Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2538








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2538
"อัศวโสภณ" ปีที่ 39 ขายเครื่องเสียง แต่คงไม่ทำตัวเงียบอีกต่อไป             
 


   
search resources

อัศวโสภณ
ธานี เทพวัลย์
Electric




ชื่อของเครื่องเสียง "Bose" เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักนิยมเครื่องเสียงชั้นดี แต่ชื่อของอัศวโสภณ" อาจไม่เป็นที่คุ้นหูนัก ทั้งๆ ที่ชื่อนี้อยู่คู่กับ "Bose" มากว่า 26 ปี

บริษัทอัศวโสภณ จำกัด เป็นบริษัทผู้แทนจำหน่ายเครื่องเสียง Bose มีสำนักงานเก่าแก่อยู่ที่สี่พระยา พวกเขาอยู่กันเงียบๆ แต่ไม่ช้าไม่นาน "อัศวโสภณ" จะทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น

ทวี อัศวโสภณ เป็นผู้บุกเบิก "อัศวโสภณ" เขาเกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2455 จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเผยอิง เริ่มทำงานครั้งแรกด้วยการช่วยครอบครัวขายของเก่า ต่อมาเริ่มงานนายหน้าติดต่อกับหน่วยราชการ จึงได้รู้จักกับพ่อค้านักธุรกิจและข้าราชการจำนวนมาก

ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะมีกิจการเป็นของตนเอง ประกอบกับความเป็นคนสนุกสนาน ชอบท่องเที่ยวและรักเสียงดนตรี จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการนำเครื่องเสียงไฮ-ไฟ เข้ามาตลาดเมืองไทย และในปี 2499 จึงได้เปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเสียง โดยใช้ชื่อว่า "สถานบริการเสียงไฮ-ไฟ"

ต่อมาทวีได้รับมอบหมายให้จัดระบบเสียงในภัตตาคารห้อยเทียนเหลา ซึ่งเป็นภัตตาคารชื่อดังสมัยนั้น ทำให้สถานบริการเสียงไฮ-ไฟ เริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สถานบริการเสียงไฮ-ไฟ ขยับขึ้นมาเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องเสียงและลำโพง Sherwood และอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่นๆ เช่น AR และ Marantz

จุดเปลี่ยนของสถานบริการเสียงไฮ-ไฟ แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อทวีได้เป็นตัวแทนจำหน่ายลำโพง Bose จากสหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทอัศวโสภณ ในปี 2512 แต่ที่ทำการยังอยู่ที่สี่พระยาจนปัจจุบัน

ลำโพงเป็นประดิษฐกรรมของ Dr.Amar G. Bose นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันลูกครึ่งอินเดีย ซึ่งปัจจุบันยังคงสร้างผลงานใหม่ให้กับ Bose รวมทั้งเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่ MIT ปัจจุบันอายุ 65 ปี

หลังยุคของทวี บุตรชายของเขาขึ้นมาบริหารงานแทน "ไพศาล อัศวโสภณ" สำเร็จการศึกษาจาก Chicago Technical College สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ฝึกงานที่ Sherwood Electronics Laboratories เป็นเวลา 3 ปี และได้รับอบรมจาก Bose Corporation เกือบทุกปี

ไพศาลเป็นคนเงียบๆ และด้วยความสนใจในเรื่องงานเทคนิคมากกว่ากาตลาดทำให้อัศวโสภณเป็นบริษัทการตลาดที่เงียบๆ บริษัทหนึ่ง โดยเน้นไปที่การให้บริการและความยมอรับเชื่อถือจากลูกค้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสำคัญ

ประกอบกับความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยืนยาวกับ Bose ทำให้ไพศาลกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ทั้งคู่ไม่มีทางทอดทิ้งกัน

งานของอัศวโสภณขยายมากขึ้นตามความต้องการของตลาด อัศวโสภณจึงเริ่มขยายงานตาม และนายแพทย์ธานี เทพวัลย์ ก็เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป และไพศาลก็ขึ้นไปเป็นประธานบริษัท

นพ.ธานีเรียนจบจากอัสสัมชัญและคณะแพทยศาสตร์ อดีตเป็นกุมารแพทย์ประจำศิริราช รวมทั้งสอนหนังสือและเป็นผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ต่อมาลาออกจากวิชาชีพแพทย์เมื่อ 4 ปีที่แล้วและหันมาอยู่ในวงการธุรกิจเต็มตัว โดยเป็นผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบริษัทนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายกล้องนิคอน และเมื่อมาพบกับไพศาลซึ่งเป็นเพื่อนเก่าจึงย้ายมาช่วยงานที่อัศวโสภณในที่สุด

ตลาดของอัศวดสภณนั้นมาจาก 2 สายใหญ่ คือตลาดในบ้าน หรือลูกค้าทั่วไปที่ซื้อลำโพง Bose ไปเพิ่มคุณภาพของเสียง และตลาดให้บริการจัดระบบเสียงโครงการ

ในส่วนของตลาดในบ้านนั้น ยังเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของอัศวโสภณ โดยลำโพง Bose ที่ขายได้ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคา 30,000-58,000 บาท ซึ่งอยู่ในตลาดบน

"คนไทยยังซื้อเครื่องมากกว่าซื้อเสียง" คุณหมอธานีอธิบายถึงพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย หมายถึงว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังยึดติดว่าเครื่องเสียงขนาดใหญ่น่าจะมีเสียงที่ไพเราะ และยิ่งเครื่องเสียงแบบมินิคอมโปที่มีองค์ประกอบมากมายคนไทยยิ่งชอบ

แต่ลำโพงของ Bose มีหลากหลายขนาดยิ่งพัฒนาไปขนาดก็ยิ่งเล็กๆ เรื่อยๆ แต่พลังเสียงนั้นกลับยิ่งใหญ่และทรงพลังมากขึ้นทุกที

ตลาดของ Bose จึงไม่หดหายไปกับเครื่องเสียงประเภทอื่น แต่กลับขยายมากขึ้นตามอำนาจซื้อและรสนิยมของผู้บริโภคที่ต้องการสิ่งที่ดีขึ้นไม่หยุดยั้ง

ในส่วนตลาดจัดระบบเสียงนั้น อัสวโสภณ ถือเป็นรายใหญ่รายหนึ่งในตลาดนี้โครงการใหญ่ๆ ที่อัศวโสภณรับจัดระบบให้มาแล้ว เช่น ระบบเสียงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง, โรงยิมนิมิบุตร, พระที่นั่งวิมานเมฆ, ห้องประชุมดรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์, โบสถ์อัสสัมชัญ เป็นต้น

อีกโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการและศึกษาความเป็นไปได้คือ วัดธรรมกาย

"ปัจจุบันเราไปจัดระบบเสียงให้ทางวัด ในระหว่างเทศน์อยู่แล้ว เพราะในอดีตมีเครื่องขยายเสียงก็จริง แต่เสียงมันดังกันไปหมด และหลวงพ่อท่านก็เทศน์ไปก็ได้ยินเสียงสะท้อนจนตัวท่านเองเทศน์ได้ลำบาก เราก็เข้าไปแก้ไขจนดีขึ้น แต่ทางวัดกำลังมีโครงการจัดงานใหญ่ในวันวิสาขบูชา คาดว่าจะมีคนมาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน จะทำอย่างไรให้คนทั้ง 3 หมื่นได้ยินเสียงหลวงพ่อเทศน์ในที่กลางแจ้ง และฟังได้อย่างซาบซึ้งด้วย ไม่ใช่ดังจนคนที่ใกล้ลำโพงหูหนวกไปเลย และคนที่อยู่ไกลได้ยินแค่เสียงแว่วๆ" ไพศาลเล่าให้ฟัง

ระบบเสียงที่อัศวโสภณเสนอไปนั้น เป็นระบบที่ใช้เสาในการแขวนลำโพงน้อยมาก จากเดิมอาจจะต้องใช้ถึง 100 ต้น ซึ่งจะเกะกะมากก็เหลือเพียง 27 ต้น แต่รับประกันได้ว่าทุกที่นั่งจะซาบซึ้งกับรสพระธรรมแน่นอน

แต่เฉพาะค่าเสาก็ต้นละ 4 แสนบาทเข้าไปแล้ว !

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะการลงทุนอาจจะคุ้มค่า ความสำคัญอยู่ที่ทางบริษัทและวัดธรรมกายกำลังศึกษาคือ การลงทุนครั้งนี้จะสามารถนำไปใช้งานอื่นๆ ต่อเนื่องได้มากน้อยแค่ไหน หรือแค่ปีละครั้ง ?

39 ปีที่ผ่านมาของ "อัศวโสภณ" ก้าวหน้ามาอย่างราบเรียบ ด้วยอาศัยพลังการสนับสนุนจาก Bose มาวันนี้อัศวโสภณกำลังจะเน้นการตลาดเชิงรุกมากขึ้น

อย่างน้อยๆ ก็อาจจะทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เปลี่ยนทัศนคติมาซื้อ "เสียง" มากกว่าซื้อเครื่องก็เป็นได้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย