Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน6 มกราคม 2549
แอร์โรว์เพิ่มตลาดผู้หญิง ทุ่ม50ล.ลุย             
 


   
www resources

โฮมเพจ-ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
โฮมเพจ-ธนูลักษณ์

   
search resources

ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ.
ธนูลักษณ์, บมจ.
Clothings




แอร์โรว์เตรียมทุ่มงบตลาดปีนี้กว่า 50 ล้านบาท เน้นเข้าสื่อสารที่ตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมหวังสร้างธุรกิจในระยะยาว ปีนี้เน้นรุกตลาดสินค้าสำหรับผู้หญิง ด้วยการออกสินค้าให้ครอบคลุมทุกไลน์ เล็งเปิดตัวเครื่องหนังปีนี้เผยไม่มีแผนขยายช่องทางขายเพิ่ม จากปัจจุบันมี 166 แห่งทั่วประเทศ ระบุสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาในตลาดมากขึ้นมีทั้งผลดีและผลเสียแต่มั่นใจคุณภาพแอร์โรว์สามารถสู้ต่างชาติได้

นางรมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผน การทำตลาดปีนี้ของแบรนด์เครื่องแต่งกายแอร์โรว์ บริษัทฯเตรียมทุ่มงบการตลาดไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทในการทำตลาดแอร์โรว์ตลอดทั้งปี โดยจะเน้นการเลือกใช้สื่อโฆษณาที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าโดยตรง และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายรวมถึงการเน้นทำกิจกรรม เพื่อสังคมด้วย ซึ่งที่ผ่านมาแอร์โรว์ ได้เข้าร่วมอยู่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการช่วยช้างและโครงการคิดถึงสมเด็จย่า โดยได้เชิญศิลปินหรือผู้มีชื่อเสียงในวงการมาร่วมวาดภาพในแนวคิด "ศิลปินคิดถึงสมเด็จย่ากับการช่วยเหลือสวนสมเด็จย่า" จากนั้นนำภาพวาดมาทำเป็นลายเสื้อยืดของแอร์โรว์

สำหรับคอลเลกชันเสื้อผ้าแอร์โรว์ในแต่ละปีจะออกสินค้าใหม่ อย่างน้อย 2 คอลเลกชันหลัก คือในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยในปีนี้บริษัทฯจะให้ความสำคัญกับตลาดเสื้อผ้ากลุ่มผู้หญิงมากขึ้น หลังจากทดลองทำตลาดมา 1 ปีแล้วพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ดังนั้นบริษัทฯมีแผนผลิตสินค้าแอร์โรว์ให้ครอบ คลุมทุกไลน์ เช่น กระโปรง กางเกง สูท และเครื่องประดับอื่น หรือเครื่องหนัง ฯลฯ ในระดับราคาสินค้าประมาณ 300-2,000 บาท

"การที่รุกตลาดผู้หญิงมากขึ้น เพราะผู้หญิงมีความถี่ในการซื้อสินค้าสูงกว่าผู้ชาย ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะมาซื้อสินค้า แอร์โรว์เดือนละ 2 ครั้ง และค่าใช้จ่ายของลูกค้าจะมีคนละ 2,000 บาทต่อครั้ง"

ปัจจุบันช่องทางการขายแอร์โรว์มีทั้งหมด 166 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งชอปล่าสุดที่เปิด คือ ที่สยามพารากอน ในปีนี้บริษัทฯไม่มีแผนขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่ม ทั้งนี้ เป็นเพราะการขยายตัวห้างสรรพสินค้ามีน้อย ขณะที่ช่องทางดิสเคานต์สโตร์บริษัทฯก็ไม่มีแผนที่จะไปเปิดชอป เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายนี้ไม่ตรงกับโพซิชันนิ่งสินค้าแอร์โรว์

นางรมิดากล่าวด้วยว่า ปัจจุบันการที่มีเสื้อผ้ายี่ห้อดังหรือสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้นนั้นมีทั้งผลดีและผลเสีย ในส่วนผลดี คือ แบรนด์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาในตลาด ไทยจะมีราคาสูงกว่าสินค้าที่ขายในประเทศ 5 เท่า ซึ่งหากแข่งกันที่คุณภาพแล้วบริษัทฯสามารถสู้ได้ ซึ่งการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสดี เพราะจะทำให้เห็นความแตกต่างด้านราคากันอย่างชัดเจน ขณะที่คุณภาพจะมีใกล้เคียงกันส่วนข้อเสีย คือ สินค้าแบรนด์เนมที่เข้ามาจะมีมากขึ้นและคนที่ติดแบรนด์จะซื้อสินค้าได้ง่ายและมากขึ้น

สำหรับยอดขายในสิ้นปีนี้ของผลิตภัณฑ์แอร์โรว์คาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยแบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายเสื้อผ้าผู้หญิง คิดเป็น 10% จากเดิมมี 5% และที่เหลือป็นสัดส่วนของสินค้ากลุ่มผู้ชาย 90%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย