Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2540








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2540
"บัตรออมทรัพย์ทวีสิน ยุทธวิธียิงปืนนัดเดียวของ ธ.ก.ส."             
 


   
search resources

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร - ธ.ก.ส.
เอ็นนู ซื่อสุวรรณ
Banking and Finance




ขึ้นชื่อว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธ.ก.ส. เชื่อว่ามีคนเมืองจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้จักธนาคารของรัฐแห่งนี้ดีพอ นอกเหนือจากเป็นแบงก์ของเกษตรกรคนยากเท่านั้น และดูเหมือนจะเป็นแดนสนธยาที่คนในเมืองไม่กล้าเข้าไปกล้ำกราย

อันที่จริง ธ.ก.ส. ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น ๆ มากนักในด้านของการบริการ นอกเสียจากการปล่อยเงินกู้ที่เน้นโครงการเพื่อการเกษตรตาม ก.ม. พิเศษที่ได้ตราบังคับไว้เท่านั้น เพราะยังมีการให้บริการรับฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยเท่ากับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น ๆ เช่นกัน

เนื่องจาก ธ.ก.ส. เป็นธนาคารของรัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 7% การตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2541 ลง 100,000 ล้านบาทของรัฐบาล เพื่อพยุงฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศส่งผลกระทบต่อธนาคารแห่งนี้ในฐานะที่ยังต้องพึ่งงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งเดิมได้ตั้งงบประมาณในปี 2541 ไว้ 2,500 ล้านบาท ก็ถูกตัดทิ้งอย่างไม่เหลือเยื่อใย ทั้ง ๆ ที่ในยามนี้จะมีก็เพียงภาคเกษตรกรรมเท่านั้นที่สามารถสร้างเม็ดเงินมายังชีพคนทั้งประเทศที่มองเห็นทางมากที่สุด เพราะปลอดจากความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน วัตถุดิบส่วนใหญ่หาใช้ได้ในประเทศยกเว้นแต่เพียงปุ๋ยเท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ ธ.ก.ส.ก็ต้องเป็นผู้ที่หาเงินลงทุนเพื่อนำมาปล่อยกู้ให้แก่เกษตรกรที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากพิษของเศรษฐกิจก็ต้องระเห็จกลับสู่ถิ่นฐานเดิม และหันมายึดอาชีพเดิมที่บรรพบุรุษของตนได้ทำมาหาเลี้ยงชีพมาหลายชั่วอายุคน แต่ทว่ายังขาดเงินทุนที่จะมาลงทุน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ซึ่งถือเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของคนเหล่านี้

ด้วยนโยบายหลักที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ด้วยการให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ในขณะที่ต้นทุนเงินของธนาคารนั้นกลับแพงมากขึ้นตามความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ ดังนั้นการระดมทุนจากต่างประเทศเหมือนเดิมจึงเริ่มไม่คุ้มค่ามากนัก ทางที่ดีที่สุดก็คือการระดมทุนภายในประเทศ และบัตรออมทรัพย์ทวีสิน ถือเป็นสินค้าตัวใหม่ที่ ธ.ก.ส. เข็นออกมาสู่ตลาด เพื่อระดมทุนจากประชาชนภายในประเทศ ทว่าสินค้าตัวนี้เน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางที่มีวิถีชีวิตอยู่ในเมืองขึ้นไป ซึ่งถือเป็นการฉีกจากแนวทางเดิมของแบงก์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าในชนบทเป็นหลัก

"การออกบัตรออมทรัพย์ถูกจังหวะมากที่สุด ในภาวะเศรษฐกิจที่เงินตึงตัว เพราะบัตรออมทรัพย์ระยะยาว 3 ปี จะช่วยเรื่องสภาพคล่องของระบบในประเทศได้ดี เพราะเป็นการนำเงินออมจำนวนหนึ่งที่ได้จากคนในเมืองไปสู่ภาคชนบท หรือภาคเกษตรกรรม คงเป็นที่ทราบกันดีว่า คนงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมได้หันกลับไปสู่ภาคเกษตรอีกจำนวนหนึ่ง ฉะนันจึงมีความต้องการเงินทุนในจำนวนที่มากพอควรที่จะไปฟื้นฟูเศรษฐกิจในชนบท อันเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นการที่เราได้เริ่มระดมเงินออม 2,500 ล้านบาทจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมชุมชนในชนบท เราจะมีบทบาทในการเชื่อมโยงกับภาคอุตสากหรรมชุมชนหรือการเกษตรได้อย่างมาก หากภาคเหล่านี้ต้องการส่งออก เราจะมีบทบาทในการเชื่อมโยงให้ผู้ที่อยู่ในเมืองและมีเงินออมพอสมควร และการที่เรามาทำหน้าที่นี้เป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ในเบื้องต้นเราจะให้บริการดำเนินการเคลื่อนย้ายทรัพยากรจากในเมืองไปสู่ชนบท ซึ่งบัตรออมทรัพย์ทวีสินจะมีคุณค่ายิ่งสำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ" พิทยาพล นาถธราดล ผู้จัดการธนาคารฯ กล่าวถึงความสำคัญของสินค้าตัวใหม่ เพราะ ธ.ก.ส. เป็นธนาคารสินเชื่อชนบทที่ใหญ่ที่สุดครอบคลุมกลุ่มคนมากถึง 80% ของประชากรในชนบท

บัตรออมทรัพย์ตัวนี้จะมีลักษณะคล้ายกับสลากออมสินคือเป็นทั้งเงินออมที่ให้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี และมีโอกาสได้รับรางวัลถึง 12 ครั้ง จำนวน 276 รางวัล มูลค่า 120 ล้านบาท โดยรางวัลที่ 1 มี 1 รางวัล มูลค่า 10 ล้านบาท รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล ๆ ละ 200,000 บาท รางวัลที่ 3 มี 20 รางวัล ๆ ละ 50,000 บาท รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล ๆ ละ 20,000 บาท และรางวัลที่ 5 มี 200 รางวัล ๆ ละ 10,000 บาท ซึ่งจะออกรางวัลทุก ๆ 3 เดือน โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการซึ่งบัตรออมทรัพย์นี้ราคาหน่วยละ 500 บาท

เงินฝากทวีโชค เป็นสินค้าตัวแรกที่ ธ.ก.ส. เริ่มรุกตลาดระดมเงินออมเมื่อไม่นานมานี้ แต่เน้นลูกค้าในต่างจังหวัดซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทว่าในวันนี้ ธ.ก.ส. ได้หันมาเจาะลูกค้าในกรุงฯ และคนมีเงินในหัวเมืองต่าง ๆ จากก่อนที่ไม่เคยเข้าถึงตลาดนี้มากนัก ซึ่งในโอกาสเดียวกันนี้ทาง ธ.ก.ส.ยอมทุ่มทุนถึง 20 ล้านบาท ว่าจ้างให้บริษัท Access & Associate Ltd. ดำเนิการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสินค้าตัวนี้และภาพลักษณ์ของธนาคารให้เป็นที่คุ้นเคยกันในวงกว้าง

"เราก็มีบริการเงินฝากเหมือนกับแบงก์อื่น แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ เพราะคิดว่าเราปล่อยกู้อย่างเดียว คนนอกเมืองเท่านั้นที่รู้จักเรา คนในเมืองไม่รู้จักเท่าไร เราก็คิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเราไปด้วย เราไม่เคยมีโฆษณาประชาสัมพันธ์เหมือนกับวิสาหกิจแห่งอื่น ก็เลยถือโอกาสนี้มาทำโฆษณาพร้อม ๆ กันเพื่อให้คนในเมืองได้รู้จักเรา" เอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวถึงผลพลอยได้ที่ได้จากสินค้าตัวใหม่อันถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ ธ.ก.ส.

ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศถึง 560 สาขา มีหน่วยบริการอีกประมาณ 800 หน่วย มีลูกค้าราว 4,300,000 คน ปล่อยเงินกู้ประมาณปีละ 160,000 ล้านบาท ฉะนั้นในแต่ละปี ธ.ก.ส. มีภาระที่จะต้องระดมทุนเพื่อนำมาปล่อยกู้ตกประมาณ 40,000 ล้านบาท

"ปัญหาของเราก็คือเงินหาง่ายแต่ราคาแพง เพราะเราต้องมาปล่อยดอกเบี้ยถูกให้แก่เกษตรกร ดอกเบี้ยที่ปล่อยประมาณ 9% ต่อปีสำหรับวงเงินไม่เกิน 60,000 บาท แต่ถ้าเกิน 60,000 บาทจะปล่อยที่ 10-11% เราปล่อยกู้แก่โครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตร ขณะนี้ก็เป็นที่ทราบแล้วว่าแรงงานเกษตรที่ตกงานเริ่มที่จะคืนสู่ท้องถิ่นเดิม ซึ่งเราก็ต้องรับภาระหนักในปีนี้ และเราก็พยายามที่จะรักษาระดับเงินกู้ของเราที่ 1.4 แสนล้านเพราะเราเป็นแหล่งสุดท้ายของประเทศ" เอ็นนูให้ความเห็น ซึ่งแหล่งเงินกู้ที่สำคัญของ ธ.ก.ส. จะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก(World Bank) ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) กองทุนเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจโพ้นทะเลของญี่ปุ่น (OECF) เป็นเงินกู้ระยะยาวอายุเฉลี่ย 25-30 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 7%

เมื่อไม่นานมานี้ ทาง ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการขอกู้เงินจาก OECF เป็นเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,400 ล้านบาท (35 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์) และกู้จาก ADB อีก 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท

"ตอนนี้เรามีเงินกู้ต่างประเทศประมาณ 800 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินเยนและเป็นกู้ระยะยาวทำให้เราไม่มีปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก เพราะเยนดอกเบี้ยต่ำ ส่วนใหญ่เราจะปล่อยกู้รายย่อย ฉะนั้นความเสี่ยงน้อย และเราโชคดีที่มีแบงก์ชาติที่เข้ามาช่วยลดภาวะความเสี่ยงด้วยการซื้อบัตรเงินฝากของเรา"

ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานมองไปทางไหนก็มีแต่คนตกงานอย่างนี้ 10 ล้านบาทก็เพียงพอที่จะล่อใจให้ชื่อของ ธ.ก.ส. มาอยู่ในหัวใจของคนที่ชอบลุ้นได้ไม่ยากนัก เพราะอย่างน้อยก็เหมือนหยดน้ำในทะเลทราย…

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย