Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2540








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2540
EAST WATER กับธุรกิจขายน้ำ             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก

   
search resources

จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก, บมจ.
วันชัย กู้ประเสริฐ
Energy




เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2535 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) รับผิดชอบในการจำหน่ายน้ำดิบเพียงหน่วยงานเดียวในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของไทยเพื่อให้การบริหารงานสะดวกรวดเร็ว มีความคล่องตัวสูงยิ่งขึ้นพร้อมที่จะรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกที่นับวันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำตะวันออก หรือ EAST WATER จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีเดียวกัน เพื่อรับผิดชอบในการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดระบบท่อส่งน้ำดิบสายหลักในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งขณะนั้นมี กปภ. ถือหุ้น 100% ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยรับโอนสิทธิการใช้ระบบท่อส่งน้ำที่มีอยู่แล้วมาดำเนินการรวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำและระบบท่อส่งน้ำใหม่ตามความจำเป็น

ปัจจุบัน EAST WATER มี ดร.วันชัย กู้ประเสริฐ ลูกหม้อจาก กปภ. เข้ามาดูแลในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในระยะแรกครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด แต่โครงการเบื้องต้นบริษัทจะบริหารในพื้นที่ 5 จังหวัดยกเว้นจันทบุรี และตราดเพราะ 2 จังหวัดนี้อุตสาหกรรมและการลงทุนยังเข้าไปไม่มากเท่าไหร่

และช่วงปลายปี 2536 EAST WATER ได้ลงนามในสัญญาการบริหาร และดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลัก จากกระทรวงการคลัง โดยมีระยะเวลาของสัญญา 30 ปี โดยโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบที่บริษัทเข้าไปบริหารมี 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ดอกกราย-มาบตาพุด-สัตหีบ ซึ่งพื้นที่นี้กรมชลประทานเป็นผู้วางท่อ และพื้นที่หนองค้อ-แหลมฉบัง-พัทยา ซึ่งมีกรมโยธาธิการเป็นผู้วางท่อ

"เมื่อเราตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วหน่วยงานที่วางท่อส่งน้ำเขาก็ต้องส่งมอบทรัพย์สินเหล่านั้นคืนให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของรัฐบาล เมื่อเขาคืนแล้ว EAST WATER ก็ได้เข้าไปบริหารท่อส่งน้ำแทนในลักษณะสัญญาเช่า" ดร.วันชัย กล่าวถึงวิธีการทำงานของ EAST WATER

หลังจาก EAST WATER เข้ามาบริหารท่อส่งน้ำเป็นเวลา 4 ปี แล้วนับว่า ประสบความสำเร็จพอสมควรเพราะดูจากจำนวนลูกค้าได้เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ทั้งที่เป็นภาครัฐและเอกชน โดยพื้นที่หนองค้อ ปี 2539 มีลูกค้า 11 ราย มีปริมาณการใช้น้ำรวมทั้งสิ้น 18.17 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจากปี 2538 ถึง 28.5 % โดยมีสัดส่วนการใช้น้ำประเภทอุปโภค-บริโภค 64.06% นิคมอุตสาหกรรม 33.25% และโรงงานทั่วไป 2.69 % ปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของโรงงานในนิคมฯ แหลมฉบังและการใช้น้ำของการประปาชลบุรี

ด้านพื้นที่ดอกกรายสิ้นปี 2539 มีลูกค้า 10 รายปริมาณการใช้น้ำทั้งสิน 45.57 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจากปี 2538 ถึง 44.11% โดยมีสัดส่วนการใช้น้ำประเภทนิคมฯ 75.27 % โรงงานทั่วไป 23.26% อุปโภค-บริโภค 1.40% และอื่น ๆ อีก 0.07% สาเหตุการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นมาจากการขยายตัวของโรงงานในนิคมฯ มาบตาพุด ซึ่งมีการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 58.14% จากปี 2538 และการใช้น้ำของการประปาบ้านฉาง

ส่วนระดับราคาจำหน่ายน้ำดิบนั้น ดร.วันชัย เล่าว่า ราคาจำหน่ายของ EAST WATER จะถูกกว่าราคาจำหน่ายในที่อื่น ๆ อย่างมาก โดยจะจำหน่ายในระดับราคาตั้งแต่ 30-80 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้น

เมื่อราคาจำหน่ายน้ำดิบมีระดับเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ คำถามที่ตามมาก็คือ EAST WATER มีกำไรได้อย่างไร เพราะตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมามีผลการดำเนินงานดีมาโดยตลอด โดยในปี 2537-2539 มีรายได้จากการขายน้ำ 95.37 ล้านบาท, 201.84 ล้านบาทและ 335.42 ล้านบาทตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 43.24 ล้านบาท 95.32 ล้านบาทและ 171.84 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนต้นทุนขายมีจำนวน 26.85 ล้านบาท, 56.72 ล้านบาท และ 85.54 ล้านบาท ตามลำดับ

"บางคนสงสัยว่าเราขึ้นค่าน้ำหรือไม่ คำตอบคือตั้งแต่ตั้งบริษัทมายังไม่เคยขึ้นค่าน้ำเลย แต่กำไรที่เราได้เกิดจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นการลดปริมาณน้ำสูญเสียเพราะจากเดิมที่เริ่มเข้าไปบริหารตัวเลขการสูญเสียน้ำอยู่ที่ระดับ 16% แต่ขณะนี้เหลือประมาณ 4% ซึ่งการที่เราลดการสูญเสียของน้ำได้ถึง 12 % สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ปีละหลาย 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการสูบน้ำคือจัดตารางการสูบน้ำในช่วงที่เขาคิดค่าไฟฟ้าต่ำ ๆ และบริษัทเรามีบุคลากรน้อยแค่ 43 คน จึงทำให้ EAST WATER มีผลกำไรอย่างที่เห็น" ดร.วันชัยเล่า

คำถามต่อมาคือน้ำในพื้นที่หนองค้อและดอกกรายเพียงพอต่อความต้องการใช้หรือไม่ คำตอบที่ ดร.วันชัย กล่าวออกมานั้นคือ ไม่เพียงพอเพราะการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรมกว้างขวางมาก อีกทั้งไม่เพียงแต่แถบระยอง และชลบุรีเท่านั้นที่ต้องการน้ำแต่แถบบางปะกง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ยังมีความต้องการน้ำอย่างมากเช่นกัน อย่างไรก็ตามการลงทุนต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้เงินอย่างมาก ทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาทคงจะทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น EAST WATER จึงได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,000 ล้านบาท และเพื่อให้ความคล่องตัวในการทำงานมีมากขึ้นจึงได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นของกปภ.ลงเหลือ 44% และให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้ามาถือ 5% ส่วนอีก 51% ของหุ้นสามัญทั้งหมด หรือ 51 ล้านหุ้นบริษัทมีแผนจะเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป

"ถ้าเป็นไปตามแผนเราจะสามารถกระจายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ และการเพิ่มทุนครั้งนี้หวังว่าจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท" ดร.วันชัย กล่าว

การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ EAST WATER ให้บงล.ทิสโก้ (TISCO) และ บงล.ธนสยาม (DS) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายในประเทศ ขณะที่ ABN AMRO ROTHSCHILD ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ โดยจะจำหน่ายในตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกงและลอนดอนในสัดส่วนประมาณ 15-20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

อย่างไรก็ตามจำนวนเงินที่EAST WATER ต้องการใช้ในการลงทุนมีทั้งหมดประมาณ 5,000 ล้านบาท ดังนั้นส่วนที่เหลืออีกประมาณ 3,300 ล้านบาทจะมาจากการกู้จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศประมาณ 2,000 ล้านบาท ที่เหลือจะมาจากรายได้ของบริษัทเอง

เงินจำนวน 5,000 ล้านบาทนี้ EAST WATER จะนำไปดำเนินโครงการวางท่อน้ำดิบสายใหม่ 3 โครงการ คือ โครงการวางท่อในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา รวมทั้งเขตติดต่อ ชลบุรี-บางปะกง-บางพลี เพื่อให้สอดคล้องกับการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำบางปะกงและอ่างเก็บน้ำคลองสียัดของกรมชลประทาน โดยสามารจ่ายน้ำได้ในอัตรา 65 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี คาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำได้ถึงปี 2550 ส่วนการก่อสร้างมี 2 ระยะ โดยระยะแรกจะแล้วเสร็จในปี 2541 ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.555 ล้านบาท

โครงการวางท่อน้ำส่งน้ำดิบหนองปลาไหล-มาบตาพุดเป็นโครงการวางท่อคู่ขนานกับท่อส่งน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยจะวางท่อจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำดอกกราย เมื่อสร้างเสร็จสามารถจ่ายน้ำได้ปีละ 150 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะมีน้ำให้บริการได้ถึงปี 2550 ซึ่งโครงการวางท่อนี้มี 2 ระยะโดยระยะแรกจะแล้วเสร็จปี 2541 ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 1,220 ล้านบาท

และโครงการวางท่อส่งน้ำดิบปราจีนบุรี-สระแก้ว เป็นโครงการวางท่อในเขตพื้นที่ปราจีนบุรี-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-วัฒนานคร-อรัญประเทศ ให้สอดคล้องกับโครงการของกรมชลประทานและการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดยแผนการวางท่อมี 2 ระยะ โดยระยะแรกจะสามารถสร้างเสร็จและให้บริการได้ในปี 2544 และมีปริมาณน้ำให้บริการถึงปี 2555 จ่ายน้ำได้ปีละ 60 ล้าน ลบ.ม. ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,408 ล้านบาท

นอกจากนี้ ดร.วันชัย ได้กล่าวเสริมว่าเพื่อให้ปริมาณน้ำมับริการได้ตลอดไปทาง EAST WATER มีแผนร่วมกับกรมชลประทานเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นอีกในอนาคต คาดว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ หรืออ่างเก็บน้ำประแส ซึ่งถ้าได้ 2 แห่งนี้ภายใน 10-15 ปี ทางภาคตะวันออกก็จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำอีกต่อไป

"เราต้องการพัฒนาหรือจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อมาใช้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะปัจจุบันไทยเราสามารถนำน้ำมาใช้ได้เพียง 30% อีก 70% ไม่สามารถนำมาใช้ได้เพราะการจัดการด้านนี้ไม่มีประสิทธิภาพ" ดร.วันชัย กล่าวตบท้าย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย