Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2537








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2537
"บ้านยับปี้ เน้นรูปลักษณ์หรือคุณภาพ ?"             
 


   
search resources

บางกอกแลนด์, บมจ.
ธนายง, บมจ.
โนเบิล โฮลดิ้ง, บจก.
สมประสงค์กรุ๊ป
Real Estate




ธุรกิจบ้านจัดสรรถึงยุคที่แข่งขันกันในเรื่องการออกแบบมากขึ้น บ้านหน้าตาแปลกๆ ที่โฆษณากันว่า คือตัวแทนของความคิดที่ทันสมัยกำลังกลายเป็นจุดขายใหม่ นอกเหนือจากราคา ทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือชนชั้นกลางรุ่นใหม่ ที่ต้องการความแตกต่าง

"คนรุ่นใหม่กับบ้านทันสมัย " ดูจะเป็นสองสิ่งที่คู่กันตลอดมา ยิ่งถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งจบการศึกษามาจากต่างประเทศที่เรียกว่าพวก "YUPPEE" (ยัปปี้) ด้วยแล้ว พวกนี้จะมีค่านิยมในการเลือกบ้านของตนเองที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวพอสมควรทีเดียว

ดังนั้นบ้านทันสมัยของกลุ่มยัปปี้นี้จึงจำเป็นต้องสอดคล้องกับบุคลิกของกลุ่มคนเหล่านี้ไปในตัวด้วย โดยจะพยายามประยุกต์โครงสร้างภายนอกและภายในตัวบ้านให้คล้ายคลึงกับที่กลุ่มยัปปี้เหล่านั้น ได้เคยไปเห็นและเคยไปใช้ชีวิตมาในต่างประเทศ

สาเหตุประการสำคัญที่ชักนำให้ตลาดบ้านจัดสรรในยุคปัจจุบันทุ่มเทความสนใจมามุ่งสนองตลาดบ้านยัปปี้ค่อนข้างมากในช่วงนี้นั้น นอกจากเป็นเพราะความหยุดนิ่งอยู่กับที่ของความคิดสร้างสรรค์ด้านบ้านจัดสรรทั่วไป ที่ต้องประสบกับภาวะแข่งขัน จนต้องลดต้นทุนในการก่อสร้างทุกๆ ด้าน จนกระทั่งหลีกหนีจากภาพพจน์เดิมที่เรียกว่า "บ้านผนังขาว หลังคาแดง" ไปไม่พ้นแล้ว ปริมาณของผู้ซื้อบ้านที่มาจากกลุ่มยัปปี้นั้น นับวันจะสูงขึ้นทุกขณะ โดยมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี เป็นอัตราที่ยั่วยวนใจนักจัดสรรบ้านทั้งหลายว่าจะมองข้ามความสำคัญของกลุ่มนี้ไปไม่ได้อย่างแน่นอน

แต่การที่จะปรับรูปแบบการจัดสรรมามุ่งสนองตลาดนี้โดยตรงในทันทีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ทุ่มทุนสร้างบ้านแบบเก่ามาแล้วเป็นเวลานาน เนื่องด้วยบริษัทจัดสรรที่จะมาจับตลาดด้านนี้ จะต้องเตรียมทีมงานด้านต่างๆ เช่น สถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ไว้ในรูปของ IN HOUSE ซึ่งสามารถจะระดมสมอง (BRAIN STORMING) ความคิดของทุกส่วนได้ตลอดเวลา เพื่อให้บ้านตรงตามแนวความคิดของบ้านทันสมัยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ธุรกิจบ้านจัดสรรรายใหญ่ที่เข้ามาปลุกตลาดนี้คือ ธนายง ในโครงการธนาซิตี้และบ้านแคลิฟอร์เนีย โนเบิลกรุ๊ปกับโครงการโนเบิลพาร์ค หรือกลุ่มสมประสงค์กับบ้านพิมานหรือบ้านแสงอรุณและบางกอกแลนด์กับโครงการคริสตัลเฮาส์ กับนิวเทรนด์เฮาส์ ต่างก็มีแนวความคิดแต่แรกเริ่มที่จะรังสรรค์โครงการก่อนหน้า ให้ฉีกแนวไปจากนักจัดสรรรายอื่น

ผู้เชี่ยวชาญในวงการบ้านจัดสรรให้ทัศนะว่าการที่จะตั้งเป้ามาทำโครงการบ้านยัปปี้นั้น ย่อมหมายความว่า นักพัฒนาเหล่านั้น จะต้องมีรากฐานความคิดเกี่ยวกับบ้านสมัยใหม่ ทั้งในส่วนของนักพัฒนา สถาปนิก วิศวกรอย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นนักจัดสรรรูปแบบที่เรียกว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก" หรือ "ตีหัวเข้าบ้าน" หมดสิทธิ์ที่จะเข้ามาทำตลาดบ้านรูปแบบนี้

"ผู้ที่จะเข้ามาทำตลาดบ้านประเภทนี้ จะต้องเป็นผู้เข้าถึงความหมายของพาณิชย์ศิลป์ (COMMERIAL ART) ได้เป็นอย่างดี คือต้องรู้จักผสมสัดส่วนทางด้านศิลปะการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับผลกำไรที่ได้จากตัวบ้านนั้น ไม่ให้อย่างหนึ่งอย่างใดสูงกว่ากัน" ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่จะต้องคำนึงถึง สำหรับนักจัดสรรบ้านยัปปี้นี้คือ ส่วนผสมในความเป็น
บ้านแบบนี้ ที่จะต้องไม่เน้นในจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป นับจากโครงสร้างภายนอก ภายใน และสิ่งสำคัญที่จะเป็นสูตรสำเร็จในการเป็นจุดขาย และข้อพิจารณาเลือกซื้อบ้านของผู้บริโภคได้คือ สีสัน การกำหนดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หรือการเล่นเสปส (SPACE) และระบบภายใน

เริ่มจากสีสัน ผู้เชี่ยวชาญรายเดิมให้ทัศนะว่า สีของบ้านยัปปี้นี้มักจะเน้นไปในโทนที่อ่อนนุ่ม แต่จะไม่ใช่สีขาวอย่างที่เห็นกันดาษดื่นในท้องตลาด โดยอาจจะเป็นสีส้มหรือสีเนื้อ ซึ่งในปัจจุบัน "สี" เริ่มจะมีบทบาทในการเข้ามาเป็นจุดขายของบ้านทันสมัยมากขึ้นทุกขณะและผู้ซื้อก็เริ่มยอมรับได้กับพฤติกรรมของการเล่นสีที่แตกต่างออกไป

ถัดจากนั้นคือพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ซึ่งแนวความคิดของการกำหนดพื้นที่ใช้สอยในบ้านยัปปี้นี้ จะเน้นไปที่การออกแบบบ้านให้โปร่ง โดยอาศัยขื่อ และคานเป็นตัวเสริมให้บ้านดูแปลกออกไป ซึ่งเป็นลูกเล่น (GIMMICS) สำคัญของแต่ละค่ายที่จะใช้ในการปรับรูปโฉมบ้านให้ดูแตกต่างกันออกไป และถือได้ว่าเป็นจุดเร่งรัดการขายสำคัญของแต่ละโครงการ ที่จะดึงดูดให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น

และเมื่อสไตล์การอยู่อาศัยในบ้านทันสมัยได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ไปเล่นในเชิงแนวดิ่งมากขึ้นด้วยการทำบ้านให้เป็นทรง 3 ชั้น การใช้สอยพื้นที่ในตัวบ้านก็จะยิ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามลูกเล่นกับการใช้พื้นที่ในบ้านนั้น จะต้องควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป เกินกว่าลูกค้าจะยอมรับได้

สุดท้ายคือระบบภายในที่จะมีการบรรจุเข้าไปในตัวบ้านแต่ละหลัง ซึ่งจะเป็นจุดขายสำคัญที่สุดของบ้านทันสมัยในช่วงนี้ และจะทวีคุณค่าขึ้นอีกในช่วงต่อไป โดยจุดขายเหล่านี้จะเป็นตัวแทนความเป็นไฮเทคของแนวความคิดบ้านแบบนี้คือ ระบบสายไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งนอกจากจะมีการฝังและซ่อนไว้ในผนัง หรือใต้ดิน ไม่ให้กระทบความสวยงามของตัวบ้านดังเช่นบ้านจัดสรรรูปแบบอื่นทำแล้ว การวางระบบไฟฟ้าของบ้านยัปปี้นี้ ยังเอื้ออำนวยความสะดวกให้มีการติดตั้งเครื่องบังคับวิถีไกลหรือรีโมท คอนโทรล (REMOTE CONTROL) ที่จะเปิดปิดไฟฟ้าในบ้านได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนั้นแล้ว ระบบภายในจะต้องมีการติดตั้งช่องทาง หรือพื้นที่ไว ้เผื่อให้มีการติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม เคเบิลใยแก้ว (FIBER OPTICS) หรือรูปแบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีทันสมัยรูปแบบอื่น ในส่วนของระบบบำบัดน้ำเสียภายในบ้านยัปปี้น ี้จะต้องมีหลักประกันให้เป็นที่เชื่อมั่นแก่ผู้อยู่อาศัยว่า ระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้อยู่นั้นทันสมัยที่สุดเท่าที่มีอยู่ และสามารถใช้ได้โดยมีประสิทธิภาพสูงสุด

"โดยแนวความคิดของกลุ่มยัปปี้นั้น แม้ว่าเขาอาจจะมีความจำกัดอยู่บ้างเกี่ยวกับงบประมาณด้านการก่อสร้าง ด้านการตกแต่ง ซึ่งเขาต้องพยายามใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แต่เกี่ยวกับงบประมาณที่จะเติมเข้าไปให้บ้านเขามีความเป็นไฮเทคขึ้นมากนั้น เขาจะยอมทุ่มเทให้ค่อนข้างมาก ซึ่งหากนักจัดสรรสามารถจับจุดนี้ และสนองอารมณ์ผู้ซื้อกลุ่มนี้ได้อย่างถูกต้องแล้ว ความได้เปรียบที่จะเจาะเข้าไปในตลาดนี้ก็มีค่อนข้างสูง"

สูตรสำเร็จของจุดขายข้างต้นนี้ ถือว่าเป็นบันไดขั้นต้นสำหรับการมีชัยชนะในทำตลาดบ้านจัดสรรสำหรับกลุ่มยัปปี้นี้ เพราะสิ่งสำคัญอีกประการที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการขายบ้านในความฝันให้สอดประสานกับจินตนาการของผู้ซื้อนั่นคือ การรับรู้ถึงความคิดเห็นของผู้ซื้อว่า อยากให้บ้านในความฝันของตนเองออกมาในรูปแบบใด การสำรวจความคิดเห็นของผู้ซื้อที่จัดขึ้นมาโดยการสุ่มสำรวจ (RANDOM SAMPLING) เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับนักจัดสรรที่จะเข้ามาทำบ้านให้กลุ่มยัปปี้นี้

เพราะหากเปรียบไปแล้ว บ้านทันสมัยที่จะต้องเปลี่ยนรูปแบบเพื่อเอาใจลูกค้า ไม่ให้เกิดความจำเจซ้ำซากนั้น ก็เป็นเช่นเดียวกับแฟชั่นเสื้อผ้า "บูติค" ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดเวลา เพราะความจำเจซ้ำซากหากเกิดขึ้นกับแฟชั่นรูปแบบนี้แล้วโอกาสที่สินค้าจะเหลือกลับคืนมาก็จะมีสูง จึงสังเกตได้ว่าเสื้อผ้าบูติคนั้น จะไม่มีการผลิตในสต็อกไว้เยอะๆ

เมื่อเปรียบเทียบบ้านทันสมัยกับแฟชั่นเสื้อบูติคแล้ว ก็เริ่มมีความปริวิตกในหมู่ผู้จัดทำบ้านจัดสรรให้กับกลุ่มยัปปี้ว่า หากปล่อยให้มีการยึดถือว่าบ้านทันสมัยนี้เป็นแฟชั่น ที่ไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่ได้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดไปนั้น จะมีผลทำให้มีการละเลยเรื่องคุณภาพของบ้าน ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดไป

แหล่งข่าวจากบริษัทสถาปนิกชั้นแนวหน้าในวงการเปิดเผยว่า นอกจากการเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ของผู้ซื้อให้หันไปสนใจแต่เรื่องแฟชั่นของบ้าน จะทำให้แนวความคิดของบ้านทันสมัยถูกบิดเบือนไปแล้วจะก่อให้เกิดปัญหาต่อนักจัดสรรเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ต้นทุนในการก่อสร้างที่จะต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องสรรหาสถาปนิกที่มีความสามารถในวงการมาสรรค์สร้างงานให้ "เตะตา" ผู้ซื้อมากกว่าเจ้าอื่น และในปัจจุบันสถาปนิกที่มีชื่อของแต่ละบริษัท ก็มักจะถูกจับจองให้อยู่กับบริษัทนั้นด้วยเงินเดือนค่อนข้างสูง

"ระหว่างนี้การแข่งขันเพื่อให้ได้สถาปนิกมีฝีมือจากค่ายอื่นมาช่วยใน IN HOUSE ของแต่ละค่ายนั้น นับวันมีแต่จะรุนแรงขึ้น ถึงแม้ว่าแต่ละค่ายจะอ้างว่าจะเสียค่าฟี (FEE) ให้กับสถาปนิกแต่ละคนในอัตรา 3% เท่าเทียมกัน แต่ก็เป็นอัตรามาตรฐานต่อคนที่แต่ละค่ายจะจ่ายให้ ซึ่งอาจจะสูงกว่านี้ก็เป็นได้ และแต่ละค่ายก็คงจะไม่จ้างสถาปนิกมาไว้ระดมสมองเพียงแค่ไม่กี่คน ก็ยิ่งทำให้ต้นทุนในส่วนนี้เพิ่มสูงขึ้นอีก" แหล่งข่าวกล่าว

ประการต่อมาที่จะได้รับอิทธิพลจากเรื่องแฟชั่นนี้คือ คุณภาพของงานที่ออกมา ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องลดมาตรฐานลงมาอย่างแน่นอน เนื่องจากแฟชั่นบ้านทันสมัยจะเป็นตัวบีบสำคัญที่นักจัดสรรต้องพยายามเร่งรัดการก่อสร้างให้เร็วขึ้น ซึ่งในจุดนี้นักจัดสรรในแวดวงบ้านเพื่อยัปปี้ก็เริ่มเป็นห่วงขึ้นมาบ้างแล้ว

เพราะบ้านที่จำเป็นต้องหมุนตามเข็มนาฬิกาแฟชั่น ลานอาจจะขาดลงเพราะความไม่รับผิดชอบต่อผลงานที่ออกมา

สิ่งที่น่าเป็นห่วงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวงบ้านยัปปี้ ที่จะสร้างความเสื่อมศรัทธาขึ้นมาเท่านั้น ผลกระทบจากการเข้ามาขอสัดส่วนการตลาดของนักจัดสรรบ้านระดับกลางด้วยกัน หรือระดับล่างลงไป ที่ไม่เข้าใจถึงแนวความคิดของบ้านทันสมัยของกลุ่มชนยัปปี้ว่า มีความสลักสำคัญมากน้อยเพียงใด เพียงหวังแต่ว่าจะใช้รูปแบบให้ใกล้เคียงกัน แต่ยังคงรักษามาตรฐานในการก่อสร้างเท่าเดิมกับที่ตัวเองเคยทำงานบ้านจัดสรรมาเหล่านี้จะยิ่งก่อให้เกิดความเสื่อมศรัทธาในหมู่ผู้ซื้อมากยิ่งขึ้นอีก

"ตอนนี้มีผู้ประกอบการหลายรานในระดับกลางที่พยายาทำบ้านจัดสรรย่านชานเมือง เช่นแถบรัตนาธิเบศร์ หรือศรีนครินทร์ ให้ใกล้เคียงกับคอนเซปท์บ้านยัปปี้ ซึ่งก็ทำให้ผู้ซื้อหลงเชื่อไปแล้วหลายราย" แหล่งข่าวสถาปนิกเปิดเผย

นอกจากปัญหาด้านการยึดติดกับความเป็นแฟชั่นของบ้าน ปัญหาหลักของการทำบ้านจัดสรรยัปปี้ยังมีจุดอื่นอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการเลือกทำเลที่จะลงหลักปักฐานบ้านรูปแบบนี้ซึ่งนับวันจะยิ่งลำบากมากขึ้น

เพราะค่ายจัดสรรชั้นแนวหน้าในวงการ ไม่ว่าจะเป็นแลนด์แอนด์เฮาส์ ก็ได้กวาดต้อนทำเลที่เหมาะสมในการทำบ้านจัดสรรระดับกลาง ถึงเลิศหรูไว้ในกระเป๋าแล้วถึง 26 แห่ง ตามมาด้วยค่ายบางกอกแลนด์ที่มีทำเลเหมาะสมที่จะขึ้นโครงการถึง 5 แห่ง ค่ายชั้นนำเหล่านี้ได้ปิดกั้นโอกาสที่นักจัดสรรรายอื่นอย่างเช่น ธนาซิตี้ หรือโนเบิลกรุ๊ป จะได้ทำเลที่ดีเช่นเดียวกับค่ายชั้นนำเหล่านั้น ซึ่งหากหวังจะได้ทำเลที่มียุทธภูมิที่ดีแล้ว ก็คงต้องระดมสรรพกำลังให้หนักข้อขึ้น เพื่อดึงทำเลที่ดีมาเป็นของตน

และยังไม่ได้พูดถึงผู้จัดสรร "หน้าใหม่ไฟแรง" ที่หวังจะเข้ามาทำตลาดนี้ด้วยแล้ว ก็คงต้องเหนื่อยจนหืดขึ้นคอตั้งแต่เริ่มต้นหาทำเลสวยๆ เพื่อสนองความต้องการลูกค้า

จากปัญหาความจำเป็นที่ต้องเคลื่อย้ายทำเลออกไปในที่ห่างไกลตัวเมืองออกไปทุกขณะนี้เอง จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างสาธารณูปโภคทุกรูปแบบหรือที่รวมเรียกว่า FACILITY เหล่านั้นให้คงสภาพดีได้นานเท่านาน ซึ่งในบางโครงการก็ต้องทุ่มเทงบประมาณในส่วนนี้มากกว่างบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านเสียด้วยซ้ำไป

และยิ่งนับวัน ผู้ประกอบการก็ดูเหมือนว่าจะเห็นดีเห็นงามกับการทุ่มเทงบประมาณเข้าไปให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แหล่งข่าวผู้ประกอบการบ้านยัปปี้รายหนึ่งให้ทัศนะว่า จากการทุ่มเทงบประมาณในส่วนนี้เข้าไปอีก จะยิ่งทำให้เจตนารมณ์ของการเกิดบ้านทันสมัยผิดจากเป้าที่วางไว้

"ผู้ประกอบการของเราส่วนใหญ่จะเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ คือจะเอาชนะกันท่าเดียว ใครมีมาก ใครมีเยอะ ก็มีโอกาสชนะ เขามองว่าเป็นจุดขายที่ดีจริงๆ แล้วเราอยากได้บ้านที่เป็นบ้านจริงๆ ไม่จอกแจกจอแจ ในบางครั้งเราต้องกลับไปสู่จุดพื้นฐานที่แท้จริงบ้าง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วใครจะมาบำรุงรักษาในฟาซิลีตี้เหล่านี้ ในที่สุดก็จะต้องสูญเสียไป หรืออย่างโรงเรียกเต็มรูปแบบ หรือโรงพยาบาล ก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ในหมู่บ้าน มันมากเกินไป มีแค่เพียงโรงเรียนอนุบาลหรือคลินิกก็น่าจะเพียงพอแล้ว"

จากปัญหาการจัดสรรบ้านยัปปี้ทั้งหมดนี้ คงทำให้พอมองเห็นภาพได้บ้างว่า การแข่งขันในตลาดบ้านรูปแบบนี้ ก็มีความรุนแรงไม่น้อยกว่าบ้านแบบอื่นแน่นอน เพียงแต่ว่าส่วนผสมกลยุทธ์ทางการตลาดของตลาดบ้านยัปปี้นี้ นอกจากต้องอาศัยการระดมสมองจากฝ่ายต่างๆ ค่อนข้างหนักแล้ว

ยังจะต้องพร้อมที่จะเสียเวลาให้กลยุทธ์ในแต่ส่วนได้มีการ "บ่มตัว" ให้สุกงอมเสียก่อนจึงจะนำไปใช้ได้

ธงชัย บุศราพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท โนเบิล โฮลดิ้ง จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการบ้านยัปปี้ ได้ให้คำจำกัดความเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะต้องรอกให้มีการ "บ่มตัว" เสียก่อนว่าแผนการงานการตลาดที่ดีที่จำนำมาใช้กับการประกอบบ้านยัปปี้นั้นจะต้องเกิดจากการระดมสมองของคนทุกส่วนของบริษัท อย่าได้มองข้ามส่วนใดส่วนหนึ่งไป เพราะส่วนที่มองข้ามไปนั้น อาจจะให้แง่คิดทางการตลาดที่จะหยิบยกมาใช้เป็นเคล็ดลับในการเจาะเข้ากลุ่มลูกค้าได้ดีขึ้นก็เป็นไปได้

"สถาปนิก วิศวกร มัณฑนากรหรือแม้แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการเงิน หรือฝ่ายบัญชีทุกคนของโนเบิล จะมีโอกาสเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบ้านยัปปี้โครงการใหม่ๆ และแนวทางตลาดว่าจะเดินไปในแนวทางใด เพื่อให้ได้แนวความคิดหลากหลาย จะได้เกิดความสมบูรณ์ที่สุดของโครงการซึ่งมีหลายครั้งที่สถาปนิกออกแบบมาแล้ว แต่ขาดความเป็นไปได้ทางการตลาด หรืองบก่อสร้างค่อนข้างจะบานปลายมากเกินไป"

การที่โนเบิล โฮลดิ้ง มีทีมงานที่ค่อนข้างเข้มแข็ง ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งสำคัญของกลุ่มนี้ โดยเฉพาะทีมสถาปนิกของโนเบิล โฮลดิ้ง ซึ่งนำทีมโดยพรหมมินทร์ สุนทระศานติก หัวหน้าสถาปนิก ที่มีความพร้อมจะเนรมิตบ้านรูปแบบต่างๆ ได้ตามความคิดฝันบวกกับการที่โนเบิลมีกรรมการผู้จัดการอย่างกิตติ ธนากิจอำนวย ที่มีความคิดฝันเรื่องบ้านยัปปี้มาก่อนหน้านี้นานแล้ว และพร้อมจะผลักดันให้สถาปนิกของโนเบิลได้มีความคิดฝันอย่างเต็มที่

ธงชัยเปิดเผยด้วยว่าในปีนี้ทางโนเบิล ได้เตรียมการนำความคิดฝันของสถาปนิกที่ไปใกล้จะถึงจุดสูงสุดออกสู่สายตาประชาชน ซึ่งธงชัยกล่าวว่าจะเป็นการปฏิวัติวงการบ้านจัดสรรของไทยอีกก้าวหนึ่ง

"บ้านรูปทรงใหม่ที่จะออกมาในปีนี้ จะเป็นการปฏิวัติรูปแบบทุกอย่าง นับแต่การออกแบบการก่อสร้างทั้งภายนอกและภายใน จากจุดนี้ไปก็จะทำให้จินตนาการเกี่ยวกับบ้านทันสมัยของเราก้าวไปเกือบถึงจุดสุดยอด"

จากจุดแข็งดังว่าของโนเบิล แม้ว่าจะทำให้ค่ายนี้ขึ้นมายืนบนแป้นของนักพัฒนาบ้านจัดสรรยัปปี้ชั้นแนวหน้ารายหนึ่ง แต่ผลพวงจากการเตรียมงานเป็นเวลานาน ก็ทำให้เกิดจุดอ่อนได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน เนื่องจากการเตรียมงานด้านแบบที่โนเบิลจะต้องใช้เวลามากถึง 6 เดือนต่อโครงการหรือมากกว่านั้น จึงทำให้ผลงานของโนเบิลยังไม่เกิดขึ้นมากพอที่จะอวดถึงความสามารถของกลุ่มนี้ได้ จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่จะยังเห็นความสำเร็จของโนเบิลบนแผ่นกระดาษออกแบบเสียมากกว่าบ้านที่จะได้เป็นรูปธรรม

บ้านยัปปี้ในรูปแบบของกลุ่มสมประสงค์เป็นโครงการต่อไปที่จะบ่งบอกได้ถึงความเข้มข้นของอุณหภูมิการแข่งขันในขณะนี้

สำหรับกลุ่มสมประสงค์นี้ ก็คล้ายคลึงกับ โนเบิล โฮลดิ้ง ในแง่ที่มีทีมงานด้านต่างๆ ทั้งสถาปนิก วิศวกร มัณฑนากรที่ค่อนข้างเข็มแข็งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางด้านความคิด รวมถึงตัวกรรมการผู้จัดการคือ ประสงค์ พานิชภักดี ก็มีแนวความคิด ด้านบ้านยัปปี้อย่างลึกซึ้งคนหนึ่ง เนื่องจากมีประสบการณ์จากไปอยู่และดูงานมาแล้วรอบโลกเช่นเดียวกับกิตติ แห่งโนเบิล โฮลดิ้ง

ดังนั้นรูปแบบบ้านของสมประสงค์จึงค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่จะเน้นในเรื่องประโยชน์ใช้สอยพื้นที่ส่วนต่างๆ ของบ้านเป็นสำคัญ นับแต่บ้านพิมาน ซึ่งเน้นเอกลักษณ์ไปที่การให้ความเท่าเทียมระหว่างหน้าบ้านและหลังบ้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นในการทำเป็นสวนได้ด้วยสำหรับหลังบ้าน

และล่าสุดกับโครงการบ้านแสงอรุณ ที่ค่ายสมประสงค์หวังจะใช้เป็นจุดขายสำคัญ ในการบอกตลาดให้รู้ว่า บ้านนั้นไม่จำเป็นต้องวางรูปแบบให้อยู่ในแนวขนานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปด้วยการออกแบบบ้านแสงอรุณ 3 ชั้นให้เป็นแนวเฉียงนี้ วรเวทย์ เพชรสุวรรณ ผู้จัดการโครงการของสมประสงค์ อรรถาธิบายว่า แนวความคิดบ้านแนวเฉียงนี้ นอกจากจะเป็นการฉีกแนว เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของบ้านยัปปี้แล้ว ยังมุ่งให้เกิดความมีอิสระของตัวบ้านและหน้าบ้านดูกว้างขึ้นและหลังบ้าน ก็ดูห่างจากบ้านตรงข้ามมากพอสมควรถึงแม้จะเป็นบ้านแฝดก็ตาม

"คอนเซปท์นี้เราคิดกันมานานพอสมควรเพราะเรามองว่าที่ผ่านมาบ้านแฝดยังไม่มีใครทำได้ดี แม้กฎหมายจะกำหนดไว้ว่าขนาดพื้นที่ต้องมีให้มากถึง 35 ตารางวา แต่ตลาดในส่วนนี้ก็ไม่ค่อยโต เราเลยมาคิดว่า น่าจะมีการฉีกแนวไม่ต้องให้ตัวบ้านติดกันแต่มาแฝดกันที่ที่จอดรถแทน โดยระยะห่างเท่าเดิมแต่ทำให้ดูเหมือนไกลออกไปได้อีกกว่าความเป็นจริง"

สไตล์บ้านแบบแฮบิแทท และแคลิฟอร์เนียของกลุ่มธนาซิตี้ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของบ้านยัปปี้ที่น่าจะกล่าวถึงจุดแข็งและจุดด้อยของกลุ่มนี้

แนวความคิดที่เป็นจุดแข็งของธนาซิตี้ คือการพยายามใช้พื้นที่ในตัวบ้านให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อให้บ้านดูโปร่ง การถ่ายเทอากาศจึงสามารถทำได้อย่างดี และให้ความยืดหยุ่นแก่ผู้ซื้อที่จะเข้าไปอยู่มีโอกาสปรับปรุงแบบและรายละเอียดภายในได้อย่างเต็มที่มากกว่าโครงการอื่นที่เคยมีมา ในขณะที่รูปแบบบ้านภายนอกของธนาซิตี้นั้น จะไม่ค่อยมีการเน้นให้ฉีกแนวจากบ้านยัปปี้ของโครงการอื่นมากนัก

"บ้านสมัยใหม่จะขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนว่า จะต้องการบ้านในรูปแบบใด การทำบ้านจัดสรรของเราจึงต้องประมวลความคิดความเห็นเข้ามา การเล่นเสปสภายใน และสีสันนั้นเราคงต้องเน้นให้เกิดความกลางตามสมควร หากเราเล่นเสปสมากเกินไป ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างจำกัด และอีกอย่างหนึ่ง คือการเล่นเสปสจนเปรอะ ก็เหมือนไปบีบลูกค้าว่าจะต้องอยู่ในพื้นที่นั้นมากเกินไป ในส่วนของต้นทุนการก่อสร้างนั้นคงไม่แพงขึ้นเท่าไร ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ข้อสำคัญเราคิดว่าควรจะให้ผู้ซื้อมีความยืดหยุ่นในการเลือกบ้านจัดสรรของตัวเองให้มากที่สุด" ณัฐสิทธิ์ อิทธิถาวร ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนออกแบบ บริษัท ธนายง จำกัด กล่าวถึงไม้เด็ด ที่ไว้พิชิตใจผู้ซื้อสำหรับบ้านทรงแฮบิแทท

ในส่วนของบ้านทรงแคลิฟอร์เนีย ก็เป็นบ้านอีกสไตล์หนึ่ง ที่ธนายงมองว่าจะเป็นจุดขายสำคัญของกลุ่มบ้านยัปปี้นี้ เพราะเป็นการผสมผสานบ้านสไตล์กึ่งคลาสสิค ที่อาศัยอิฐเป็นตัวเอกสำคัญในการกาสร้าง โดยมีแนวความคิดว่าบ้านแบบนี้จะให้ความแข็งแกร่งของรูปบ้านด้วยวัสดุแบบเก่าที่ดูขลังซึ่งจากที่ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้ซื้อแล้ว ก็มีความยอมรับได้สำหรับบ้านทรงนี้

อย่างไรก็ตามความคิดเห็นในกลุ่มอื่นที่อยู่ในแวดวงนี้ ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยมากนักในการนำอิฐมาใช้ทำเป็นบ้านทันสมัยเช่นนี้ แหล่งข่าวจากบริษัทสถาปนิกชั้นนำรายเดิมให้ทัศนะว่า อิฐนั้นเป็นวัสดุก่อสร้างที่ขัดแย้งเป็นอย่างมาก ที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุหลักสำหรับบ้านทันสมัย เพราะจุดหลักสำคัญของบ้านแบบนี้ นอกจากความสะดวกสบาย และรูปแบบที่ดูแปลกตาแล้ว สิ่งสำคัญที่เราจะไม่ค่อยได้กล่าวถึงคือ การประหยัดพลังงาน เนื่องด้วยอิฐมีคุณสมบัติกักเก็บความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่การคายความร้อนกลับทำได้อย่างล่าช้า จะยิ่งทำให้ต้องเสียพลังงานมากขึ้นเพื่อทำให้บ้านมีความเย็นสบาย

"อันที่จริงแล้ว บ้านแบบไทยๆ เขาก็ไม่นิยมจะเอาอิฐมาใช้เป็นวัสดุโครงสร้างหลักอยู่แล้ว โดยเขาพยายามจะเลือกใช้อิฐให้มีขนาดเล็กที่สุด ในขณะที่โครงการนี้ยังยืนยันจะใช้อิฐก้อนใหญ่มาเป็นวัสดุหลักเช่นนี้ช่วงแรกที่เข้าไปอยู่ก็คงจะอยู่ได้อย่างไม่มีปัญหาแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ก็จะรู้ว่าความร้อนนั้นมีเพิ่มขึ้นในขณะที่พลังงานที่สูญเสียไปก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง"

นอกเหนือจากจุดเด่นด้านรูปแบบบ้านที่ธนายงค่อนข้างภูมิใจแล้ว FACILITY หรือความสะดวกสบายด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ อาทิเช่นสนามกอล์ฟระดับมาตรฐาน ที่มีโรงเรียกสอนกอล์ฟอยู่ด้วย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ตามมาตรฐานโอลิมปิค คลับเฮาส์ โรงเรียนและโรงพยาบาลที่ครบสมบูรณ์แบบ หรือแม้แต่ชอปปิงเซ็นเตอร์เหล่านี้ ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจอีกจุดหนึ่งของธนายงที่หวังจะใช้เป็นจุดขายสำคัญในการดึงลูกค้าให้สนใจในโครงการของตน แม้ว่าจะมีการมองว่าเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์เดิมของบ้านทันสมัยที่ต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งไม่สร้างความแออัดยัดเยียดให้กับบ้านจัดสรรแห่งนั้นมากเกินไป

"เรากลับมองตรงกันข้ามกับคนที่มีความคิดเห็นเช่นนั้น เรามองว่าความสะดวกสบายที่จะได้มาจากบ้านทันสมัย และจะมีทุกอย่างครบถ้วนได้นั้นไม่จำเป็นต้องแออัดยัดเยียดก็ได้ อยู่ที่ว่าเราจะสามารถจัดวางแผนผังของแต่ละฟาซิลิตี้ให้อยู่ในจุดที่ถูกต้องได้หรือไม่ เรามีข้อได้เปรียบที่ว่าเรามีพื้นที่เป็นพันๆ ไร่ จึงมีอาณาเขตจะจัดวางฟาซิลิตี้แต่ละจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

บ้านยัปปี้จากจินตนาการของบางกอกแลนด์ก็เป็นอีกโครงการที่ไม่อาจมองข้ามได้ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้

จุดแข็งที่บางกอกแลนด์ พยายามเน้นเป็นอย่างมากคือ บ้านคริสตัลเฮาส์ (CRYSTAL HOUSE) และนิวเทรนด์เฮาส์ (NEW TREND HOUSE) โดยในส่วนของคริสตัลเฮาส์นั้น มีแนวคิดหลักที่จะใช้กระจกเข้ามาเป็นตัวเอกเพื่อเสริมความสง่างาม และทำให้บ้านดูโอ่โถง กว้างขวางขึ้น สามารถมองวิวภายนอกอาคารได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามการฉีกแนวใช้วัสดุที่มีความใสกระจ่างกับบ้านทั่วทั้งหลัง โดยคิดว่ากระจกนั้นมีคุณสมบัติตัดแสงจากดวงอาทิตย์ได้นั้น แหล่งข่าวจากบริษัทสถาปนิกระดับแนวหน้ารายเดิมได้ให้ทัศนะว่า กระจกกันแสงทุกประเภทที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมานั้น จะมีความสามารถตัดแสงจากดวงอาทิตย์ได้อย่างแน่นอน แต่อานุภาพของรังสีความร้อนหรือรังสีอุลตราไวโอเล็ต (ULTRA VIOLET) หรือยูวีนั้นจะถูกสกัดกั้นไปบ้าง แต่จะไม่หมดเสียทีเดียว โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดกระจกนั้นว่า สามารถลดอานุภาพความร้อนลงมาได้แค่ไหน

แหล่งข่าวผู้เคยไปทดลองพักอาศัยในบ้านคริสตัลเฮาส์ ได้เปิดเผยประสบการณ์ว่า ความร้อนสูงที่สุมอยู่ในบ้านอย่างต่อเนื่อง เป็นผลพวงสำคัญที่ทำให้แหล่งข่าวไม่สามารถทนอยู่ได้อีกต่อไป และได้เปรียบเทียบบ้านแบบคริสตัลเฮาส์นี้ว่า เหมือนกับกรีนเฮาส์ (GREEN HOUSE) หรือเรือนเพาะชำต้นไม้ที่จะอาศัยกระจกเป็นฉากกั้นแสงเช่นกัน

"สิ่งที่จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ในการนำกระจกเข้ามาประกอบเป็นโครงสร้างของบ้านนั้นจะต้องไม่บรรจุเข้าไปเสียทุกส่วนของตัวบ้าน เพราะบางส่วนของบ้านจะมีจุดอ่อน (WEAD POINT) ที่แม้ว่าจะป้องกันแสงเพียงใด ความร้อนก็จะเข้ามาได้มากอยู่ดี ดังนั้นสถาปนิกและวิศวกรที่ออกแบบโครงการนี้ นอกจากจะต้องระดมความคิดถึงแบบบ้านออกมาให้ดีแล้ว ก็จะต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของคนที่จะเข้าไปพักอาศัยด้วยว่า จะต้องพบกับอะไรบ้าง"

นอกจากนั้นแล้ว เมื่อบ้านจะต้องได้รับความร้อนสูงมากขึ้น ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การประหยัดพลังงานสำหรับบ้านแบบคริสตัลเฮาส์ จะทำไม่ได้เต็มประสิทธิภาพดังที่หวังไว้ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าไปอยู่อาศัย จะต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้านพลังงานขึ้นไปอีก

เกี่ยวกับกรณีนี้ ทางบางกอกแลนด์ยืนยันถึงปณิธานในการออกแบบโครงการนี้ว่า กระจกสีที่ใช้ในการตัดแสงนี้สามารถตัดความร้อนจากภายนอกได้ ซึ่งมาตรฐานการใช้วัสดุจะสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป การใช้แสงธรรมชาติจากภายนอกมาช่วย ทำให้สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าในตอนกลางวันด้วย

จึงกลายเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าของบางกอกแลนด์จะต้องพิสูจน์เมื่อเข้าไปอยู่เอง

ถัดจากคริสตัลเฮาส์ ก็มาถึงอีกกลเม็ดหนึ่งของบางกอกแลนด์นั่นคือ นิวเทรนด์เฮาส์ที่อาศัยแนวความคิดที่คล้ายคลึงกับคริสตัลเฮาส์ที่ออกแบบมาเพื่อการประหยัดพลังงานเป็นหลัก โดยคัดเลือกวัสดุ และระบบก่อสร้างรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะพื้นและผนังที่ใช้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนอย่างดี สามารถป้องกันมลภาวะจากภายนอกได้

สำหรับนิวเทรนด์ เฮาส์ กลเม็ดใหม่ที่หวังจะเป็นหัวหอกสำหรับบ้านยัปปี้ของบางกอกแลนด์นี้สร้างความแปลกใหม่ต่อผู้คนในวงการได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อมีการโจษขานกันในแวดวงว่า รูปแบบบ้านของนิวเทรนด์ เฮาส์นี้ได้มีการเลียนแบบมาจากแบบบ้านของโครงการอื่น ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการนี้อยู่บ้าง แต่เรื่องนี้แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดกับบางกอกแลนด์เปิดเผยว่า แบบบ้านนิวเทรนด์ เฮาส์นี้เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาเองของทีมงานสถาปนิกและวิศวกรของบางกอกแลนด์

ไม่ได้มีการเสกสรรปั้นแต่งขึ้นจากพื้นฐานความคิดของโครงการอื่นแต่อย่างใด

จุดแข็งและจุดด้อยของแต่ละค่ายดังว่านี้ จะไม่สัมฤทธิ์ผลทางการตลาดได้เลย หากยังขาดกรอบการมองเรื่องกลยุทธ์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องราคาซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุดในทุกตลาดสินค้า ไม่ยกเว้นแม้แต่ในตลาดบ้านยัปปี้นี้

เพราะถึงแม้ว่าคนรุ่นใหม่จะมีความทะเยอทะยานที่หวังจะได้บ้านตามจินตนาการของตัวเองมากเพียงใด แต่เมื่อกำหนดความสามารถของตัวเองไว้ว่า ตามฐานะของตัวเองจะอยู่ได้เพียงบ้านจัดสรรแล้ว จึงเป็นภาวะยอมที่คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะต้องคำนึงถึงเรื่องราคาเป็นสิ่งสำคัญก่อนสิ่งอื่นใด

ท่ามกลางการเกิดขึ้นมาของโครงการบ้านยัปปี้แห่งใหม่ๆ ทุกฝ่ายต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าการแข่งขันในเรื่องราคากำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ โดยขณะนี้แหล่งข่าวในวงการบ้านยัปปี้รายหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการบ้านยัปปี้บางรายที่มีทีท่าว่าจะขายได้ไม่เร็วตามที่ตั้งความหวังไว้ ก็เริ่มจะตัดราคาลงมาในอัตรา 10-15% บ้างแล้ว และตั้งเป้าต่อไปไว้ว่าจะตัดไปจนถึงอัตรา 20% หากตลาดแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้นกว่านี้

สาเหตุที่ต้องตั้งอัตราไว้ที่ 20% นั้น เนื่องจากนักจัดสรรเหล่านั้นมีความหวั่นเกรงว่า หากตัดราคาให้รุนแรงมากไปกว่านี้แล้ว จะทำให้เสียภาพพจน์ต่อบ้านทันสมัยของยัปปี้ ที่อยู่ในระดับกลางค่อนมาสู่ระดับบน ซึ่งหากในอนาคต ตลาดกลับไปสู่ภาวะปกติและการแข่งขันเริ่มซาลงแล้ว การปรับราคากลับสู่จุดเดิม จะทำได้ค่อนข้างลำบาก

ณัฐสิทธิ์ แห่งธนาซิตี้ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์ราคานี้ว่า กลุ่มยัปปี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อพร้อมจะจับจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งดีที่สุดมา แต่ข้อจำกัดด้านการเงินทำให้ความหวังในจุดนี้ของเขาไปไม่ถึงจุดที่เขาตั้งไว้ แต่ก็ยอมรับว่าการแข่งขันในช่วงนี้มีสูง แต่ด้วยข้อได้เปรียบด้านฟาซิลีตี้ที่ธนายงมีอยู่ จึงไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องไปตัดราคาให้มากกว่า 15% อย่างเช่นค่ายอื่นทำกัน

วรเวทย์ แห่งสมประสงค์กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า แม้ในปัจจุบัน การแข่งขันด้านราคาจะยังใช้กันอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง แต่ก็ยังมีความหวังว่า ในอนาคตการแข่งขันด้านราคาจะลดความสำคัญลงไปบ้าง โดยจะหันไปเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพแทน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของนักจัดสรรว่าจะพัฒนามาตรฐานของตนขึ้นไปถึงระดับนั้นได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามการไปให้ถึงจุดมาตรฐานดังว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับแนวโน้มการออกแบบบ้านสมัยใหม่รวมถึงการใช้กลยุทธ์ในช่วงต่อไปว่าจะออกมาในรูปแบบใด

สำหรับแนวโน้มการออกแบบสำหรับบ้านทันสมัยช่วงต่อไปนั้น จากความสำเร็จของการผสมผสานสูตรสำเร็จของจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นสีสัน การเล่นเสปส หรือการให้ความสำคัญกับความเป็นไฮเทคของระบบภายใน ต่างก็จะมีบทบาทสูงขึ้นในอนาคต

แต่ขณะเดียวกัน ก็จะมีอีกหนึ่งปัจจัยที่จะก้าวเข้ามามีความหมายมากขึ้นสำหรับบ้านยัปปี้ คือการตกแต่งภายใน (INTERIOR DESIGN) ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้น ปัจจัยตัวนี้มีบาทบาทเข้าไปร่วมในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านน้อยมาก เนื่องจากทั้งนักจัดสรรและผู้ซื้อบ้านจะมุ่งความสนใจไปที่ตัวบ้านเป็นสำคัญ แต่ในอนาคตทั้ง 2 ฝ่ายจะหันมาสนใจในจุดนี้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้เป็นเพราะความคิดในการพัฒนาโครงสร้างบ้านในยุคปัจจุบันได้เริ่มมีแนวทางใหม่ ที่ไม่ได้มุ่งไปที่การพัฒนาโครงสร้างภายนอกบ้านเป็นสำคัญ ในขณะที่การตกแต่งภายในถือเป็นเรื่องรองเหมือนเช่นอดีต

แต่การตกแต่งภายในได้กระเถิบฐานะขึ้นมาที่สถาปนิก และวิศวกรจะต้องจับเข่าคุยกันเพื่อให้ได้ผลงานที่ผ่านการหล่อหลอมทางความคิดที่สอดคล้องกัน และการทำงานทั้งสองส่วนจะต้องทำไปพร้อมกันด้วย

มานิตย์ อาวัชนาการ ผู้จัดการฝ่ายออกแบบตกแต่งภายในของกลุ่มสมประสงค์ กล่าวถึงความสำคัญของงานตกแต่งภายในที่จะเพิ่มบทบาทในช่วงต่อไปว่า ต่อไปเมื่อลูกค้าจะเลือกซื้อโครงการใดนอกจากจะต้องชั่งใจว่า รูปแบบบ้าน การใช้สอยพื้นที่ในบ้าน และการอำนวยความสะดวกของระบบภายในมีมากน้อยเพียงใดแล้ว

การวางตำแหน่งห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละมุมของห้อง จะต้องเป็นปัจจัยที่พลาดไม่ได้ในการหยิบยกมาพิจารณา

"แนวโน้มของบ้านทันสมัยในอนาคต จึงมุ่งไปเพิ่มคุณค่าความเป็นบ้านให้สมบูรณ์แบบที่สุดหลังจากที่ได้มีการพัฒนาทางด้านรูปธรรมของตัวบ้านมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ก็มาถึงขั้นที่ต้องพัฒนาด้านอารมณ์สุนทรีย์ในการอยู่อาศัยให้อยู่ได้อย่างสะดวกสบายด้วย"

กระแสความเปลี่ยนแปลงที่คนรุ่นใหม่สามารถเพิ่มอำนาจต่อรอง ให้เหล่าประดาโครงการบ้านจัดสรรทั้งหลายไม่สามารถมองข้ามไปได้เช่นในอดีตนี้เป็นชนวนสำคัญที่จะบอกต่อพวก "ตีหัวเข้าบ้าน" หรือ "น้ำขึ้นให้รีบตัก" ให้สังวรแก่ใจได้แล้วว่า

หมดยุคสมัยเสียแล้วสำหรับการทำงานลวกๆ เพราะว่า…

ชัยชนะแห่งคุณภาพเท่านั้นจึงจะเรียกว่าชัยชนะอันแท้จริง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย