Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2539
"ตรีอรรถบูรณ์ อุตสาหกรรมยกตลาดพลาสติกให้สวีเดน"             
 


   
search resources

ตรีอรรถบูรณ์ เพอร์สตอร์ป
วิบูลย์ ตรีอรรถบูรณ์
Chemicals and Plastics




เมื่อ กลุ่มตรีอรรถบูรณ์ ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกของไทยตัดสินใจร่วมทุนกับเพอร์สตอร์ปแห่งประเทศสวีเดน ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ของโลกแบบยกตลาดให้เลย งานนี้ต่างคนต่างได้ หรืออย่างไรกันแน่?

ตรีอรรถบูรณ์ เพอร์สตอร์ป คือบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนครั้งนี้ โดย บริษัท ตรีอรรถบูรณ์ อุตสาหกรรม จำกัด ถือหุ้น 49% ที่เหลือ 51% ถือโดย เพอร์สตอร์ป แห่งสวีเดน

เป้าหมายของการร่วมทุนครั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิตและความเชี่ยวชาญด้านการตลาด เพื่อบุกตลาดในไทยและภูมิภาคเอเชีย

ความพร้อมและสมบูรณ์ด้านเทคโนโลยี แน่นอนว่าต้องมาจากการถ่ายทอดของเพอร์สตอร์ป

กว่า 115 ปีที่กลุ่มเพอร์สตอร์ป ได้ดำเนินธุรกิจมา และหลายทศวรรษมาแล้ว ที่กลุ่มทุนแห่งนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นยักษ์ใหญ่รายหนึ่งของโลก ในด้านอุตสาหกรรมการผลิตและเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทางด้านเคมีภัณฑ์ เช่น วัตถุดินเมลามีน, พลาสติก, ลามิเนทหรือแผ่นฟอร์ไมก้าและอีกหลายด้าน

ปัจจุบันนี้ เพอร์สตอร์ป ได้ขยายงานและกระจายการลงทุนไปยัง 25 ประเทศทั่วโลก และผลประกอบการปีล่าสุด (ปี 2538) ของกลุ่มทุนแห่งนี้มีถึง 50,000 ล้านบาท

แม้ว่าจะเป็นกลุ่มทุนระดับโลก แต่ถ้ามองถึงภูมิภาคเอเชียแล้ว จนถึงวันนี้เพอร์สตอร์ปยังนับว่าใหม่อยู่มาก

ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แม้ว่าทวีปเอเชียจะมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ แต่เพอร์สตอร์ป ก็ยังไม่ได้มุ่งเน้นการลงทุนมาที่นี่ ด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการหาคู่ค้าที่เหมาะสม การรอเพื่อให้แน่ใจและความพร้อม จากผลประกอบการ 50,000 ล้านบาทในปีล่าสุดนั้น 70% มาจากยุโรป ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของเพอร์สตอร์ป อีก 20% จากอเมริกา และที่เหลือ 10% จากเอเชียและภูมิภาคอื่นรวมกัน จากผลประกอบการนั้นเห็นชัดเจนว่า ตลาดเอเชีย ยังเป็นส่วนน้อยนิดสำหรับ เพอร์สตอร์ป

ต่อเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ การตัดสินใจที่จะต้องเข้าสู่ตลาดเอเชีย ของเพอร์สตอร์ป ได้บทสรุป การวางแนวทางเพื่อการรุกเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบจึงเริ่มต้นขึ้น

สองปีก่อน เพอร์สตอร์ป เข้าไปลงทุนในมาเลเซีย แต่ก็เพียงการลงทุนในลักษณะบริษัทการตลาดหรือสำนักงานการค้าเท่านั้น โดยเน้นที่การจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่รับซื้อมาจากโรงงานในมาเลเซียนั่นเอง

ในครั้งแรก เพอร์สตอร์ป ก็ตั้งใจที่จะใช้มาเลเซียเป็นฐานที่มั่นแรกในเอเชีย แต่จากสภาพการณ์หลายด้านที่ไม่เอื้ออำนวยไม่ว่าจะเป็นตลาดในมาเลเซียเอง หรือฐานธุรกิจของนักลงทุนท้องถิ่นที่มีอยู่ ในมาเลเซีย เพอร์สตอร์ป จึงหยุดบทบาทไว้เพียงแค่นั้น

สำหรับไทย ในเวลาใกล้เคียงกัน เพอร์สตอร์ป ได้เข้าร่วมทุนกับกลุ่มสยามสตีล ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมเหล็ก และเฟอร์นิเจอร์ของไทย เพื่อตั้งโรงงานผลิตลามิเนทหรือแผ่นฟอร์ไมก้า จากการร่วมทุนครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เพอร์สตอร์ป มองว่าไทยน่าจะมีความเหมาะสมมากที่สุด สำหรับใช้เป็นฐานที่มั่นหนึ่งในเอเชีย ของกลุ่มเพอร์สตอร์ป

"ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่เข้ามาลงทุนในไทย และครั้งนี้ก็ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่จะกระจายการลงทุนรุกมายังเอเชีย เพอร์สตอร์ป นั้นใหญ่ที่สุดในอเมริกาและยุโรป และวันนี้กำลังจะก้าวเป็นหนึ่งในเอเชียต่อไป" วีกิ้ง เฮ็นริกสัน ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกบริษัท เพอร์สตอร์ป แห่งสวีเดน กล่าวอย่างมาดมั่น

ในอนาคตอันใกล้ เพอร์สตอร์ป จะเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการทำตลาดและรายได้เสียใหม่ โดยหวังจากยุโรป 40% อเมริกาและอื่น ๆ 40% ที่เหลือ 20% เป็นการทำตลาดในเอเชียซึ่งสัดส่วนใหม่นี้ นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทีเดียว

จากการสร้างข่ายทางตลาดในมาเลเซีย จนถึงการลงทุนในไทย เพอร์สตอร์ป ไม่ได้หยุดนั้น แผนระยะสั้นภายใน 3-5 ปีนี้ เพอร์สตอร์ป จะเข้าไปลงทุนในจีน เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกและตั้งบริษัทการค้าในฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเข้าไปยังประเทศอินเดียด้วย

มองถึงเป้าหมายสำคัญของ เพอร์สตอร์ป ที่จะรุกเข้าสู่ตลาดเอเชียแล้วอาจเข้าใจได้ว่า การร่วมทุนกับกลุ่มตรีอรรถบูรณ์ ครั้งนี้ไม่ได้มีสาระสำคัญมากไปกว่าการให้ตรีอรรถบูรณ์เป็นแค่ทางผ่าน

แต่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพราะกลุ่มตรีอรรถบูรณ์นั้นนับเป็นกลุ่มธุรกิจแห่งหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติก ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียอย่างมาก และมองถึงระดับเทคโนโลยีการผลิตแล้ว ก็พร้อมที่จะพัฒนาก้าวไปข้างหน้าได้ไม่ยาก

ประกอบกับแนวนโยบายของเพอร์สตอร์ป ที่ต้องการรุกสู่เอเชีย ด้วยการหาประเทศที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดี หานักลงทุนท้องถิ่นที่มีศักยภาพเพียงพอ และเสริมในจุดที่เพอร์สตอร์ป ยังขาดอยู่ กลุ่มตรีอรรถบูรณ์ จึงเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับเพอรร์สอตร์ป ไม่ใช่เพียงตัวเลือกหนึ่งเท่านั้น

"มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อเป็นหนึ่งและรักษาความเป็นหนึ่งให้ได้" วีกิ้ง กล่าว

"เพอร์สตอร์ป มีสินค้าจำนวนมากมาเสนอ พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย ตรีอรรถบูรณ์มีความชำนาญด้านการตลาดจึงน่าจะก้าวไปด้วยกัน" ด๊าก เวสเตอร์ลันด์ กรรมการบริหาร บริษัท ตรีอรรถบูรณ์ เพอร์สตอร์ป กล่าว

วิบูลย์ ตรีอรรถบูรณ์ ประธานกลุ่มตรีอรรถบูรณ์ กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก มากว่า 30 ปี ปัจจุบันเป็นรายใหญ่ของประเทศมีกำลังการผลิต 36,000 ตันต่อปี ส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 40% โดย 50% ของการผลิต บริษัทได้ทำการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเอเชีย บริษัทมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก

ความเชี่ยวชาญในตลาดเอเชียที่วิบูลย์กล่าวถึง ก็คือปัจจัยสำคัญที่เพอร์สตอร์ปตัดสินใจ

สำหรับ ตรีอรรถบูรณ์ เพอร์สตอร์ป ที่เกิดจากการร่วมทุนครั้งนี้ ในขั้นแรกจะใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อการติดตั้งเครื่องฉีดพลาสติก ขนาดกลางและใหญ่ จำนวน 7 เครื่องซึ่งกำลังการผลิตสูงสุดจะอยู่ที่ 12,000 ตันต่อปี เริ่มดำเนินการผลิตได้ปลายปีนี้ (2539)

โดยจะเป็นการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกขนาดใหญ่ (CONTAINERS), กระบะรองรับสินค้าเพื่อการเคลื่อนย้าย (PALLET) และถังขยะมูลฝอยขนาดต่าง ๆ (WASTE HANDNG) ทั้งนี้ในขั้นแรกจะเน้นการจำหน่ายในประเทศ แต่หลังจาก 3 ปีไปแล้วคาดว่าจะสามารถส่งออกไปได้ 50% ของกำลังการผลิตที่น่าจะเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัวจากช่วงแรก

ฉัตรชัย ตรีอรรถบูรณ์ รองประธานกลุ่มตรีอรรถบูรณ์และกรรมการบริหารบริษัท ตรีอรรถบูรณ์ เพอร์สตอร์ป กล่าวว่า การร่วมทุนจะไม่ได้หยุดอยู่แค่อุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกเท่านั้น แต่อนาคตจะเพิ่มสายธุรกิจมากขึ้นเท่าที่เพอร์สตอร์ปจะสามารถถ่ายทอดให้ได้ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการศึกษา

"ที่สำคัญ บริษัท ตรีอรรถบูรณ์ เพอร์สตอร์ป แห่งนี้จะเป็นตัวหลักในการก้าวไปลงทุนในกิจการต่าง ๆ ในสายเคมีภัณฑ์ที่เพอร์สตอร์ป จะรุกเข้ามาสู่เอเชีย หรือย่างน้อย ทางเพอร์สตอร์ปจะต้องเจรจากับเราก่อนว่าสนใจโครงการต่าง ๆ หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นในจีนหรือที่อื่นในเอเชีย ตรงนี้มีการเจรจากันไว้แล้ว ไม่เช่นนั้นเราคงเสียเปรียบเพราะการร่วมทุนครั้งนี้ดูเหมือนกับว่าเราให้ตลาดในส่วนของลังพลาสติกแก่เขาไป แต่จริง ๆ แล้วเป็นการประสานประโยชน์มากกว่า คือการทำธุรกิจต้องเชื่อใจกัน" ฉัตรชัย กล่าว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย