Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์8 พฤษภาคม 2549
'ไทยชง' ชูลงทุน 38,000 บ.เจาะฐานผู้ประกอบการใหม่             
 


   
www resources

โฮมเพจ บ้านใร่กาแฟ

   
search resources

Franchises
ออกแบบไร่นา (ประเทศไทย), บจก.
Coffee




ไทยชง เพิ่มรูปแบบลงทุนต่ำ 38,000 บาท สอดรับผลวิจัยพบฐานผู้ประกอบการใหม่ตัดสินใจเริ่มธุรกิจที่ระดับ 30,000 เศษมีจำนวนมากที่สุด ชูจุดเด่นร้านด้วยเคาท์เตอร์เปิดโล่ง ปรับขนาดความกว้าง สูงได้ตามทำเลที่ตั้ง ชี้โอกาสธุรกิจกาแฟยังมีสูงกำไรต่อแก้วให้ได้ถึง 6 บาทหรือ 45% ไม่หวั่นตลาดแข่งเดือนคุมคุณภาพวัตถุดิบมาตรฐานบ้านใร่กาแฟ ตั้งเป้าลุยเปิดครึ่งปี 49 ที่ 20 สาขา พร้อมผนึกพันธมิตรโลตัส เอ็กเพรส มั่นใจสร้างรายได้เพิ่มเป็น 12 ล้านบาท

วีระยุทธ บุตรพรหม ผู้จัดการภาคไทยชง บริษัทออกแบบไร่นา(ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผย "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่า ล่าสุดได้เปิดตัวไทยชงในรูปแบบใหม่ลักษณะเคาท์เตอร์ มูลค่าการลงทุน 38,000 บาทพร้อมอุปกรณ์การขาย วัตถุดิบ สามารถจำหน่ายได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ขณะที่เมนูเท่าเดิมคือ 6 เมนู กาแฟ ชาอัสสัม ชาเขียวใบม่อน ชาแดงดอกกระเจี๊ยบ โกโก้และน้ำหวาน ซึ่งเป็นการลดไซส์การลงทุนลงเท่านั้น จากเดิมการลงทุนที่ 55,000 บาทลักษณะรถเข็นและวัตถุดิบที่สามารถขายได้นานกว่า

ทั้งนี้การปรับลดขนาดการลงทุนลงนั้น วีรยุทธ ให้เหตุผลว่า ทั้งนี้จากผลการวิจัยของบริษัทพบว่าฐานผู้ลงทุนระดับ 30,0000 บาทต้นๆ เป็นฐานที่ใหญ่ และธุรกิจแฟรนไชส์ในระดับ 35,000-38,000 บาท ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนสูง

"เรามองว่านอกจากผู้ที่มีเงินลงทุน 38,000 บาท กับธุรกิจกาแฟไทยชงมีความคุ้มค่ามาก และเป็นธุรกิจที่คืนทุนกว่า เปรียบเทียบเงินลงทุน 38,000 บาท ยอดขายวันละ 100 แก้ว ค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท ขาย 30 วัน ขายได้เดือนละ 3,000 แก้ว กำไรต่อแก้ว กรณีเจ้าของขายเองกำไรต่อแก้ว 6 บาท (ราคาขายปรุงนม 15 บาท ปรุงน้ำตาล 12 บาท) มีกำไรต่อเดือนประมาณ 12,000 บาท 3 เดือนคืนทุน กรณีมีทำเลหน้าบ้านก็ไม่ต้องมีค่าเช่า"

และยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจส่งผลต่อการชะลอการตัดสินใจของผู้ที่จะเข้ามาลงทุน แต่อย่างไรก็ตามรูปแบบเงินลงทุนไทยชง 38,000 บาท สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่ว่าสร้างรายได้ให้กับคนทำงานและสร้างโอกาสให้กับคนไทยได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ฉะนั้นราคาดังกล่าวจะเข้าใกล้กลุ่มผู้ที่ปฏิบัติจริงๆ หรือเจ้าของดำเนินการเอง

เช่นเดียวกับนโยบายที่กำหนดว่า การสร้างรายได้จะถูกบรรจุในค่าแรงผู้ขาย เช่น พนักงานขาย 1 คน ได้รับตามค่าแรงขั้นต่ำ (185 บาทต่อวัน) และถ้าขายได้เกินจากนี้กำไรต่อแก้ว 6 บาทจะต้องหารครึ่งหรือจ่ายให้กับพนักงาน 3 บาท ซึ่งเป็นการสกรีนผู้ที่ลงทุนต้องไปขายเอง เพราะแรงจูงใจจากกำไรที่สูงมากหรือมีกำไรต่อแก้วประมาณ 45% และการที่ต้องแบ่งกำไรผู้ขายนั้นเพื่อสร้างแรงจูงใจในการขาย ซึ่งเป็นหลักการบริหารพนักงานขายให้เกิดความตั้งใจ

วีระยุทธ ยังกล่าวถึงจุดเด่นของรูปแบบเคาท์เตอร์ ว่า มีลักษณะที่เปิดโล่ง ขนาดความกว้าง 1.20 ม. สูง 1.90 ม. สามารถถอดประกอบหรือลดขนาดความสูงลงได้ เหมาะกับพื้นที่แคบทำเลที่อยู่ในอาคารหรือหน้าอาคารห้างร้านต่างๆ กระทั่งในห้างสรรพสินค้าวัดขนาดพื้นที่ในการกำหนดราคาค่าเช่า โดยลักษณะการตกแต่งที่เน้นโชว์สินค้าและเมนูเป็นหลัก สอดคล้องนโยบายที่ไม่กำหนดเพศ วัย ของผู้ขาย

เขามองว่า ไทยชงในรูปแบบการลงทุนที่ 38,000 บาจะเป็นการกระตุ้นกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เพราะสามารถตัดสินใจได้ง่ายกว่า ขณะเดียวกันไม่เป็นการแชร์ตลาดผู้ลงทุนระดับ 55,000 บาท หรือรูปแบบเดิม ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีธุรกิจอยู่แล้วที่ต้องการสร้างรายได้เสริมหรือขยายธุรกิจเพิ่ม หรือพอใจในภาพลักษณ์ของการตกแต่งร้านลักษณะรถเข็น หรือสอดคล้องกับพื้นที่ที่ตั้งมากกว่า

"อย่างที่กล่าวมาว่าลงทุน 38,000 บาท เป็นการลดไซส์การลงทุนและปริมาณอุปกรณ์ ขายในระยะสั้นลงเท่านั้น โอกาสการเพิ่มในอนาคตสู่การลงทุน 55,000 บาท ก็เป็นไปได้สูงเพราะขายได้นานกว่า ด้วยจำนวนวัตถุดิบที่จัดเพิ่มให้ แต่ที่ลงทุนถูกกว่าเป็นการลดคอร์สในส่วนของรูปแบบเคาท์เตอร์ที่มีต้นทุนถูกกว่ารถเข็น"

ซึ่งคาดว่าหลังการเปิดตัวไทยชงราคา 38,000 บาทในเดือนกรกฎาคม 2549 นี้ คาดตัวเลขสิ้นปีไม่ต่ำกว่า 20 สาขา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ทั้งนี้เพื่อสกรีนผู้ที่จะเข้ามาลงทุนและทำเลเป็นส่วนสำคัญ นอกจากวัตถุดิบคุณภาพที่บริษัทได้จัดหาให้

เขากล่าวถึงโอกาสธุรกิจแฟรนไชส์กาแฟไทยชงว่า ปัจจุบันยังไม่คู่แข่งโดยตรง แม้จะมีคู่แข่งทางอ้อมคือกาแฟโบราณที่มีราคาขายเฉลี่ย 10-12 บาทต่อแก้ว ขณะที่ไทยชงราคาสูงกว่าหรือ 15 บาทต่อแก้ว แต่ด้วยคุณภาพกาแฟจากบ้านใร่กาแฟที่เป็นบริษัทแม่ ความสะอาดและการบริการ ความหลากหลายของเมนู ในหลายพื้นที่ไทยชงสามารถแชร์ส่วนแบ่งการตลาดและมียอดขายที่สูงกว่า และผู้บริโภคมีทุกระดับเพราะเชื่อมั่นในแบรนด์ภายใต้นโยบายการบริหารงานของบ้านใร่กาแฟ

"ในความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยชงมีสูงถึง 80% อีก 20% ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเกิดจากผู้ประกอบการเอง ที่พบส่วนใหญ่เป็นการลดต้นทุน เช่น ปริมาณกาแฟที่ให้กับลูกค้าลดลง ทำให้รสชาติเปลี่ยน รับนโยบายการจ่ายกำไรครึ่งหนึ่งให้กับลูกจ้างไม่ได้และตนเองก็ไม่มีเวลาให้กับธุรกิจเต็มที่ ซึ่งเราจะสกรีนแนวความคิดในการทำธุรกิจมาประกอบการตัดสินใจในการขายแฟรนไชส์ด้วย"

วีระยุทธ ได้กล่าวถึงแผนงานของไทยชงในปี 2549 ว่า จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านบาท จากรายได้ 4 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ด้วยการขยายสาขาทั้งรูปแบบเงินลงทุน 38,000 บาท และ 55,000 บาท ซึ่งปัจจุบันมีสาขาแฟรนไชส์ 85 สาขา สาขาบริษัทลงทุนเอง 20 สาขา

โดยขณะนี้ได้เพิ่มโมเดลใหม่ที่จะขยายสู่ โลตัส เอ็กเพรส ได้เปิดดำเนินการสาขาแรกแล้วที่คลอง 6 ซึ่งโอกาสในในอนาคตเป็นไปได้ที่จะเป็นพันธมิตรร่วมกับโลตัส เอ็กเพรส ในทุกสาขาๆ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย