Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์9 มกราคม 2549
แอมเวย์ กระตุ้นยอดขาย ทุ่ม 700 ล้าน สร้างคน ขยายสาขา ออกโฆษณา             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอมเวย์ (ประเทศไทย)

   
search resources

แอมเวย์ (ประเทศไทย), บจก.
Direct sale




แอมเวย์ทุ่ม 700 ล้านบาท รุกตลาด หวังกระตุ้นยอดขายให้เติบโตหลังจากยอดตกไป 3% ในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ยังคงไฮไลท์ไปที่สินค้ากลุ่มสุขภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรแกรมพัฒนานักธุรกิจแอมเวย์รุ่นใหม่ให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการโฆษณาผ่านสื่อมากขึ้น โดยใช้งบกว่า 80 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบอีก 100 ล้านบาท พัฒนาระบบไอทีและขยาย "แอมเวย์ ช็อป" อีก 3 สาขา

คำกล่าวที่ว่าธุรกิจขายตรงมักมีการเติบโตแม้เศรษฐกิจจะไม่ดีเนื่องจากประชาชนต่างหารายได้เสริมซึ่งส่วนหนึ่งก็หันหน้าเข้าหาธุรกิจขายตรง ดูเหมือนจะไม่เป็นจริงเสมอไป โดยเห็นได้จากผลประกอบการของแอมเวย์ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา (ส.ค.47-ก.ย.48) ที่มียอดขายลดลง 3% คิดเป็นมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท โดยแอมเวย์ปิดยอดขายได้ที่ 8,990 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทแม่คือ อัลติคอร์ สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 3.6% คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,400 ล้านดอลลาร์ โดยประเทศที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทสูงสุด 5 อันดับแรกคือ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ และไทย

แอมเวย์ประเทศไทยต้องคิดหนักในการหากลยุทธ์ใหม่ๆเพื่อท้าทายภาวะเศรษฐกิจในปี 2549 นี้ แม้ ปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ แอมเวย์ (ประเทศไทย) จะออกมาให้ทัศนะในเชิงบวกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแอมเวย์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยแต่ละปีโตเฉลี่ยเกือบ 100% เมื่อฐานมีขนาดใหญ่จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องมีการปรับฐานกันบ้าง

ปกติแล้วรอบบัญชีของแอมเวย์จะเริ่มต้นที่เดือนสิงหาคมและสิ้นสุดในเดือนกันยายนปีถัดไป แต่ในปีนี้แอมเวย์มีแผนที่จะปรับรอบบัญชีใหม่ตามปฏิทินคือเริ่มที่เดือนมกราคมและสิ้นสุดที่เดือนธันวาคม โดยจะมีการรวม 3 เดือนสุดท้ายของปี 2548 เข้าไปอยู่ในรอบบัญชี 2549 นั่นหมายความว่าสมาชิกจะมีโอกาสในการสร้างยอดขายได้สูงกว่าเพราะมีเวลาถึง 15 เดือนก่อนจะปิดงวดบัญชี จะว่าไปแล้วก็เป็นเหมือนของขวัญปลอบใจจากความผิดพลาดในปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องขวัญและกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจขายตรงเนื่องจากคีย์ซักเซสมาจากบุคลากรที่เป็นสมาชิก

แม้ในปีที่ผ่านมาแอมเวย์ประเทศไทยจะมียอดขายที่ลดลงแต่ก็ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่มีการเติบโตโดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ ในขณะที่เครื่องสำอางมียอดขายที่ลดลง

อย่างไรก็ดีสินค้าภายใต้แบรนด์ นิวทริไลท์ซี่งเป็นอาหารเสริมสุขภาพ และแบรนด์อาทิสทรี ซึ่งเป็นเครื่องสำอาง ยังคงเป็น 2 แบรนด์หลักที่สร้างรายได้ให้กับแอมเวย์คิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดขายทั่วโลก ดังนั้นในปีนี้แอมเวย์ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ทั้ง 2 ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนานักธุรกิจอิสระรุ่นใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันแอมเวย์ ประเทศไทย มีสมาชิกแอ็คทีฟกว่า 280,000 ราย โดยเป็นคนรุ่นใหม่วัย 18-25 ปี ประมาณ 30%

แนวทางที่แอมเวย์จะสร้างนักธุรกิจอิสระรุ่นใหม่ไปสู่ความเป็นมืออาชีพคือการอบรมสัมมนา พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ พร้อมนำกลยุทธ์ในการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าระดับลึก (RM : Relationship Management) มาใช้มากขึ้นเพื่อให้นักธุรกิจอิสระของแอมเวย์มีแนวทางในการดำเนินงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะรวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าตลอดจนการลดจดด้อยและเสริมจุดแข็งให้กับตัวนักธุรกิจอิสระเอง ซึ่งปกติที่ผ่านมาแอมเวย์จะเน้นการสัมมนาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้ามากกว่า

นอกจากนี้แอมเวย์ยังอัดฉีดงบการตลาดเกือบ 700 ล้านบาทในปีนี้ โดยงบส่วนใหญ่กว่า 500 ล้านบาท ถูกใช้ในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจ หรือ อินเทนซีฟ เช่น การจัดทริปพานักธุรกิจที่สร้างยอดขายได้ตามเป้าไปพักผ่อนพร้อมดูงานแอมเวย์ในต่างประเทศ ถัดมาเป็นงบสำหรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ระบบโปรแกรมการวิเคราะห์ตลาด รวมถึงใช้ในการขยายสาขาของ "แอมเวย์ ช็อป" อีก 3 แห่งที่สมุทรปราการซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนอีก 2 สาขาจะอยู่ที่ ถนนพระราม 2 และจังหวัดอยุธยา โดยปัจจุบัน "แอมเวย์ ช็อป" มีสาขาทั้งหมด 39 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการปรับโฉมสาขาเก่าลางแห่งที่ให้บริการมานานแล้ว

และสุดท้ายเป็นงบสำหรับการสื่อสารการตลาด 80 ล้านบาท ซึ่งปกติแล้วแอมเวย์จะไม่ค่อยมีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ แต่ที่ต้องทำในปีนี้ก็เพื่อผลักดันให้แบรนด์แอมเวย์และแบรนด์อื่นๆในครือเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น

อย่างไรก็ดีนอกจาก 2 แบรนด์หลักอย่าง อาทิสทรี และนิวทริไลท์ ที่ทำยอดขายสูงสุดให้กับแอมเวย์แล้ว ก็ยังมีสินค้าอื่นๆที่จะช่วยผลักดันยอดขายของแอมเวย์ให้เติบโตขึ้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าพื้นฐานอย่างผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างรถ และยังมีการนำเครื่องกรองอากาศรุ่นที่ 2 ภายใต้แบรนด์ Atmosphere เข้ามาทำตลาดในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้แอมเวย์ทำตลาดเครื่องกรองอากาศภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ แอร์ ทรีทเมนต์ ซิสเต็ม (เอทีเอส) นอกจากนี้ยังมีการทำโปรโมชั่นเพื่อเอาใจลูกค้าเก่าของแอมเวย์ด้วยการรับซื้อคืนเครื่องกรองน้ำแอมเวย์ โดยให้มูลค่ากว่า 5,000 บาท เป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ e-Spring โดยหวังว่าลูกค้าเก่ากว่า 30% หรือคิดเป็น 40,000 รายจะสนใจแคมเปญดังกล่าว

ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายและอาจทำให้แอมเวย์ต้องเหนื่อยกว่าที่ผ่านมา เพราะภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นล้วนแต่เป็นต้นทุนของนักธุรกิจแอมเวย์ในอันที่จะต้องพบปะพูดคุยเพื่อรักษาลูกค้าเก่าและหาสมาชิกใหม่

การเติบโตที่เคยเกิดขึ้นปีละ 100% ในช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้คงเป็นเรื่องยากสำหรับแอมเวย์ ณ ปัจจุบัน ดังนั้นการวางเป้ายอดขายในปีนี้จึงไม่สูงมากนัก โดยแอมเวย์คาดหวังว่ากลยุทธ์ต่างๆดังกล่าวข้างต้นจะผลักดันให้บริษัทมียอดขายในปีนี้ 9,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเติบโตถึง 10,000 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้นี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย