Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์1 พฤษภาคม 2549
ทีพีไอยุคใหม่เสริมอำนาจปตท.ยึดอำนาจกรรมการขับ"ประชัย"             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.




ศาลล้มละลายให้ทีพีไอพ้นแผนฟื้นฟู เดินหน้าสู่ทีพีไอยุคใหม่ ในเงื้อมมือปตท.และพันธมิตร ราคาจริงไม่ควรวิ่งเกิน 9 บาท โครงการใหม่ตัวชี้ขาดอนาคต งานนี้ปตท.มีแต่ได้กับได้ เขี่ย"ประชัย"พ้นทาง

หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด(มหาชน) ตามคำร้องของผู้บริหารแผน โดยศาลเห็นว่าผู้บริหารแผนได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการได้ครบถ้วนแล้ว โดยเฉพาะการชำระคืนหนี้ให้กับเจ้าหน้าที่และกิจการมีความมั่นคงมีกำไรที่ดีขึ้น และยังได้ยกคำร้องของผู้บริหารฝ่ายลูกหนี้ที่ขอให้ยกเลิกการจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน

เมื่อ 11 กรกฎาคม 2546 ศาลล้มละลายกลางได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด(มหาชน) เมื่อ 11 กรกฎาคม 2546 และเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของกระทรวงการคลังเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2547 ให้มีสิทธิเด็ดขาดในการจัดสรรการขายส่วนทุนตามแผนทั้งหมด

จากนั้นได้มีการขายเงินลงทุนในบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด(มหาชน) เมื่อ 21 ตุลาคม 2548 เจ้าหนี้แจ้งให้ทราบว่าต้องการใช้สิทธิในการซื้อหุ้น ทีพีไอโพลีน ทั้งหมดจำนวน 249,007,294หุ้น ในราคาหุ้นละ 41.18 บาท ทำให้บริษัทได้รับเงินทั้งสิ้นเท่ากับ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ และบริษัทได้นำเงินดังกล่าวชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ บริษัทจึงได้รับการปลดภาระดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมดทันที

ถัดมากระทรวงการคลังได้จัดสรรหุ้นเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ร่วมลงทุนหลักประกอบด้วยปตท. 31.5% กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ธนาคารออมสิน กองทุนวายุภักษ์ 1 รายละ 10% รวมเป็น 61.50% ที่เหลือเสนอให้ผู้ถือหุ้นเดิมและเจ้าหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อ 13 ธันวาคม 2548 ที่ราคา 3.30 บาท ได้รับชำระเงินค่าหุ้นเป็นเงิน 57,909 ล้านบาท และนำเงินไปชำระหนี้ทำให้หนี้ค้างชำระเหลือเพียง 37,895 ล้านบาท

ที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549 บริษัทได้ลดระดับการผลิตในปี 2549 ลงเหลือเฉลี่ยวันละ 178,000 บาร์เรลล์ เนื่องจากบริษัทจะทำการปิดโรงกลั่น 3 แห่ง เพื่อทำการซ่อมแซมในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 จึงประมาณการว่าอัตราการผลิตโดยเฉลี่ยปี 2549 จะต่ำกว่า 178,000 บาร์เรลล์ต่อวัน

บริษัทได้ต่อสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบระยะยาวโดยตรงกับผู้ผลิตน้ำมันดิบในประเทศตะวันออกกลางและในภูมิภาค เพื่อให้เกิดความแน่นอนและสม่ำเสมอในการจัดส่งน้ำมันดิบ ที่จะใช้ในการผลิตให้กับโรงงาน

ฝ่ายบริหารแผนฟื้นฟู ได้มีการนัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันรุ่งขึ้นทันที(27 เม.ย.) แน่นอนว่าครั้งนี้คณะกรรมการชุดตัวแทนของกระทรวงการคลังจะต้องเข้ามาทำหน้าที่หลังจากทีพีไอพ้นจากแผนฟื้นฟูกิจการ ประกอบด้วยพลเอกมงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา พละ สุขเวช อารีย์ วงศ์อารยะ และวีรพงษ์ รามางกูร ตัวแทนจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ คงหนีไม่พ้นวิศิษฎ์ ตันติสุนทร ตัวแทนจากธนาคารออมสิน จาก ปตท.ที่ปิติ ยิ้มประเสริฐ ที่จะรับหน้าที่บริหารงานเต็มตัว คาดการณ์ว่าคงไม่มีรายชื่อของประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นกรรมการ

การปรับโครงสร้างหนี้หลังจากได้รับเงินเพิ่มทุน ขายเงินลงทุนในทีพีไอโพลีน และจัดการหนี้สินกับเจ้าหนี้ ทำให้ภาระหนี้ของทีพีไอลดลงไป 65% สัดส่วนหนี้สินต่อทุนปี 2548 ลดลงเหลือแค่ 0.39 เท่า ทำให้ทีพีไอสามารถล้างขาดทุนสะสม 72,929 ล้านบาทมาเป็นกำไรสะสม 29,538 ล้านบาท

จากนี้ไปหลังจาก ปตท.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทีพีไอ คาดหมายว่าจะมีการนำเอากระบวนการบริหารจัดการของปตท.มาร่วมใช้บริหารทีพีไอ และหนี้ที่เหลือราว 3.8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีการรีไฟแนนซ์เพื่อให้ต้นทุนทางการเงินลดลง

นักวิเคราะห์ประเมินว่า จากแผนปรับโครงสร้างหนี้ของผู้บริหารแผนของกระทรวงการคลัง ทำได้ดี แก้ปัญหาหนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้เกือบทั้งหมด ทำให้เรื่องการออกจากแผนฟื้นฟูหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป

จากนี้ไปคงต้องรอดูแผนธุรกิจของทีพีไอยุคใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร เดินไปในแนวทางไหน แน่นอนว่าเมื่อ ปตท.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว อาจจะมีการใช้ทรัพยากรบางอย่างร่วมกัน แต่ถึงอย่างไรการได้ทีพีไอมาก็สร้างประโยชน์ให้กับปตท.อย่างมาก จ่ายค่าหุ้นแค่ 3.30 บาท มีส่วนต่างจากราคาในกระดานเกินกว่า 4 บาท เท่ากับว่างานนี้ได้อาณาจักรปิโตรเคมีที่ครบวงจรมาครอบครอง เพราะจากนี้ไปผลการดำเนินงานของทีพีไอจะส่งต่อไปยังผลการดำเนินงานของ ปตท.

"การออกจากแผนฟื้นฟูถือเป็นข่าวดี อาจมีแรงเข้ามาซื้อขายเก็งกำไรกันมาก แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเทขายทำกำไรเช่นกัน อีกทั้งข่าวดังกล่าวตลาดก็รับรู้และคาดการณ์มาระดับหนึ่งแล้ว ราคาหุ้นจึงไม่ควรเกิน 9 บาท หากจะปรับขึ้นเกินกว่านี้คงต้องรอดูแผนธุรกิจของทีพีไอกันอีกครั้ง"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย