Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2537








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2537
"ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ ผู้เดินงานของมวลชนของทรัพย์สินฯ"             
 


   
search resources

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
อคิน รพีพัฒน์




ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ประมาณว่า 1,000 ไร่ ศักยภาพของที่ดินเหล่านี้มีอยู่สูง เพราะส่วนมากอยู่ใจกลางเมือง แต่ทว่าปัญหาที่ทำให้สำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่สามารถลงมือพัฒนาที่ดินได้อย่างสะดวก ก็เพราะว่าที่ดินเหล่านั้นถูกครอบครองอยู่แล้วและเป็นชุมชนแออัดกว่า 90%

ชุมชนแออัดที่อยู่บนที่ดินของทรัพย์สินฯ ทั่วกรุงเทพฯ มีถึง 105 แห่ง ถ้าสามารถนำที่ดินเหล่านี้มาพัฒนาได้ นั่นคือขุมทรัพย์จำนวนมหาศาล

ภาระกิจประการแรกของโครงการพัฒนาที่ดินของทรัพย์สินฯ ก็คือ ย้ายผู้อยู่ในชุมชนแออัดออกไปก่อน แต่ก็เป็นงานที่แสนยากสำหรับหน่วยงานนี้ เพราะทุกครั้งที่ลงมือทำ ชาวบ้านจะต้องยกขบวนออกมาคัดค้านอยู่เสมอ

ที่หน้าวังแดง ที่ทำการของสำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่เคยร้างผู้คนจากชุมชนแออัด

ปัญหาเรื่องยกขบวนมาประท้วงนี้ ทำให้ภาพพจน์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ หมองลงไปบ้างบางครั้ง จึงต้องหาวิธีที่ดีกว่านี้มาจัดการ

วิธีแก้ปัญหาที่ถูกหยิบยกมาใช้นั้น เริ่มจากการใช้แลนด์แชร์ริ่งเข้ามาจัดการ วิธีแลนด์แชร์ริ่งคือ การจัดผลประโยชน์บนที่ดินแปลงนั้นๆ ให้ลงตัวระหว่างผู้อยู่อาศัยเดิม และผู้ที่จะเข้ามาจัดหาผลประโยชน์ด้วยการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้อยู่เดิม ที่จะเข้ามาอาศัยในโครงการที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ได้ ไม่ต้องถูกไล่ที่ไปหาที่อยู่ใหม่ ในส่วนของผู้ที่จะพัฒนาโครงการ ก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาการเคลื่อนย้ายผู้อยู่เดิมออกไป

แลนด์แชร์ริ่งที่ทำไปแล้วคือ ชุมชนเทพประทาน ตรอกไผ่สิงห์โต ชุมชนสามยอด ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแม้จะยังไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็ยังดีกว่ารูปแบบเดิมๆ ที่ให้ชาวบ้านอพยพขนย้ายออกไปเผชิญโชคชะตาเอาดาบหน้ากันเอง จนทำให้เกิดแรงแข็งขืนต่อต้านขึ้นมา

วิธีการล่าสุดที่ทรัพย์สินฯ นำมาใช้คือ การประสานงานระหว่างนักพัฒนาชุมชนกับผู้อยู่อาศัยเดิม โดยมี ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ อดีตอาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และคลุกคลีกับงานด้านชุมชนแออัดมานานกว่า 20 ปี เคยร่วมงานกับรัฐมนตรีดำรงค์ ลัทธพิพัฒน์ของพรรคประชาธิปัตย์สมัยที่รับผิดชอบการเคหะแห่งชาติ เข้ามาพัฒนาสลัมให้มีความเป็นอยู่ทีดีขึ้น มานั่งเป็นผู้อำนวยการโครงการสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชน

หน่วยงานนี้คือหน่วยงานล่าสุดที่ถูกตั้งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหา การเรียกร้องความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้อยู่อาศัยในที่ดินของทรัพย์สินฯ ไปแล้วโดยเข้าไปคลุกคลีสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน จนได้รับความร่วมมือในระดับหนึ่ง พร้อมกับลดแรงต้านที่เคยรุนแรงให้ลดน้อยลง

ม.ร.ว. อคิน เล่าถึงงานที่รับผิดชอบนี้ว่า จะเข้าไปลงพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาโดยตรง งานแรกที่ต้องทำคือ ทำความเข้าใจกับผู้อยู่เดิมให้รู้ว่าการพัฒนาคืออะไร และชาวบ้านจะได้อะไรจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ผลพิสูจน์ของแนวคิดนี้คือโครงการบึงพลับพลา ที่ซอยรามคำแหง 21 ม.ร.ว. อคินเข้าไปลงพื้นที่เพื่อลดแรงต้านจากชาวบ้าน เพราะโครงการนี้หลังจากที่ประกาศออกไป ก็มีการคัดค้านตามมาทันที

สุดท้ายก็ยังมีผู้เช่ายกทัพมาชุมนุมอยู่หน้าสำนักงานทรัพย์สินฯ เช่นเดิม และเลือกวันเฉลิมฉลองครบ 46 ปีในการก่อตั้งมาแสดงพลังอีกด้วย

ที่ดินโครงการบึงพลับพลาเต็มแปลงมีอยู่ 300 กว่าไร่ ต้องกันมาสร้างที่พักอาศัยใหม่ประมาณ 60 ไร่ พื้นที่ถูกทางด่วนเวนคืน 40 ไร่ ก่อสร้างถนนสาธารณูปโภคประมาณ 30 ไร่ เหลือที่ดินสามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ประมาณกว่า 100 ไร่

สำหรับหลักเกณฑ์ของการจัดระเบียบนี้คือ ผู้ที่ปลูกสร้างบ้านเองในบริเวณแนวคลองลาดพร้าวและแนวคลองพลับพลา จะต้องจ่ายค่าเช่าตารางวาละ 2 บาทต่อเดือน แบ่งการใช้กรรมสิทธิ์คือ ผู้มีสัญญาเช่าที่ดิน ได้รับสิทธิ์เช่าที่ดิน 80-120 ตารางวา และเงินช่วยเหลือค่าก่อสร้าง 100,000 บาท ครอบครัวบริวารที่มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีสัญญาเช่าที่ดิน ได้สิทธิเช่าที่ดินใหม่ 40 ตารางวา ได้ค่าช่วยเหลือก่อสร้าง 60,000 บาท ครอบครัวบริวารที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ได้รับสิทธิเช่าที่ดิน 20-25 ตารางวา และค่าช่วยเหลือการก่อสร้าง 20,000 บาท

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ 30 ไร่นั้น จะต้องจ่ายค่าเช่าพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่สำนักงานฯ จัดให้ในอัตราเดือนละ 4 บาทต่อตารางวา ส่วนผู้มีสัญญาเช่าได้รับสิทธิเช่าที่ดินพร้อมอาคารขนาดบ้านเดี่ยว 100, 80, 60, 48, 36 ตารางวาตามขนาดพื้นที่เดิม

ครอบครัวบริวารที่มีบ้านเป็นของตัวเองแต่ไม่มีสัญญาเช่าได้รับสิทธิเช่าที่ดินพร้อมอาคารขนาดบ้านเดี่ยว 36 ตารางวา ทาวน์เฮาส์ 18 ตารางวา ครอบครัวบริวารที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ได้รับสิทธิเช่าที่ดินพร้อมอาคาร ขนาดบ้านทาวน์เฮาส์ 18 ตารางวา ผู้อยู่อาศัยจะได้รับค่าช่วยเหลือการขนย้ายรายละ 5,000 บาท

ม.ร.ว. อคิน ให้ความเห็นถึงม็อบนี้ว่า เป็นเพียงกลุ่มน้อยที่ยังไม่ยอมรับหลักการและต้องการเงินชดเชยเพิ่ม แต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะคนส่วนใหญ่ในชุมชนเห็นด้วยกับทางทรัพย์สินฯ

งานของหน่วยงานสร้างสรรค์จะว่าไปแล้วคือ ทัพหน้าโครงการพัฒนาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยใช้รูปแบบของงานมวลชนเข้าไปเกาะติด รับรู้ปัญหา และสลายม็อบก่อนที่ม็อบจะเกิดขึ้น ในยุคที่สำนักงานทรัพย์สินฯ มีความจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มขึ้นด้วยการพัฒนาที่ดิน ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดภาพพจน์ว่าแสวงหาประโยชน์โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของคนยากจน งานของ ม.ร.ว. อคิน แม้จะไม่ใช่งานพัฒนาที่ดินโดยตรง แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของโครงการต่างๆ เป็นอย่างมาก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย