Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2549
การเมืองกับผลประโยชน์             
โดย วรรณปราณี ศักดิ์สราญรมย์
 


   
search resources

Political and Government




ผลการเลือกตั้งทั่วไปของแคนาดาเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการประกาศ "Stand up for Change" การยืนขึ้นเพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นสโลแกนของพรรคอนุรักษนิยม สามารถนำชัยได้ที่นั่งในรัฐสภา 124 เสียง ไปครอง

พรรคอนุรักษนิยมสามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งหนนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 13 ปีที่พรรคเสรีนิยมบริหารประเทศนี้

ขณะที่พรรคเสรีนิยมของอดีตนายกรัฐมนตรีพอล มาร์ติน ได้รับ 103 ที่นั่ง พรรคบร็อคควิเบกคัว (BQ) ได้รับ 51 ที่นั่ง พรรค NDP ได้ 29 ที่นั่ง และพรรคอิสระได้ 1 ที่นั่ง

เท่าที่สังเกตการณ์การลงคะแนนเสียงของชาวแคนาดา ปรากฏว่า ส่วนใหญ่กลุ่มคนที่มาใช้สิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงนั้นเป็นกลุ่มคนวัยกลางคนจนถึงสูงอายุ ทำให้ เห็นชัดถึงแคมเปญของพรรคฝ่ายขวาที่พุ่งเป้าไปที่การให้บริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง ซึ่งคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมในการใช้บริการทางด้านนี้มากที่สุด

ช่วงระหว่างการประกาศผลการเลือกตั้งในตอนค่ำ มีบรรยากาศไม่แตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไปในบ้านเรา เพราะมีการรายงานตัวเลขของเสียงที่พรรคต่างๆ ได้รับมาเป็นระยะๆ ทั่วแคนาดา โดยผู้นำพรรค การเมือง ต่างเฝ้าชมผลการเลือกตั้งในถิ่นของตนเอง

ผลคะแนนเสียงในพื้นที่กว่า 60,000 หน่วยเลือกตั้ง ปรากฏตัวเลขชัดเจนว่าพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง ก่อนเที่ยงคืนในวันเลือกตั้ง เพราะพื้นที่ชี้ขาดการเลือกตั้งส่วนใหญ่อยู่ใน 2 มณฑลใหญ่ของแคนาดา นั่นคือ ควิเบก และออนทาริโอ

ความพ่ายแพ้ของพรรคเสรีนิยมคราวนี้ ถูกนักวิเคราะห์ทางการเมืองวิจารณ์ว่าเป็นผลจากข้อครหาการคอร์รัปชั่นของพรรค รวมถึงการวางแผนแคมเปญการรณรงค์หาเสียงของพรรคที่ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ และคอยไล่ตามแคมเปญของพรรคอนุรักษนิยมตลอดมา

ไม่ใช่เพียงการพ่ายแพ้ของพรรคเสรีนิยมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความตกต่ำของพรรคบีคิวด้วยที่สูญเสียคะแนนนิยมจาก 48.9% ลดลงเหลือ 42.3% ถือเป็นเรื่องน่าจับตามองที่ชาวแคนาดาได้เรียนรู้จากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะพรรคอนุรักษนิยมสามารถแย่งชิงฐานเสียงของพรรคบีคิวไปได้ 3 เสียง ทำให้พรรคเจ้าถิ่นของจิลล์ ดูเซปป์ ต้องกลับไปพิจารณาอีกนานว่า มันเกิดอะไรขึ้น

ฮาร์เปอร์ประกาศชัยชนะในทันทีว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ไม่ใช่เป็นเพียงจุดจบของการคอร์รัปชั่นเท่านั้น แต่ถือเป็น การจุดแสงสว่างอนาคตของประเทศด้วย

เป็นที่รู้กันว่าเส้นทางการนำของฮาร์เปอร์คงไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากเสียงของพรรคอนุรักษนิยมมีเพียง 37% ขณะที่พรรคเสรีนิยมได้ 27% ไม่เพียงพอตามที่กำหนดไว้ 308 เสียง ซึ่งจะทำให้เขาทำงานได้ลำบาก เพราะต้องพึ่งเสียงการสนับสนุนจากพรรคอื่นด้วย

สภาวการณ์ทางการเมืองของแคนาดา อยู่ในช่วงปริศนาว่ารัฐบาลฝ่ายขวาของฮาร์เปอร์ที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะสามารถทำงานได้มากน้อยเพียงใด หรือจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งในไม่ช้าหรือไม่

แม้แจ็ค เลตัน ผู้นำพรรคเอ็นดีพีลั่นวาจาว่าจะไม่มีการเลือกตั้งโดยเร็วอย่างที่ชาวแคนาดาหวั่นวิตก ถ้าเขาจะร่วมมือใน การทำงานกับรัฐบาลฮาร์เปอร์ ขณะที่ดูเซปป์ ประกาศทันทีภายหลังการเลือกตั้งว่า พรรคบีคิวของเขาจะยังยึดมั่นในการรักษาผลประโยชน์ของชาวควิเบก และหากรัฐบาลของฮาร์เปอร์ดูแลและให้ความสำคัญกับ ชาวควิเบกแล้วเขาจะอยู่ข้างรัฐบาลชุดนี้แน่นอน

เป็นที่รู้กันดีว่าชาวควิเบก เป็นชาวแคนาดาที่มีแนวความคิดทางการเมืองอย่างล้ำลึกมาช้านาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส ที่คิดถึงเรื่องการรักษาผลประโยชน์ทางการเมืองเพื่อชาวควิเบกเป็นใหญ่ และพวกเขาสามารถถกเถียง วิเคราะห์ พูดคุย ต่อรองเรื่องทางการเมืองได้โดยไม่หวั่นต่อสายตาของชาวแคนาดาโดยทั่วไป

พิจารณาดูแล้วการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยของพรรคอนุรักษนิยมคราวนี้ ไม่เพียงเป็นปัญหาใหญ่ของพรรคฝ่ายขวาที่จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการผ่านร่างกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงการต่อรองในเรื่องผลประโยชน์ระหว่างพรรคการ เมืองอื่น โดยเฉพาะกับผู้นำพรรคบีคิว ที่ประกาศเรียกร้องการดูแลมณฑลควิเบกเป็นกรณีพิเศษด้วย

ส่วนพรรคเสรีนิยมที่กลายเป็นพรรคฝ่ายค้านในคราวนี้ก็กำลังอยู่ในสภาวะการขาดผู้นำ เนื่องจากมาร์ตินประกาศลาออก จากตำแหน่งผู้นำพรรค แล้วใครจะมาเป็นผู้นำฝ่ายซ้ายของแคนาดาในอนาคตที่จะมา คานอำนาจของพรรคฝ่ายขวา

สิ่งสำคัญ พันธมิตรทางการเมืองจากพรรคอื่น คือปัจจัยหลักที่พรรคฝ่ายขวาจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารงาน ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะสามารถตกลง หรือต่อรองกันได้มากน้อยเพียงไร เพราะนั่นอาจหมายถึง ผลประโยชน์ที่หลายคนคงจำได้มั่นว่า "การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์"

สตีเฟนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ต่อมิเกล ฌอง ผู้สำเร็จราชการของควีนอลิซาเบธที่สอง ซึ่งมิเกลบอกให้เขารีบจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเขากำลังสรรหาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อยู่

ฮาร์เปอร์ถือเป็นนายกรัฐมนตรีแคนาดาที่หนุ่มที่สุดด้วยวัยเพียง 46 ปี งานสำคัญที่เขาประกาศทันทีในการบริหารงานที่ต้องเริ่มอย่างแน่นอน คือเรื่องการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ การลดภาษีจีเอสทีจาก 7% เหลือ 5% การให้บริการทางสาธารณสุขอย่างทั่วถึงของประชาชน การสนับสนุนเงินช่วยเหลือในการดูแลเด็ก และเยาวชน การดูแลในเรื่องการรักษาความปลอดภัย

วิสัยทัศน์ของผู้นำคนใหม่ผู้นี้เป็นสิ่งท้าทายที่ชาวแคนาดาจำนวนไม่น้อยกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะส่วนใหญ่มักบอกว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เงียบ มีดีกรีทางด้านเศรษฐศาสตร์จาก Calgary University แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเขามากนัก บางคนถึงกับบอกว่า ไม่ไว้ใจว่าเขาคิดอะไรอยู่

นั่นอาจเป็นเพียงเสียงสะท้อนจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง หรืออาจเป็นกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยในแนวความคิดของฮาร์เปอร์ก็เป็นได้ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคงเป็นบทวิจารณ์ทางการเมืองที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในสื่อสิ่งพิมพ์ที่อาจแสดงให้เห็นถึงบางส่วนของตัวตนของผู้นำแคนาดาคนนี้

โดยข่าวผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่สนใจของประเทศต่างๆ โดยทั่ว เห็นชัดจากสื่อจากทุกมุมโลกให้ความสนใจถึงกับพาดหัวข่าวกันถึงการเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลปีกซ้ายมาเป็นปีกขวา โดยเฉพาะเพื่อนบ้านแคนาดา อย่างสหรัฐอเมริกาพูดถึงฮาร์เปอร์ใน New York Times ว่า "free-market economist who expressed strong support for Washington at the time of the American-led invasion of Iraq."   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย