าอีก 690,000 ราย จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 600,000 ราย รวมลูกค้าสิ้นปี 49 จะอยู่ที่ ประมาณ 1.3 ล้านราย และปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 12,000 ล้านบาท และในสิ้นปีหน้าก็จะเพิ่มเป็น 20,000 ล้าน บาท

"ปกติแล้วสัดส่วนลูกค้าจะแบ่งเป็น ลูกค้าสินเชื่อบุคคล 60% สินเชื่อ เช่าซื้อ 30% และอีก 10% เป็นบัตรเครดิต แต่ในปีหน้าเป็นช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งตามสถิติแล้ว ปีใดที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ยอดสินเชื่อเช่าซื้อจะเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ เพราะประชาชนจะไปซื้อโทรทัศน์ใหม่กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมเชื่อว่าใน ปีหน้าจะเหมือนกับอดีตทุกครั้ง ที่มีบอลโลก จึงได้เตรียม การเอาไว้ว่าจะปล่อยสินเชื่อ เช่าซื้อไว้แล้ว" นายอารักษ์ กล่าว

สำหรับสาขาในปีหน้าตั้งเป้าเพิ่มอีก 6 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 10 สาขา รวมสิ้นปีจะมี 16 สาขา ทั้งนี้สาขาที่เปิดใหม่ทั้งหมดจะเน้น ในต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น โดยมั่นใจว่าตัวเลข 16 สาขา ไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเกินไป เพราะบริษัทยังมีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านร้านเทเลวิซ ร้านเจมาร์ท โดยบริษัทได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ รายใหญ่ของบรรดา ราชาเงินผ่อน ในเขตต่างจังหวัด หลังจากที่ได้แซงคู่แข่งไปแล้วในบางจังหวัด ซึ่งการมีฐานลูกค้าต่างจังหหวัดเพิ่ม ทำให้มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ กว่า ลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ เพราะ ฐานลูกค้าต่างจังหวัดมีจำนวนมากกว่าในกรุงเทพฯ และในกรุงเทพฯ มีการแข่งขันกันสูง

กรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เรียกร้องให้สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือ นอนแบงก์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมกับค่าธรรมเนียมเหลือ 20% นั้น นายอารักษ์ กล่าวว่า หากรวม ค่าธรรมเนียม แล้วเหลือ 15% ผู้ประกอบการทุกรายต้องปิดกิจการ ทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการอยู่รอดได้ ดังนั้น เรื่องนี้ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างนอนแบงก์ที่ถูกต้องตามกฎหมายกับนอนแบงก์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง ในปัจจุบันนอนแบงก์ที่ถูกกฎหมายได้ปฏิบัติตามกฎของธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่มีรายใดคิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมาย กำหนด และไม่มีการทวงหนี้ที่รุนแรง

"จากกระแสข่าวในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ประชาชนเข้าใจระบบการคิดดอกเบี้ยของนอนแบงก์มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการแยกว่า อันไหนเป็นนอนแบงก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และอันไหนที่ เป็นผู้ประกอบการใต้ดิน และ ผิดกฎหมาย ซึ่งลูกค้าจะได้รับ ประโยชน์จากตรงนี้ เชื่อว่าอนาคต ลูกค้าจะเพิ่มขึ้น" นายอารักษ์ กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย