Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2549
สวัสดี Hong Kong Disneyland             
โดย ณัฐวัฒน์ หอมจิตต์
 


   
search resources

Amusement Park
ดิสนีย์แลนด์
Hong Kong Disneyland




"จินตนาการสำคัญกว่าความรู้"

วลีเอกของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผุดขึ้นมาในความคิดขณะที่ผู้เขียนกำลังนั่งรอชมขบวนพาเหรดที่เป็นเอกลักษณ์ของดิสนีย์อยู่ที่ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ ทำให้ต้องรีบวางกล้องถ่ายรูปในมือไปหยิบสมุดบันทึกคู่กายขึ้นมารีบจดเอาไว้ก่อนที่จะหลงลืมไป

ดิสนีย์เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งที่ฉายให้เห็นภาพพลังของจินตนาการ ที่แม้แต่วอลต์ ดิสนีย์ ผู้ก่อตั้งก็คงนึกไม่ถึงว่ากิจการ สตูดิโอเล็กๆ ที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่อ 82 ปีที่แล้วจะเติบโตมาได้ไกลถึงเพียงนี้

ความสำเร็จของดิสนีย์ หากจะดูจากมาตรวัดด้านธุรกิจ ในงวดปี 2005 ที่ผ่านมามีรายได้ 31.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น กำไรถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ดิสนีย์ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่สามารถฝ่าทะลุทะลวงกำแพงเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ภาพเด็กตัวเล็กๆ ชาวจีนและตะวันตก ที่พากันรุมล้อมและวิ่งไล่ตามตัวการ์ตูนของดิสนีย์ที่เบื้องหน้าของผู้เขียนให้ความรู้สึกที่ไม่ แตกต่างจากการได้เห็นภาพข่าวแฟนฟุตบอล ทั้งไทยและเทศที่เบียดเสียดกันไปรอรับเดวิด เบคแฮม ซูเปอร์สตาร์ทีมเรียล แมดริด ที่สนามบินดอนเมืองเมื่อครั้งที่มาโชว์ตัวในเมืองไทย

เพราะทั้งเบคแฮมและมิกกี้เม้าส์ต่างก็ทำหน้าที่ในการสร้างความบันเทิง ความฝัน รวมทั้งสร้างจินตนาการให้กับแฟนๆ ในลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน และทั้ง 2 ล้วนเป็น Global Brand ที่เกิดขึ้นจากผลของ Globali-zation เช่นเดียวกัน

ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา นับเป็นดิสนีย์แลนด์ลำดับที่ 5 และเป็นแห่งที่ 3 ที่อยู่นอกสหรัฐฯ ถัดจากโตเกียว ดิสนีย์แลนด์ที่เปิดในปี 1983 และดิสนีย์แลนด์ ปารีส (หรือชื่อเดิมคือ ยูโร ดิสนีย์แลนด์) ที่เปิดตัวในปี 1992

ดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ใช้เงินลงทุนราว 5.7 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยที่ดิสนีย์ถือหุ้น 43% ส่วนที่เหลือเป็นของรัฐบาลฮ่องกง นอกจากการลงทุนในโครงการนี้แล้ว รัฐบาล ฮ่องกงยังทุ่มทุนอีกกว่า 13 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงในการสร้างถนน รถไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคอีกมาก เพื่อเอื้ออำนวยให้การเดินทางและการดำเนินงานของดิสนีย์แลนด์แห่งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้มาเยือนฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์สามารถเลือกเดินทางมาได้ทั้งรถไฟฟ้า ซึ่งเมื่อก้าวออกจากสถานีปลายทางแล้วก็แทบจะถึงป้ายต้อนรับด้านหน้าของดิสนีย์แลนด์เลยทีเดียว

หากเลือกเดินทางโดยรถยนต์ ที่นี่เตรียมพื้นที่จอดรถเอาไว้รองรับได้นับพันคันหรือถ้าไม่มีรถยนต์ก็สามารถมาได้ทั้งทางรถโดยสารและแท็กซี่ ที่จัดเตรียมบริเวณเอาไว้ให้เช่นกัน

ผู้บริหารของฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะมีผู้เข้าชมในปีแรก 5.6 ล้านคน และเพิ่งยอมเปิดเผยตัวเลขผู้เข้าชมเป็นครั้งแรกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าหลังจากเปิดดำเนินการมาครบ 100 วันมียอดนักท่องเที่ยวมาแล้วเกินกว่า 1 ล้านคน พร้อมกันนั้นก็ปฏิเสธคำครหาถึงความล้มเหลว ของดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ โดยระบุเพียงว่าช่วงที่ผ่านมายังไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว

ค่าบัตรเข้าชมที่นี่สำหรับผู้ใหญ่ราคา 295 ดอลลาร์ฮ่องกงในวันธรรมดาและ 350 ดอลลาร์ในวันสุดสัปดาห์ ส่วนบัตรสำหรับเด็ก (อายุ 3-11 ปี) ราคา 210 ดอลลาร์ในวันธรรมดา และเพิ่มเป็น 250 ดอลลาร์ในวันสุด สัปดาห์ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าได้ฟรีและผู้สูงอายุมีส่วนลดพิเศษ

ที่ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ทุกอย่างล้วนมีราคา นอกจากอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าที่ระลึกทั้งหลายแล้ว ผู้บริหารที่นี่ยังเข้าใจอย่าง ลึกซึ้งถึงประโยคที่ว่า "เวลาเป็นเงินเป็นทอง" ด้วยเหตุที่จำนวนนักท่องเที่ยวมีเกินกว่าวันละ 15,000 คน (ในวันหยุดและสุดสัปดาห์และเกินกว่า 5,000 คนในวันธรรมดา) ทำให้คิวรอ เข้าชมการแสดงหรือเครื่องเล่นต่างๆ แต่ละรายการต้องใช้เวลาตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งอาจเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับบางคน เพื่อแก้ปัญหานี้ นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักสามารถควักเงินจ่ายค่าบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อแลกกับการเป็นลูกค้า VIP ที่สามารถใช้ช่องทางพิเศษในการเข้าชมการแสดงหรือเครื่องเล่นได้ (หรือเรียกง่ายๆ ว่า "ลัดคิว") ช่วยให้การเที่ยวที่นี่ไหลลื่นมากขึ้น

เมื่อเทียบกับดิสนีย์แลนด์ด้วยกัน ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์มีขนาดเล็กที่สุด ถึงขนาด ที่นิตยสาร TIME ระบุว่าถ้าจะเดินกันจริงๆ ใช้ เวลาเพียง 10 นาทีก็ครบแล้ว เครื่องเล่นก็มีไม่มาก (ที่นี่ไม่มีรถไฟเหาะตีลังกา) จุดขายของที่นี่จึงเป็นโชว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Festival of The Lion King ที่มีแสดงที่นี่ที่เดียว หรือโรงภาพยนตร์ 3 มิติ Mickey PhilharMagic และการแสดงชุด The Golden Mickey ที่รวบรวมเอาตัวละครแทบทั้งหมดของดิสนีย์มาโชว์ไว้ในชุดเดียว

ดิสนีย์ใช้ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์เป็นเหมือนห้องทดลองเพื่อดูผลตอบรับจากตลาดเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดลูกค้าชาวจีน ซึ่งเท่าที่คะเนด้วยตาต้องถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย สอดคล้องกับตัวเลขที่ผู้บริหารระบุออกมาว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 100 วันแรก 49% จะเป็นคนที่อยู่อาศัยในฮ่องกง อีก 26% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ หากผลตอบรับของนักท่องเที่ยวชาวจีนดีวันดีคืนยิ่งขึ้น ดิสนีย์อาจตกลงใจเดินหน้าตามแผนการที่จะก่อสร้าง ดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ เพื่อให้เสร็จเปิดดำเนินการได้ในปี 2010 ตามที่กำหนดไว้ และเมื่อถึงวันนั้น จีนซึ่งกำลังจะก้าวเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายหนึ่งของโลก จะกลายเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากต่อดิสนีย์ในอนาคต

การมาฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ครั้งนี้ นอกจากความบันเทิงที่ได้จากการมาเยือนสถานที่แปลกใหม่แล้ว ผู้เขียนพบว่าที่นี่มีความน่าสนใจใน 2 มิติด้วยกัน มิติแรกเป็นในด้านของดิสนีย์ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากดิสนีย์ ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดของตัวการ์ตูนทั้งหลาย ที่เป็นจุดขายสำคัญของสถานที่แห่งนี้ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย เพราะสวนสนุกที่ไหนก็ไม่แตกต่างกัน เครื่องเล่นจะให้พิสดารหวาดเสียวเพียงใดก็สามารถหามาได้ แต่ตัวการ์ตูนที่นำโดยมิกกี้เม้าส์และผองเพื่อน นั้นจะพบได้ก็เพียงที่ดิสนีย์แลนด์

นอกจากนี้ ประสบการณ์และความรู้ในการบริหารจัดการสวนสนุกของดิสนีย์ก็มีความสำคัญอย่างมาก การแปรเปลี่ยนสิ่งที่เคยชมทางภาพยนตร์ให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถสัมผัสและเข้าร่วมได้จริงนั้น มีผลอย่างมากต่อความประทับใจของนักท่องเที่ยว สีหน้าและแววตาของเด็กเล็กๆ ที่ได้สัมผัส โอบกอดและถ่ายภาพร่วมกับมิกกี้เม้าส์ หมีพูห์และตัวการ์ตูนอื่นๆ เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกภายในได้เป็นอย่างดี ความประทับใจเหล่านี้ก็น่าจะยังคงอยู่แม้เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นแล้วและอาจถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้อีก

ทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้เองที่เป็น asset ที่สำคัญที่สุดของดิสนีย์ เป็น "กล่องดำ" ที่สามารถนำไปปรับใช้กับสวนสนุกที่ไหนก็ได้ ไม่แตกต่างอะไรกับโนว์ฮาวการทำร้านโชวห่วย ติดแอร์ของ 7-Eleven หรือโนว์ฮาวในการทำเบอร์เกอร์ของ McDonald รวมไปถึงเชนโรงแรมดังทั้งหลายที่สามารถไปรับบริหารโรงแรมชั้นนำได้ทั่วโลก

แนวโน้มของการแข่งขันในวันข้างหน้า ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ผู้ที่มี "กล่องดำ" เช่นที่ว่านี้จะมีโอกาสในการได้รับชัยชนะมากกว่าผู้ที่ยังคงอาศัยจุดขายในเรื่องของแรงงาน ราคาถูกแต่เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างแบรนด์จนเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติได้มีจำนวนเพียงแค่หยิบมือ แต่ถ้าจะนับเอาเฉพาะผู้ที่สามารถสร้างกล่องดำของตัวเองขึ้นมาได้ก็คงยิ่งน้อยลงไปอีก

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อาจจะเป็นกิจการของไทยแห่งหนึ่งที่สามารถสร้างและสะสมความรู้ในการบริหารจัดการโรงพยาบาล จนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในวงกว้าง หรือร้านสุกี้เอ็มเคที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการบริหารร้านอาหารที่มีจำนวนสาขา เกินกว่า 100 สาขา ปัจจุบันก็เริ่มมีการขยาย ออกสู่ต่างประเทศบ้างแล้ว แต่การจะพัฒนาขึ้นมาจนเป็น Global Player นั้นก็คงต้องรอการพิสูจน์กันต่อไป

ความน่าสนใจของฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์มิติที่ 2 เป็นมุมมองที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ที่ฮ่องกงได้กลายเป็นแม่เหล็กใหม่ สำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนที่นี่ (ทำนองเดียวกับที่มีการคาดหวังว่าสยามพารากอนจะเป็นแม่เหล็กใหม่ของกรุงเทพ มหานคร) นักท่องเที่ยวที่เคยไปฮ่องกงมาแล้ว ก็มีแรงจูงใจใหม่ๆ ที่จะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง (หรือหลายครั้ง) หากเปิดดูโฆษณาของบริษัททัวร์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้จะพบรายการ ท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเพื่อพานักท่องเที่ยวไทยไปยังฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์จำนวนมาก ซึ่งแน่นอน ว่าเมื่อนักท่องเที่ยวมากันแล้ว จุดขายเดิมๆ ในเรื่องของการชอปปิ้งก็ยังคงได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีการจ้างพนักงานอีกกว่า 5,000 คนเพื่อมาทำหน้าที่ในดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ ทั้งในส่วนของสวนสนุก ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกไปจนถึงโรงแรม ขณะเดียวกันก็ยังต้อง ใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารอีกจำนวนมาก สิ่ง เหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจของฮ่องกง การดึงดิสนีย์แลนด์มาอยู่ที่ฮ่องกง จึงเป็นความ พยายามในการเกาะเกี่ยว Global Player เพื่อเป็นสปริงบอร์ดพาตนเองไปสู่ตลาดระดับภูมิภาคหรือตลาดโลก

บางทีการยืมจมูกคนอื่นหายใจก็เป็นทางเลือกที่จำเป็น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย