Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน24 พฤษภาคม 2549
จีเอฟเคเพิ่มกลุ่มสินค้า-ขยายภูธร เผยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแข่งดุราคาตก             
 


   
search resources

Research
Electric
จีเอฟเค มาร์เกตติ้ง เซอร์วิส (ประเทศไทย), บจก.




จีเอฟเคเล็งเพิ่มบุคลากรพร้อมทั้งขยายตัวสินค้าเครื่องเป่าผมเข้าไว้ในกลุ่มเอชเอ เตรียมขยายฐานการเก็บข้อมูลในต่างจังหวัดมากขึ้น เผยสินค้ากลุ่มเอชเอจะมีการเติบโตมากในปีนี้ ด้านตลาดทีวีราคาเปลี่ยนแปลงมาก

นายอุทัย โล้วมั่นคง ผู้จัดการ บริษัท จีเอฟเค มาร์เกตติ้ง เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ทำการสำรวจวิจัยทางด้านตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะขยายฐานในการเก็บข้อมูลตัวเลขต่างๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางด้านผลิตภัณฑ์ไอทีในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น จากเดิมที่ผ่านมาเก็บข้อมูลเฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น เนื่องจากว่าในช่วงที่ผ่านมา ตลาดไอทีมีการขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด

ขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มประเภทของกลุ่มสินค้าด้วย แต่ยังคงหมวดหลักไว้ 5 กลุ่มเดิมคือ 1.ไอที 2.เอวี 3.เอชเอ 4.กล้องดิจิตอล 5.มือถือ โดยสินค้าที่เพิ่มเข้ามาคือ เครื่องเป่าผม หรือไดร์เป่าผม ซึ่งจะจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มเอชเอ จากปีที่แล้วที่ได้เพิ่มหมวดสินค้าเอ็มพี 3 เข้าไปอยู่ในกลุ่ม เอวี ขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มบุคลากรอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อรองรับกับการขยายตลาดครั้งนี้ด้วย

ปัจจุบันบริษัทฯมีฐานในการเก็บข้อมูลตัวอย่างกว่า 614 เอาท์เลต จากจำนวนร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านี้ที่เป็นร้านค้าอิสระและที่เป็นเชนขนาดใหญ่รวมกว่า 2,522 เอาท์เลต โดยแบ่งเป็น กลุ่มร้านค้าอิสระ รวมจำนวน 1,883 เอาท์เลต แต่เป็นร้านตัวอย่าง 231 เอาท์เลต และกลุ่มร้านค้าที่เป็นเชนรายใหญ่รวม 2,522 เอาท์เลต แต่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 614 เอาท์เลต

ทั้งนี้จะมีการเก็บข้อมูลเฉลี่ยเดือนละครั้ง โดยใช้ทีมงานที่มีอยู่ 28 คน และมีระบบจากบริษัทจีเอฟเคจากประเทศมาเลเซียสนับสนุนด้วย ซึ่งการทำงานอยู่ภายใต้การดูแลของรีจินัลออฟฟิศที่สิงคโปร์ ส่วนบริษัทแม่อยู่ที่เยอรมัน

สำหรับผลการวิจัยล่าสุดในรอบเดือนเมษายนปีนี้เมื่อเทียบกับเมษายนปีที่แล้วมีความน่าสนใจหลายประการ ทั้งนี้หากมองในกลุ่มสินค้าทั้ง 5 กลุ่มจะพบว่า การเติบโตในแง่ของแวลูหรือมูลค่านั้น กลุ่ม ไอที ตลาดรวมเมื่อปีที่แล้วเติบโตมากกว่าปีก่อนหน้าประมาณ 5% กลุ่มเอวี ตลาดรวมปีที่แล้วเติบโตจากปีก่อนหน้า 9% กลุ่มเอชเอ ตลาดรวมปีที่แล้วเติบโตจากปีก่อนหน้า 12% กลุ่มกล้องดิจิตอล ตลาดรวมปีที่แล้วเติบโตจากปีก่อนหน้า 27% ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุด

ขณะที่หากมองในปีนี้ด้านการเติบโตของตลาดรวมในแง่มูลค่าพบว่า กลุ่มเอชเอจะเติบโตประมาณ 10% กลุ่มเอวีจะเติบโตไม่มากประมาณไม่เกิน 10% กลุ่มกล้องดิจิตอลเติบโตประมาณ 6%

สำหรับในกลุ่มเอวี แยกเป็นสินค้าหมวดโทรทัศน์นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ของราคาและจำนวน เนื่องจากมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมา และราคาเริ่มตกลงตลอดจากการแข่งขันด้านราคาจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะทีวีแอลซีดีที่ราคาลดลงมามาก อาจจะฉุดให้ตลาดรวมตกตามไปด้วย

ทั้งนี้จากตัวเลขของเดือนเมษายนปีนี้ เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้วพบว่า ทีวีพลาสมา จากเดิมเฉลี่ยราคา 200,000 บาทต่อเครื่อง แต่ขณะนี้พบว่าราคาได้ตกลงมาเหลือเฉลี่ย 110,000 บาทต่อเครื่อง ส่วนโทรทัศน์แอลซีดี ก็มีราคาที่ลดลงมาจากเดิมที่ราคา 85,000 บาท เหลือ 81,000 บาทโดยเฉลี่ย

จากข้อมูลการสำรวจยังพบว่า ทีวีที่มีราคามากกว่า 15,000 บาทขึ้นไป มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 7% ในแง่ของปริมาณ หรือประมาณ 35% ในแง่ของมูลค่า ส่วนทีวีแอลซีดี มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 5% เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มเป็น 25% ในขณะนี้ ในแง่ของมูลค่า ขณะที่ทีวีซีอาร์ทีแบบเดิมนั้นตลาดลดลงอย่างมากจากเดิม มีส่วนแบ่งตลาด 40% เหลือเพียง 20% เท่านั้น

โดยตลาดทีวีซีอาร์ที เมื่อปีที่แล้วมีปริมาณรวมทั้งสิ้นมากกว่า 2.5 ล้านเครื่อง ส่วนพรีทีวี ( แอลซีดี, พลาสม่า, โปรเจ็คชั่นทีวี) ปีที่แล้วมีตลาดรวมประมาณ 85,000 เครื่อง โดยปีนี้คาดการณ์ว่า ตลาดทีวีซีอาร์ที จะเติบโตประมาณ 5% ในแง่ของจำนวน ส่วนทีวีพลาสม่าและแอลซีดี จะเติบโตประมาณ 40% ในปีนี้

ทางด้านตลาดดีวีดี ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีการเติบโตดี โดยเมื่อปีที่แล้วตลาดรวมดีวีดีมีประมาณ 1,107,000 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 4,400 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้ตลาดรวมจะเติบโตได้อีกไม่ต่ำกว่า 20%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย