Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน6 มกราคม 2549
บุญรอดฯผ่าตัดทีมตลาดอาซาฮี เสริมระดับพรีเมียมเกมต่อยอดฟูลพอร์ต             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

   
search resources

บุญรอดบริวเวอรี่, บจก.
Alcohol




"บุญรอดฯ"ผ่าโครงสร้างเบียร์อาซาฮี ยกเครื่องงาน ด้านการตลาดทำเองแทนทีมเดิมของบีแอนด์เอ รับมือสมรภูมิฟองเบียร์งัดฟูลพอร์ตแข่งเดือด ละเลงศึกปั้น "อาซาฮี" เสริมความแข็งแกร่ง เซกเมนต์พรีเมียม ชี้เป็นเบียร์ที่มีอนาคตดี เผยปีที่ผ่านมาครองแชร์ 2.78% แซงหน้าคลอสเตอร์

แหล่งข่าวจากบริษัท บี แอนด์ เอ ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเบียร์อาซาฮี เปิดเผยกับ "ผู้จัดการรายวัน" ว่า ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาทางบริษัทฯได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ครั้งใหญ่นับตั้งแต่ได้ทำตลาดเบียร์อาซาฮีในไทยมา โดยขณะนี้ทางกลุ่มบุญรอดฯจะเข้าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลงานด้านการตลาดเบียร์อาซาฮีทั้งหมด จากเดิมที่ ก่อนหน้านี้แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบงาน โดยบุญรอดฯดูแลด้านการขาย ส่วนบีแอนด์เอฯจะเป็นผู้ดูแลงานการตลาด ซึ่งบีแอนด์เอฯมีผู้บริหารระดับสูง 4 คน เป็นคนไทย 2 คนที่ มาจากบุญรอดฯและคนญี่ปุ่น 2 คน

สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่บุญรอดฯได้เข้าถือหุ้นในบริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ สัดส่วน 51% ซึ่งมากกว่าบริษัทญี่ปุ่นถือหุ้น 49% ซึ่งส่งผลให้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทำให้มีอำนาจในการตัดสินใจปรับโครงสร้างในครั้งนี้

การที่บุญรอดฯดึงงานด้านการ ตลาดเบียร์อาซาฮีเข้ามาบริหารเอง เพราะแนวโน้มการแข่งขันตลาดเบียร์ แต่ละค่ายจะต้องมีสินค้าครบพอร์ต หรือทุกเซกเมนต์ ซึ่งเมื่อเทียบกับค่ายเบียร์ด้วยกันแล้ว บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ได้เริ่มรุกกลยุทธ์นี้อย่างชัดเจนและส่งผลให้มีสินค้าครบพอร์ตตั้งแต่ปีที่ผ่านมา คือ เบียร์ไฮเนเก้นอยู่ในเซกเมนต์พรีเมียม, เบียร์ไทเกอร์อยู่ ในเซกเมนต์สแตนดาร์ด และเบียร์เชียร์อยู่ในเซกเมนต์อีโคโนมี

ส่วนค่ายไทยเบฟฯ ของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มีเบียร์ช้าง-เบียร์อาชาอยู่ในเซกเมนต์อีโคโนมี และในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ก็เตรียมเปิดตัวเบียร์ระดับพรีเมียมแต่เป็นเซกเมนต์ใหม่ยี่ห้อ "ช้างไลท์" นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวเบียร์อีก 2 ตัว อยู่ในระดับพรีเมียม และสแตนดาร์ดอีกด้วย

ขณะที่บุญรอดฯ ปัจจุบันมี "เบียร์ลีโอ"แข็งแกร่งในเซกเมนต์ อีโคโนมี และเป็นเบียร์ที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา กระทั่งมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 25% ส่วนเบียร์สิงห์แข็งแกร่งในเซกเมนต์ สแตนดาร์ด มีส่วนแบ่ง 14-15% ส่วน เซกเมนต์พรีเมียมบุญรอดฯยังไม่มีความแข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีเบียร์อยู่ในพอร์ตแล้วก็ตาม แต่เบียร์อาซาฮีกำลังกลายเป็นเบียร์ที่มีอนาคตในเซกเมนต์พรีเมียม ซึ่งสิ้นปี 2548 มีส่วนแบ่งตลาด 2.78% มากกว่าคลอสเตอร์เบียร์ในเครือบุญรอดฯมีส่วนแบ่งเพียง 2.71% จากมูลค่าตลาดรวม 82,000 ล้านบาท
ดังนั้น การที่บุญรอดฯทำตลาด เองพร้อมกับจัดจำหน่ายเองด้วยนั้น จะทำให้เกิดความคล่องตัวในการจัดการต่างๆ ทั้งหมดในการทำตลาด จากเดิมที่ต่างคนต่างทำหน้าที่กัน ซึ่งยังสามารถที่จะวางแผนในภาพรวมเป็นแพกเดียวกับแผนตลาดรวมของเบียร์ในกลุ่มทั้งหมดได้ด้วย

ล่าสุดนายวิวัฒน์ หล่อจีระชุณห์กุล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอนด์เอ ดิสทริบิวชั่น จำกัด จะเข้ามาดูแลด้านการตลาดเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งได้ปรับทีมการตลาดใหม่ภายใต้ทีมจากบุญรอดฯ อย่างไรก็ตาม โพซิชันนิง หรือ ตำแหน่งการตลาดเบียร์อาซาฮีจากนี้ไป คงจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะโพซิชันนิงเดิมดีอยู่แล้ว โดยวางไว้เป็นเบียร์อินเตอร์เนชั่นแนล หลังจาก ก่อนหน้านี้เบียร์อาซาฮีวางโพซิชันนิง เป็นเบียร์ญี่ปุ่น ทำให้ขายได้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น

สำหรับงบการตลาดเบียร์ อาซาฮีปีนี้วางไว้ใกล้เคียงกับปี 2548 คือ ราว 90-110 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นแผนเดิมวางงบไว้ที่ 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม 10% หรือมียอดขาย 1,000 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการในปีที่ผ่านมามีประมาณ 370-380 ล้านบาท และในอีก 3 ปีข้างหน้านี้เป้าหมายเดิมตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 30% โดยขึ้นมาเป็นเบอร์สองของตลาดอย่างชัดเจน จากปัจจุบันเบอร์สองจะมีทั้งเบียร์คลอสเตอร์, อาซาฮี และเบียร์นำเข้าซึ่งมีส่วนแบ่งไล่เลี่ยกัน ส่วนผู้นำตลาดอย่างเบ็ดเสร็จเป็นเบียร์ไฮเนเก้น ครองส่วนแบ่ง 90-92% มูลค่า 9,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา เบียร์อาซาฮี ถือว่าเปิดฉากรุกตลาดอย่างหนักเริ่มตั้งแต่การรีแบรนด์จากเบียร์เจ เทรนด์สู่เบียร์ระดับอินเตอร์เนชั่น แนล เน้นตอกย้ำภาพลักษณ์ให้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากเบียร์ อื่นอย่างชัดเจนภายใต้คอนเซ็ปต์ "คิดในแบบที่แตกต่าง"หรือ "Think Difference" ควบคู่กับกลยุทธ์มิวสิก มาร์เกตติ้ง ดึง"โดม-ปกรณ์ลัม"ศิลปินตัวแทนของคนที่มีความคิดแบบที่แตกต่างสร้างสรรค์ผลงานของ ตนเอง ฯลฯ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย