Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2549








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2549
สารจาก Samuel J.Palmisano CEO ของ IBM             
โดย น้ำค้าง ไชยพุฒ
 


   
www resources

IBM Homepage

   
search resources

Samuel J. Palmisano
Computer
IBM
Innovation




ผนึกรวมเพื่อสร้างนวัตกรรม

ธุรกิจหลักทั้งสามของเรา ต่างเป็นผู้นำตลาดในสินค้าหลายประเภทอยู่แล้ว แต่ธุรกิจทั้งสามไม่ได้แยกกันแบบต่างคนต่างอยู่ หากแต่ทำงานร่วมกันภายใต้รูปแบบที่กำหนดโดยการผนึกรวมและการสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่เราเชื่อว่า จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการกำหนดลักษณะของธุรกิจและสังคมในศตวรรษที่ 21 ความสามารถในการผนึกรวมและสร้างนวัตกรรมนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ IBM โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่ง

- นวัตกรรม เป็นสิ่งที่ธุรกิจและสถาบันทุกประเภทกำลังเสาะแสวงหา เพื่อรับมือกับโลกที่กำลัง "แบนลง" ซึ่งการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้นกว่าที่เคย ทั้งยังขยายไปสู่ระดับโลก การสร้างนวัตกรรมอาจฟังดูง่าย แต่นวัตกรรมในยุคนี้หาได้หมายถึงเพียงการสร้าง "กับดักหนูที่ดีกว่า" แต่นวัตกรรมประเภทที่บริษัทต้องการในทุกวันนี้ ก้าวไปไกลกว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการ หากแต่เกี่ยวข้องกับทุกแง่มุมของธุรกิจ ตั้งแต่กระบวนการธุรกิจและโมเดลธุรกิจไปจนถึงระบบการบริหาร วัฒนธรรม และนโยบาย การที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมทั้งระบบเช่นนี้จำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานธุรกิจกับเทคโนโลยีที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับเครื่องมือ เทคนิค และความรู้ความสามารถใหม่ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

- การผนึกรวมเทคโนโลยีกับรูปแบบธุรกิจเป็นสิ่งที่สามารถเป็นไปได้มากขึ้นกว่าในอดีต และเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา สำหรับบริษัทที่หวังว่าจะยังคงแข่งขันได้ หลังจากผ่านการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาหลายทศวรรษ ขณะนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่อีกขั้นหนึ่ง ซึ่งนักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ซึ่งศึกษาการปฏิวัติเทคโนโลยีคงจะคุ้นเคยดี นั่นคือขั้นที่เทคโนโลยีใหม่ๆ จะแทรกซึมเข้าไปในทุกๆ ส่วนของธุรกิจและสังคม อันเป็นเวลาที่คุณค่าถาวรจะเกิดขึ้น และเม็ดเงินที่แท้จริงจะถูกสร้างขึ้น สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นในระดับโลก และกำลังผลักดันให้บริษัทเข้าสู่รูปแบบใหม่ เรากำลังเปลี่ยนจากบริษัทข้ามชาติในยุคศตวรรษที่ 20 เข้าสู่วิธีใหม่ในการผนึกรวมทุกส่วนของกิจกรรมธุรกิจที่เรามีอยู่ทั่วโลก และเราเรียกบริษัทของเราว่าเป็น "บริษัทที่ผนึกรวมในระดับทั่วโลก"

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในยุคใหม่นี้จะต้องนำนวัตกรรมและการผนึกรวม มาใช้ในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งรวมถึงคู่แข่งรายใหม่ๆ ที่สามารถจะผุดขึ้นมาจากที่ใดก็ได้ในโลก ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

เราได้พูดกันมาหลายปีแล้วเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจที่แตกออกเป็นสองทางในอุตสาหกรรมของเรา และการที่บริษัท IT จะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างโมเดลธุรกิจทั้งสองแบบนี้ ซึ่งแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แบบแรกคือการแข่งขันด้วยราคาที่ต่ำ ในตลาดสินค้าที่ความแตกต่างจากคู่แข่งหมดไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจประเภทนี้จะเน้นการเติบโตของรายได้ แต่โมเดลธุรกิจที่มีพื้นฐานอยู่บนสินค้าและบริการที่เหมือนๆ กันไปหมดเช่นนี้ จะไม่สามารถสร้างส่วนต่างกำไรที่ดีเลิศได้ ส่วนโมเดลธุรกิจอีกแบบจะแข่งขันด้วยการสร้างคุณค่าที่แตกต่างและโดดเด่นด้วยการสร้างนวัตกรรม ซึ่งอย่างที่ทราบกันแล้ว เราได้เลือกที่จะเสนอ solution ที่เป็นนวัตกรรมและมีคุณค่าสูง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เมื่อหลายปีก่อน เราไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีพอที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านการส่งมอบคุณค่าที่สูงได้ เพราะเราได้จมลงในธุรกิจที่ขายสินค้าซึ่งไม่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง และมีส่วนต่างกำไรลดลงเรื่อยๆ

แต่ในวันนี้ เราได้ประสบความสำเร็จในการย้ายตัวเองออกจากธุรกิจเช่นนั้นเกือบจะโดยสิ้นเชิงแล้ว นอกจากนี้เรายังได้เคลื่อนย้ายการผสมผสานธุรกรรมของเราเข้าสู่การเสนอ solution ที่มีคุณค่าสูง และถอยห่างออกจากการขายผลิตภัณฑ์แบบเดี่ยวๆ ผลที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นในมุมกว้างก็คือ ส่วนต่างกำไรทั้งหมดของเราอยู่ในระดับที่ดีที่สุด นับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา และผลกำไรของธุรกิจหลักทั้งสามมีสัดส่วนเกลี่ยกันอย่างสมดุลมากขึ้น หากตัดไตรมาสที่สองออกไปจะเห็นว่า ร้อยละ 37 ของผลกำไรเมื่อปีที่แล้วมาจากซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนในธุรกิจ อีกร้อยละ 28 มาจากธุรกิจระบบและการเงิน และอีกร้อยละ 35 มาจากธุรกิจให้บริการและคำปรึกษา

บริษัทแห่งนวัตกรรม

ถ้าคุณเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของบริษัทเราที่เป็นไปตามกระแสของการเปลี่ยนแปลงข้างต้น ตลอดจนเข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นซึ่งทำให้เราต้องมีการหลอมรวมธุรกิจ ก็จะเห็นได้ชัดว่า IBM ในปี 2006 จะไม่ใช่ทั้ง "บริษัทคอมพิวเตอร์" หรือ "บริษัทให้บริการ" และไม่ใช่แม้กระทั่ง "บริษัท IT" หากแต่ IBM จะเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเรา เรามีมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และเรามีทักษะความสามารถที่โดดเด่น ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับประโยชน์จากนวัตกรรม โดยสรุปแล้วเรากำลังเป็นหุ้นส่วนด้านนวัตกรรมของลูกค้า เราทำให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมของตนเอง หรืออาจเรียกได้ว่าเราเป็น "นักสร้างนวัตกรรมที่อยู่เบื้องหลังนักสร้างนวัตกรรม" อีกต่อหนึ่ง

แต่คุณจะมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของ IBM ข้างต้น หากคุณยังคงมองผ่านสายตาของอุตสาหกรรม IT แบบดั้งเดิม ซึ่งมีเพียงธุรกิจฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ย่อยๆ เฉพาะอย่างอีกมากมาย การมองด้วยเลนส์อันเก่าเช่นนี้ ไม่เพียงทำให้เห็นภาพของ IBM ไม่ชัดเจน แต่ยังเป็นการบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับวิธีการได้รับเทคโนโลยี และวิธีที่ธุรกิจนำเทคโนโลยีมาใช้ บริษัท หน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานด้านการศึกษาและสาธารณสุข รวมทั้งธุรกิจและสถาบันอื่นๆ ทั่วทุกแห่ง กำลังเผชิญกับโอกาสและภัยคุกคาม และเพื่อที่จะรับมือ พวกเขาต่างจำเป็นต้องสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งนั่นก็คืออุตสาหกรรมที่เรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของมัน และเป็นความจริงในตลาด ที่ทุกคนที่อยู่ในตลาดจะต้องหาทางรับมือ

สำหรับชาวไอบีเอ็ม แนวคิดที่ลึกซึ้งกว่าใครเกี่ยวกับนวัตกรรมคือสิ่งที่เราหมายถึง เมื่อเราพูดถึง "นวัตกรรมที่มีคุณค่าความหมาย" ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคุณค่าหลักที่เราได้กำหนดให้แก่บริษัทของเราเมื่อ 3 ปีก่อน ชาวไอบีเอ็มทั่วโลกกำลังตื่นเต้นกันอย่างมาก ที่จะมีโอกาสได้รับการปลดปล่อย จากการมีแนวคิดที่ลึกซึ้งและกว้างขวางกว่าเกี่ยวกับนวัตกรรม และเรายินดีที่จะแบ่งปันมุมมองใหม่เกี่ยวกับนวัตกรรมนี้กับลูกค้า หุ้นส่วน ผู้ที่เราติดต่อด้วยหลายพันรายทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ การศึกษา และทุกๆ ภาคส่วนของสังคม

เราจึงได้จัดเตรียมเอกสารคู่มือมาพร้อมกับรายงานประจำปีฉบับนี้ ซึ่งจะอธิบายเกี่ยวกับเครื่องมือ เทคนิค และโมเดลใหม่ๆ บางประการ ซึ่งนักสร้างสรรค์นวัตกรรมในทุกวันนี้สามารถซื้อหามาใช้ได้ ในคู่มือของเราซึ่งมีชื่อว่า It's a Great Time To Be an Innovator ยังจะมีเรื่องราวของลูกค้าไอบีเอ็มหลายรายที่กำลังนำความรู้ความสามารถใหม่ๆ เหล่านี้ ไปใช้เพิ่มความแข็งแกร่งที่โดดเด่นให้แก่ตัวเอง และประสบความสำเร็จในการสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน ผมเชื่อว่าคุณจะพบว่าคู่มือเล่มนี้ได้ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ และผมหวังว่ามันจะสามารถกระตุ้นให้เกิดความคิดว่าองค์กรหรือชุมชนของคุณอาจได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมในรูปแบบใหม่ๆ ได้

บริษัทแห่งการผนึกรวม

สำหรับไอบีเอ็ม กุญแจที่จะทำให้ได้รับคุณค่าทั้งหมดที่เราได้สร้างสรรค์ขึ้นจากนวัตกรรมคือ การหลอมรวมคุณค่าเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของลูกค้าของเรา ซึ่งในทางปฏิบัติจะพบว่าได้เกิดคำถามสำคัญ 2 ข้อขึ้น คือการผนึกรวมจะเกิดขึ้นที่ใดจึงจะดีที่สุด และอยู่บนพื้นฐานของอะไร

ผมเชื่อว่าการผนึกรวมของไอบีเอ็มควรเกิดขึ้นในที่ที่ใกล้ชิดกับการปฏิบัติงานจริง ซึ่งก็คือสาเหตุที่ทำให้เรากำลังพยายามอย่างหนักที่จะ "ลดศูนย์กลางของแรงดึงดูด" ของบริษัท เริ่มต้นที่ยุโรป เราได้นำระบบการบริหารใหม่ไปใช้ในปี 2005 ซึ่งช่วยทำให้โครงสร้างองค์กรแบนลง และย้ายผู้นำของเราให้ออกไปพบลูกค้าในตลาดท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 25 ปี ก่อนหน้านี้ร้อยละ 44 ของผู้บริหารจะอยู่ที่สำนักงานใหญ่ แต่ขณะนี้ร้อยละ 84 ของผู้บริหารได้ย้ายไปทำงานในประเทศต่างๆ นอกจากนั้น เรายังได้เพิ่มจำนวนพนักงานในตลาดเกิดใหม่อย่างจีน อินเดีย บราซิลและรัสเซียอีก 3 เท่า เนื่องจากตลาดเหล่านั้นมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจถึงร้อยละ 23 โดยไม่รวมตลาดพีซีเมื่อปีที่แล้ว

ขณะเดียวกัน เราได้ย้ายอำนาจการตัดสินใจในการกำหนดราคาลงไปในระดับประเทศ และได้สร้างศูนย์ "deal hub" เพื่อให้พนักงานของเรามีศูนย์กลางการติดต่อเพียงจุดเดียว ซึ่งสามารถสนับสนุนทั้งด้านการขายและการบริการลูกค้าไปพร้อมกัน ซึ่งประสบความสำเร็จในทันที ยอดขายของ IBM เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยในยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคนำร่องการตั้ง deal hub มียอดขายเพิ่มขึ้นด้วยตัวเลขสองหลัก และ IBM กำลังจะตั้งศูนย์ deal hub ใหม่ในสหรัฐฯ เอเชีย ออสเตรเลีย และ ส่วนอื่นๆ ของยุโรปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ส่วนคำถามที่สอง เราจะผนึกรวมบนพื้นฐานของอะไร คำตอบอยู่ในคุณค่าหลักของเรา สำหรับชาวไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้กำหนดคุณค่าเหล่านั้น พวกมันเป็นมากกว่าความฝันอันเลือนราง ความจริงแล้ว คุณค่าหลักของเราเป็นหลักเกณฑ์สำหรับการตัดสินใจ ซึ่งจะชี้นำว่า เราควรจัดรูปแบบและบริหารบริษัทอย่างไร ประมาณ 1 ปีก่อน ชาวไอบีเอ็มหลายหมื่นคนได้มารวมกัน เพื่อช่วยกันคิดแปรเปลี่ยนคุณค่าหลักเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อปฏิบัติและการเปลี่ยนแปลงหลายสิบอย่าง ซึ่งจำนวนมากได้ถูกนำไปใช้ในปี 2005 อันรวมถึงศูนย์ deal hub ที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว

ขั้นตอนต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงบริษัทของเราเป็นสิ่งที่สำคัญ และการเปลี่ยนแปลงจะไม่มีวันหยุด แต่การเป็นบริษัทที่บริหารด้วยคุณค่า จะต้องนำไปปรับใช้กับส่วนยอดของบริษัทด้วย นั่นคือเหตุผลที่ต้นปีที่ผ่านมา ผมได้ตัดสินใจสลายโครงสร้างผู้บริหารระดับสูง ที่ใช้มามากกว่า 10 ปี และแทนที่ด้วยโครงสร้างใหม่ที่ง่ายกว่าและชัดเจนกว่า สำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งระดับสูงสุดของบริษัท

อย่างแรก เราได้ตั้งกลุ่มผู้นำระดับสูงของไอบีเอ็มใหม่ ซึ่งจะรับผิดชอบผลการดำเนินงานและการดำเนินธุรกิจของบริษัท อย่างที่สอง เราได้สร้างกลุ่มที่ใหญ่กว่าอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะเน้นเฉพาะการหลอมรวมไอบีเอ็มบนพื้นฐานของคุณค่าของเรา ทั้งสองกลุ่มได้พบกันเป็นครั้งแรกเมื่อ 1 เดือนก่อน เพื่อหารือถึงวิธีที่จะหลอมรวมความสามารถทั้งมวลของไอบีเอ็ม เพื่อผลักดันให้เกิดผลในตลาด

นวัตกรรมที่มีคุณค่าความหมาย

ทุกวันนี้ เมื่อคุณมองออกไปคงจะหาได้ยากเต็มทีที่จะได้พบบริษัทที่จะ "ไม่" พูดว่าพวกเขามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม แต่นวัตกรรมชนิดที่ผมกำลังพูดถึงนี้ อันหมายถึงนวัตกรรมที่มีรากฐานอยู่บนการหลอมรวมธุรกิจเข้ากับเทคโนโลยี ที่ผนึกความร่วมมือจากหลายด้าน และที่สามารถใช้งานได้ในระดับโลกอย่างแท้จริง นับเป็นนวัตกรรมชนิดที่สร้างได้ยากอย่างยิ่ง

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ผมได้แจกแจงมาในจดหมายนี้ผมเชื่อว่าไอบีเอ็มมีความสามารถที่ไม่มีใครเทียบได้ ในการสร้างสรรค์และส่งมอบนวัตกรรมชนิดใหม่นี้ เราเป็นบริษัทเดียวที่สามารถผนึกรวมความเชี่ยวชาญที่เรามีอยู่อย่างกว้างขวาง ในอุตสาหกรรมและกระบวนการทางธุรกิจหลายด้าน ให้เข้ากับความสามารถทางเทคโนโลยีที่ลึกซึ้ง เรามีความเข้าใจที่โดดเด่นกว่าใคร ถึงศักยภาพและอนาคตของเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากเราเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ทั้งศักยภาพและอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ เรากำลังกลายเป็นตัวอย่างบริษัทของการผนึกรวมในระดับโลก โดยการนำการประหยัดจากขนาดและความเชี่ยวชาญมารวมกันเพื่อประโยชน์ของลูกค้า และเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานของเราเอง และในขณะที่บริษัทอื่นๆจำนวนมากยังคงให้คำปรึกษา หรือเสนอเทคโนโลยีและบริการเพียงชิ้นเดียวหรือส่วนเดียว แต่เราเหนือกว่าด้วยความสามารถในการหลอมรวมเทคโนโลยีที่เหมาะสม เข้ากับความเชี่ยวชาญและการมีบทบาทเหมือนเป็นหุ้นส่วนของลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้าได้รับความพิเศษอย่างแท้จริง

ในที่สุดแล้ว "นวัตกรรมที่มีคุณค่าความหมาย" จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเอกลักษณ์ของ IBM เป็นสิ่งที่จะทำให้คนเลือกที่จะทำงานกับเรา เป็นเหตุผลที่ทำให้หุ้นส่วนและลูกค้าเลือกที่จะร่วมมือกับเรา และเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนเลือกเรา และที่น่าสนใจก็คือ วิสัยทัศน์อย่างเดียวกันนี้กำลังปรากฏให้เห็นในบริษัทอื่นๆ รวมทั้งในหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานการศึกษาและการแพทย์ ตลอดจนชุมชนต่างๆ ทั่วโลก

ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ผมรู้สึกภูมิใจในทีมไอบีเอ็มทั่วโลกที่นำเรามาถึงจุดนี้ และรู้สึกขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนในขณะที่เรากำลังปรับตำแหน่งบริษัทใหม่ให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ผมและเพื่อนร่วมงานรู้สึกยินดีและรู้สึกท้าทาย ที่จะมีโอกาสได้ทำงานนี้ให้คืบหน้าต่อไป

ที่มา : รายงานประจำปี 2005 ของ IBM   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย