Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 ธันวาคม 2548
ทุนสิงคโปร์ "กุม" อสังหาฯ ไทยพ่วงเน็ตเวิร์กแบงก์ต่อยอดแหล่งเงิน             
 


   
www resources

CapitaLand Homepage
โฮมเพจ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ - แลนด์แอนด์เฮ้าส์

   
search resources

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บมจ.
Capital Land
ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์, บจก.
อนันต์ อัศวโภคิน
เจริญ สิริวัฒนภักดี
Real Estate




จากกระแสโลกาภิวัตน์ที่ได้เปิดกว้างต่อการเคลื่อนย้ายทุนมากขึ้น ได้ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมและธุรกิจในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อผลในเชิงการแข่งขันและการสร้างขนาดของธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น และทำให้ต้นทุนขององค์กรลดลง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เริ่มมีอัตราการเจริญเติบโตอีกภูมิภาคหนึ่ง ทั้งในเรื่องของกำลังซื้อที่ยังต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่องทางในการลงทุนยังพอเปิดกว้าง กฎเกณฑ์ต่างๆ ไม่เข้มงวดเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากยังต้องการ "เงินทุน" เข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัว

โดยเฉพาะเรื่องของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศกำลังพัฒนา อัตราการเพิ่มขึ้นของความต้องการที่อยู่อาศัยได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับเงินทุนจากต่างชาติไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน!!! ประกอบกับมีนักเศรษฐศาสตร์บางรายวิเคราะห์ว่า "จากปัจจัยเรื่องสภาพคล่องในตลาดโลกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ตลาดเอเชียควรมีโอกาสถูกเลือกมากที่สุด ทั้งไทย และจีน เป็นชอยส์ที่ต่างชาติมองอยู่"

หากจะโฟกัสให้ชัดเจนว่า ประเทศที่เข้ามามีเครือข่ายธุรกิจในไทยมากขึ้น คงจะเป็นประเทศสิงคโปร์ (อดีตเคยถูกปกครองโดยประเทศอังกฤษ) และด้วยนโยบายที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้พยายามผลักดันการลงทุนข้ามมายังประเทศไทยและอื่นๆ ทำให้ปัจจุบันธุรกิจจำนวนไม่น้อย มีเครือข่ายของทุนสิงคโปร์ถือหุ้นไขว้อยู่ เช่น ถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์ของไทยหลายแห่ง และล่าสุดกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารยูโอบี รัตนสิน ได้ซื้อกิจการธนาคารเอเชีย และเปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารยูไนเต็ดโอเวอร์ซี (ไทยแลนด์) หรือ UOBT ซึ่งข้อมูลสำคัญทางการเงิน ณ 30 ก.ย.48 มีสินทรัพย์รวม 153,900.29 ล้านบาท นี้ยังไม่รวมทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่อยู่ในพอร์ตหลายหมื่นล้านบาท มีทั้งตึก โครงการจัดสรร และที่ดินแปลงผืนใหญ่ในต่างจังหวัดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท เรียกว่า "จิ๊กซอว์" ฐานการเงินของสิงคโปร์ในไทย ค่อนข้างพร้อมที่จะพอรองรับการเข้ามาของธุรกิจสิงคโปร์ อะไรเป็นเหตุผลสำคัญที่นักลงทุนจากสิงคโปร์ต้องเข้า ไทย หรือเป็นเพราะข้อจำกัด "ทางเศรษฐกิจ" ในสิงคโปร์เอง และเรื่องการเปิดเสรีทางการค้าที่มีแนวโน้มจะมากขึ้นในอนาคต!!!

"อนันต์-เจริญ" ศึกช้างชนช้าง

พันธมิตรจากสิงคโปร์ที่เข้ามาร่วมลงทุนในไทย ไม่ใช่เพิ่งมาแรงในช่วงนี้ แต่ถ้าจำกันได้ นายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) LH บิ๊กดิเวลลอปเมนต์ของเมืองไทย มีการอ้าแขนรับทุนจากสิงคโปร์เข้ามา ส่วนหนึ่งเกิดจากการเสริมสร้างความแข็งแกร่งหลังจากพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ ในปี 2540 โดยมีกลุ่มทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ GIC หรือ Government of Singapore Investment Corporation ขยายการลงทุนเข้ามาในบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ ขณะนี้สัดส่วนการถือหุ้นรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 20-25% ซึ่งผลจากการมองหาโอกาสและพันธมิตรที่เข้มแข็ง ได้เพิ่มความสามารถให้บริษัทแลนด์ฯ ในการชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และขยายการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ จนทำให้ในปัจจุบันบริษัทแลนด์ฯ มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด เฉพาะสิ้นสุดไตรมาส 3 ปี 48 มีสินทรัพย์รวมถึง 39,123.19 ล้านบาท รายได้รวม 17,831.65 ล้านบาท และกำไรสุทธิสิ้นสุดไตรมาส 3 อยู่ที่ 4,023.52 ล้านบาท ยังไม่รวมเครือข่ายในกลุ่มพันธมิตรของแลนด์ฯ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองไทย "โฮมโปร" และการมีธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ทำให้เครือข่ายของแลนด์ฯ ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ย้อนมาดูฟากของกลุ่มทุนด้าน "น้ำเมา" สุรามหาราชและเบียร์ช้าง ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี บุคคลซึ่งมีเครือข่ายที่กว้างทั้งฐานเงินที่หนาแน่น และทรัพย์สินที่มากทั้งตึกสูงและที่ดิน (แลนด์แบงก์) ที่มีอยู่ในมือเพียบ เพียงแค่รอจังหวะในการสร้างมูลค่าให้แก่ที่ดิน แต่ถึงกระนั้นในมุมมองของนักพัฒนาที่ดินแล้ว มองว่า หากนายเจริญ สิริวัฒนภักดี จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้น การมีเครือข่ายที่มีศักยภาพเป็น "โจทย์" ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสามารถเขย่าฐานของคู่แข่งได้ นอกเหนือกลยุทธ์ในการไล่เทกโอเวอร์โครงการของนายเจริญ อาทิ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซา เครือโรงแรมอิมพีเรียล สนามกอล์ฟนอร์ธปาร์ค ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโครงการศูนย์ราชการแห่งใหม่ ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นต้น

จึงเป็นที่มาของการดึงเครือข่ายจากต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุน และสิงคโปร์ก็ถูกเลือกในการเข้ามาพันธมิตรอีกครั้ง กลุ่มบริษัทแคปปิตอล แลนด์ (Capital Land) ที่มีรัฐบาลสิงคโปร์ถือหุ้นใหญ่อยู่ในเครือเตมาเส็ก โฮลดิ้ง เข้าร่วมทุนกับบริษัทอสังหาฯ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี T.C.C. Land จัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ T.C.C. Capital Land ในสัดส่วนที่ฝ่ายทุนไทยถือหุ้น 60:40%

กลุ่มแคปปิตอล กรุ๊ป เป็นหนึ่งในบริษัทธุรกิจพัฒนาที่ดินรายใหญ่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอเชีย มีรูปแบบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย อาทิ ที่พักให้เช่า โรงแรม คอนโดมิเนียม ฯลฯ โดยแบ่งกลุ่มธุรกิจในเครือ ออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ CapitaLand Residential And AUSTRALAND, CapitaLand Retail And Capitamall Trust, CapitaLand Commercial And CapitaCommercial Trust, Raffles Holdings, THE ASCOTT group และ CapitaLand Financial

สำหรับโมเดลของการพัฒนาโครงการต่างๆ ต่อบริษัทใหม่ที่ร่วมทุนกันขึ้น นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ส่งผ่านไปยังบุตรสาวสุดที่รักและลูกเขย คือ นางวัลลภา ไตรโสรัส และนายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส พร้อมนายเฉิน เหลียน ปัง ผู้บริหารจากแคปปิตอล แลนด์ ซึ่งเป็นขุนพลในการผลักดันบริษัทฯ ในการรุกคืบต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเดิมด้วยโครงการแรก แอทธินี เรสซิเด้นท์ คอนโดมิเนียม ระดับไฮเอนด์เมื่อเดือนธันวาคม 2547 บนถนนวิทยุ, โครงการวิลล่า ราชครู เป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ส่วนโครงการล่าสุดที่กำลังเปิดขายคือ เดอะ เอ็มไพร์เพลส คอนโดมิเนียมสูง 43 ชั้น พื้นที่ขาย 9,392 ตารางเมตร ราคาตารางเมตรละ 90,000 บาท จำนวน 440 ยูนิต บนพื้นที่ 5 ไร่ ย่านถนนนราธิวาส มูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท

"ภายในปี 2549 บริษัท T.C.C. Capital Land จะมีรายได้ขยับเพิ่มเป็น 9,000 ล้านบาท จากในปีนี้คาดว่ามีรายได้ 600 ล้านบาท ซึ่งนับจากนี้ไปเราต้องทำรายได้ให้ในแต่ละปีหมื่นล้านบาท โดยภายใน 3-5 ปีขึ้น เป็นบริษัทพัฒนาที่ดินอันดับ 3 ของตลาด และจะมีการเรียกทุนจดทะเบียนเป็น 5,000-6,000 ล้านบาท" นายเฉิน เหลียนปัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางข้างหน้าของบริษัทร่วมทุน

ซึ่งแน่นอน "เป้าหมาย" ดังกล่าว มีแนวโน้มเป็นไปได้ เหตุผลก็คือ ในปี 49 ทาง T.C.C.Capital Land มีแผนลงทุนโครงการใหม่ถึง 6 โครงการ มูลค่าการลงทุน 6,000 ล้านบาท มูลค่าขาย 10,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ รอยัล เรสซิเดนท์ เฟส 1 เป็นโครงการบ้านหรูระดับไฮ-เอนด์ ราคาเริ่มต้น 30-100 ล้านบาท บนถนนเกษตร-นวมินทร์ บนเนื้อที่ 77 ไร่ โดยต้นทุนของที่ดินค่อนข้างต่ำ เนื่องจากที่ดินส่วนหนึ่งเป็นของบริษัทแม่คือ T.C.C. Land มีที่ดินในบริเวณดังกล่าวกว่า 300 ไร่ โดยเปิดขายในเดือนมกราคม, โครงการต่อเนื่องจาก รอยัล เรสซิเดนท์ แต่จะพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวระดับกลาง ราคา 9-10 ล้านบาท เปิด ขายในไตรมาส 3, โครงการคอนโดมิเนียม มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทต่อในเดือนมีนาคม เดิมเป็นที่ดินของตระกูล ของดร.กันตธีร์ ศุภมงคล เนื้อที่ 5 ไร่ โครงการนี้มีจำนวนห้องพัก 300-350 ยูนิต ระดับราคาอยู่ที่ 85,000 บาทต่อตร.ม. , โครงการคอนโดฯในเฟสแรกในสนามกอล์ฟนอร์ธปาร์ค มูลค่าเบื้องต้น 2,000 ล้านบาท และมีแผนจะพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน เพื่อรองรับกับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, โครงการบ้าน เดี่ยวในกรุงเทพฯ อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินหากเจรจาสำเร็จ จะพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวระดับกลางราคา 9-10 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 3-5 ล้านบาท ที่จ.เชียงใหม่ บนเนื้อ 70 ไร่ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่พัทยา ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผน

รายเล็กลำบากถูกตีกัน

สำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายอื่นๆ เมื่อเห็นการเคลื่อนทัพของทุนสิงคโปร์ที่มากขึ้น รวมถึงกลุ่มต่างชาติรายอื่นเช่น ฮ่องกง อินเดีย จีน ที่เริ่มเข้ามา ยิ่งทำให้บริษัทอสังหาฯ ที่ทำโครงการจัดสรร "หนาวๆ ร้อนๆ" ไปตามกัน

ในมุมมองนายสืบวงษ์ สุขะมงคล ประธานกรรมการบริหารบริษัท แพทโก้ แลนด์ จำกัด ผู้ดำเนินการโครงการ วิจิตราธานี กล่าวว่าในส่วนของบริษัทฯยังไม่มีแผนที่จะดึงทุนสิงคโปร์เข้ามาร่วมทุน มีแต่เพียงให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบจากสิงคโปร์ เข้ามาศึกษาถึงแผนการตลาดในโครงการวิจิตราธานี เกี่ยวกับการทำคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ สไตล์รีสอร์ต ซึ่งรูปแบบนี้ต่างชาติจะสามารถซื้อคอนโดฯได้ 49% ของจำนวนที่เปิดขาย แต่ขณะนี้รายละเอียดยังไม่นิ่ง

"เรายอมรับว่าทุนสิงคโปร์บุกจริง ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงเมืองไทยยังดีอยู่ ขณะที่ตลาดอสังหาฯ ในสิงคโปร์เริ่มมีการชะลอตัวลง เนื่องจากประเทศจีนมีการดึงดูดนักลงทุน ทำให้บริษัทต่างชาติขนาดใหญ่หันไปตั้งสำนักงานในจีน ประกอบกับด้วยประเทศสิงคโปร์มีเงินมาก ก็เลยเลือกเข้ามาลงทุน ซึ่งไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมในเกือบทุกๆ ด้าน ที่สำคัญการที่สิงคโปร์มีแบงก์ในไทย ยิ่งทำให้ทราบถึงข้อมูลในไทย ทั้งค้าปลีก อสังหาฯ และอื่นๆ ประกอบกับคนสิงคโปร์ก็เลือกที่จะซื้อโครงการของบริษัทสิงคโปร์ที่เข้ามาลงทุน เพราะมีเครดิตมาก่อนหน้านี้ ทำให้ต้นทุนของ ผู้ประกอบการสิงคโปร์มีต่ำกว่าและประหยัดเวลาได้เร็วขึ้น" นายสืบวงษ์กล่าว

อย่างไรก็ดี การเข้ามาของทุนสิงคโปร์หรือทุนต่างชาติรายอื่นๆ ตรงนี้จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีเครือข่ายหรือมีทุนจำกัด จะประสบปัญหามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งปัจจุบันนับวันรายเล็กทำโครงการจัดสรรก็ลำบากมากขึ้น ทั้งการเข้มงวดของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ ความน่าชื่อถือของผู้ประกอบการและโครงการ ทำให้รายเล็กจะถูกจำกัดวงในการประกอบโครงการ ยกเว้นเจ้าของโครงการรายนั้นๆมีข้อได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนที่ดิน ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการไม่สูง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย