Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2549
Investment for Growth             
โดย ณัฐวัฒน์ หอมจิตต์
 

   
related stories

Growth & Innovation
Succession Plan
ลำดับเหตุการณ์
วัฒนธรรม + ภาพลักษณ์ใหม่
ชีวิตอีกด้านหนึ่ง (ของโลก)
กานต์ ตระกูลฮุน SCG Culture Change

   
www resources

โฮมเพจ เครือซิเมนต์ไทย

   
search resources

เครือซิเมนต์ไทย
Chemicals and Plastics
Pulp and Paper
Cement




หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจและพลิกฟื้นฐานะกลับคืนมาได้อีกครั้ง ปัจจุบันความมั่นคงทางการเงินของเครือซิเมนต์ไทยถือได้ว่าแข็งแกร่งกว่าในช่วงก่อวิกฤติเสียอีก มาตรวัดหนึ่งที่ชี้ให้เห็นได้ชัดเจนคือสัดส่วนระหว่างหนี้สินและ EBITDA (Net Debt/EBITDA) ซึ่งในช่วงก่อนวิกฤติอยู่ที่ระดับ 3 เท่า แต่เมื่อมีการลดค่าเงินบาททำให้ตัวเลขยอดหนี้เพิ่มสูงขึ้น สัดส่วนดังกล่าวจึงพุ่งขึ้นไปเป็น 9 เท่า และหลังจากที่ทยอยใช้หนี้ไปแล้ว ปัจจุบันสัดส่วนนี้ลดเหลือเพียง 1.9 เท่าเท่านั้นและเมื่อประเมินจากผลกำไรที่เกิดขึ้นในแต่ละปี เท่ากับว่าเครือซิเมนต์ไทยมีเม็ดเงินที่พร้อมสำหรับการลงทุนในแต่ละปีเพื่อสร้างโอกาสการขยายตัวในอนาคตได้ไม่น้อยเลย

"จากนี้ไปพูดตรงๆ ว่าโอกาสที่จะลงทุนไม่พอกับเงินที่เรามีอยู่" กานต์กล่าวกับ "ผู้จัดการ"

เครือซิเมนต์ไทยเตรียมเม็ดเงินสำหรับการลงทุนในช่วง 5 ปีนี้เอาไว้อย่างน้อยปีละ 24,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนของกลุ่มปิโตรเคมีและที่ไม่ใช่ปิโตรเคมีในสัดส่วนเท่าๆ กัน

แผนการลงทุนของเครือซิเมนต์ไทยที่ได้ประกาศออกมาแล้วมีทั้งในกลุ่มซิเมนต์ ปิโตรเคมีและกลุ่มกระดาษ โดยกลุ่มปิโตรเคมีที่ปัจจุบันเป็นกลุ่มที่สร้างผลกำไรให้กับเครือมากที่สุดก็เป็นกลุ่มที่มีแผนการลงทุนมากที่สุดด้วยเช่นกัน โครงการของกลุ่มปิโตรเคมีที่จะมีการลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้มีทั้งการสร้างโรงงานโอเลฟินส์แห่งที่ 2 และโครงการดาวน์สตรีมที่ร่วมกับ Dow Chemical ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 60,000 ล้านบาทจะก่อสร้างเสร็จและดำเนินการผลิตได้ในปี 2553

นอกจากนี้ยังมีโครงการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอททีลีน ที่ประเทศอิหร่าน ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนในส่วนของเครือซิเมนต์ไทยอีก 3,500 ล้านบาท

ในกลุ่มกระดาษก็มีโครงการลงทุนกว่า 9,400 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนที่จังหวัดขอนแก่น มูลค่าประมาณ 6,600 ล้านบาท มีกำลังการผลิตปีละ 160,000 ตันจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในสิ้นปี 2550 และการขยายกำลังผลิตของธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่โรงงานนวนคร โรงงานราชบุรีและกาญจนบุรี รวม 2,870 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มปูนซีเมนต์ก็มีการไปลงทุนผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศกัมพูชา โดยร่วมทุนกับ Khaou Chuly Group ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของกัมพูชา มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,200 ล้านบาท กำลังการผลิตปีละ 8.5 แสนตัน คาดว่าจะเริ่มทำการผลิตได้ในเดือนมกราคม 2551

โครงการปูนซีเมนต์ที่กัมพูชาเป็นการลงทุนตามแผนงานขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนที่เครือซิเมนต์ไทยเข้าถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 90% แทนที่จะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยดังเช่นการร่วมทุนในต่างประเทศในหลายโครงการที่ผ่านมา กานต์ให้เหตุผลว่า โครงการร่วมทุนของเครือซิเมนต์ไทย นับจากนี้ไปจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อให้สามารถควบคุมการดำเนินงานให้สอดรับกับนโยบายโดยรวมของเครืออย่างเต็มที่   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย