Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2539
ทริสรับประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจให้คลังอีก 15 แห่ง             
 

 
Charts & Figures

รายชื่อรัฐวิสาหกิจที่เข้าประเมินผลการดำเนินงานกับทริส


   
www resources

โฮมเพจ ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส (ทริส)

   
search resources

ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส, บจก. - TRIS
วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์




ในปีงบประมาณ 2540 (1 ตุลาคม 2539-30 กันยายน 2540) กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางได้วาจ้างให้บริษัทไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด หรือ ทริส ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือแห่งแรก และแห่งเดียวของไทยในขณะนี้ เป็นผู้ดำเนินการวัดผลการดำเนินงาน (Performance Evaluation) ของรัฐวิสาหกิจพร้อมทั้งติดตามผลงานรัฐสาหกิจที่ผ่านการประเมินแล้วรวมทั้งสิ้น 26 แห่ง ซึ่งได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา มีปลัดกระทรวงการคลัง ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นประธาน

การประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกของทริส เพราะเมื่อปีงบประมาณ 2539 ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2538 และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2539 กรมบัญชีกลาง ในนามของกระทรวงการคลังได้คัดเลือกทริสเป็นที่ปรึกษาการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเป็นจำนวน 11 แห่ง และในปีงบประมาณ 2540 ทริสยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ติดตามผลงานของรัฐวิสาหกิจทั้ง 11 แห่งนี้อย่างต่อเนื่องด้วย

โครงการประเมินผลการดำเนินงานนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (Privatization) ของรัฐบาล เพื่อง่ายต่อการดำเนินการรัฐบาลได้มีการจัดแบ่งรัฐวิสาหกิจออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ รัฐวิสาหกิจที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือ ธนาคารกรุงไทยและบริษัทการบินไทย รัฐวิสาหกิจที่ผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่น รัฐวิสาหกิจที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ รัฐวิสาหกิจที่มุ่งหารายได้และรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุน

รัฐวิสาหกิจทุกประเภทยกเว้นประเภทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทรวงการคลังได้แต่งตั้งให้ทริสทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และจัดทำการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และนำผลที่ได้มาใช้เป็นแรงจูงใจ ซึ่งมีโครงการนำร่องไปแล้ว 11 แห่ง

ส่วนรัฐวิสาหกิจประเภทแรก ซึ่งมีธนาคารกรุงไทย และบริษัทการบินไทย ทางกระทรวงการคลังได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้แก่ Klein-worth Benson สถาบันการเงินชั้นนำของอังกฤษเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีการกำหนดแรงจูงใจในลักษณะ Industrial Norm อันเป็นมาตรฐานที่ใช้กันเป็นสากลสำหรับบริษัทมหาชน

"การประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและรัฐวิสาหกิจ เพราะการประเมินจะส่งผลให้รัฐวิสาหกิจจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนคุณภาพของสินค้าและบริการให้ดีขึ้น" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลลัพธ์ที่จะได้จากโครงการนี้

สำหรับหลักการระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจนี้ได้รับความเห็นชอบ และอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2538 โดยให้เริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2539 เป็นต้นไป มีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกบรรจุเข้าไว้ในโครงการนี้ทั้งสิ้น 60 แห่ง วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ก็เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุง และส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กรรัฐวิสาหกิจ โดยใช้วิธีการประเมินผลเป็นเครื่องมือในการควบคุมแทนระบบเดิมที่ใช้ผู้บริหารระดับสูง และคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจควบคุมการดำเนินงาน และยังช่วยผ่อนคลายกฎระเบียบการกำกับดูแลจากภาครัฐให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น และเมื่อถึงสิ้นปีรัฐจะทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลงานจริงเปรียบเทียบเป้าหมายและตัวแปรต่าง ๆ อันได้แก่ประสิทธิภาพทางการเงิน คุณภาพในการบริหารและการให้บริการประชาชน และการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ ขณะที่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจจะปรับบทบาทมาเป็นผู้กำกับดูแลมากขึ้น

"รัฐบาลต้องการปรับปรุงการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้ดีขึ้น ดังนั้นในปี 2538 คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบหลักการประเมิน และให้ทยอยใช้ให้ครบภายใน 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2539 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระจายอำนาจในการตัดสินใจจากที่รวมศูนย์อยู่ที่กระทรวงการคลับไปอยู่ที่ผู้บริหารของกิจการนั้น ๆ มากขึ้น" ปรีดี บุญยัง อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวในฐานะผู้ว่าจ้างทริสในนามของกระทรวงการคลัง

ซึ่งผลของการประเมินที่จัดไว้ 5 ระดับตั้งแต่ดีเยี่ยมจนถึงต้องปรับปรุงจะมีผลต่อการพิจารณาการให้ค่าตอบแทน ความเป็นอิสระในการบริหาร โบนัสของพนักงานและผู้บริการ ตลอดจนถึงงบประมาณในปีถัดไป ขณะที่ทางภาครัฐจะนำข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลงานมาใช้ในการกำหนดนโยบาย ควบคุมกำกับดูแล และตรวจสอบให้เหมาะสมกับลักษณะของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพต่อไป

ในกระบวนการประเมินทริสจะทำการวิเคราะห์ภาพรวมของภาวะอุตสาหกรรม โดยดูที่สภาวะอุตสาหกรรมโดยดูที่สภาวะแวดล้อมของกิจการ ทั้งในแง่ของการแข่งขันข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย และลักษณะเฉพาะของธุรกิจตลอดจนถึงอุปสงค์ อุปทาน นอกจากนี้จะทำการวิเคราะห์ภาวะธุรกิจโดยพิจารณาที่นโยบาย กลยุทธ์ของกิจการ และทีมผู้บริหาร พร้อมทั้งวิเคราะห์ภาวะทางการเงิน โดยพิจารณากระแสเงินสด ความสามารถในการทำกำไร การชำระหนี้ สภาพคล่อง และยังนำไปเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ด้วย

เมื่อได้ภาพรวมแล้วทริสจะทำการเสนอร่างที่เรียกว่า Performance Agreement (PA) โดยรายละเอียดของร่างจะหารือร่วมกับผู้บริการ รัฐวิสาหกิจนั้น ๆ ต่อจากนั้นก็จะเข้าประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ (Performance Agreement) Subcommittee) เพื่อระดมความคิดเห็นนำมาใช้ปรับปรุงร่าง PA ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสากิจ (PAC) อันประกอบไปด้วยปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน และอธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งจุดนี้จะเป็นเวทีต่อรองระหว่างรัฐกับตัวแทนของรัฐวิสาหกิจ อันจะมีผลต่อการปรับปรุงแก้ไข PA ให้เป็นฉบับที่สมบูรณ์ เมื่อการจัดทำ PA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทริสจะเริ่มขั้นตอนของการติดตามผลงานและประเมินผลงานจริงในสิ้นปีว่าสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ใน PA หรือไม่

"เราได้ทำการศึกษารูปแบบการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจของฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และอินเดีย มาเป็นตัวแบบและปรับประยุกต์ใช้สำหรับไทย ซึ่งจะมีตัวแปรประสิทธิภาพทางการเงิน ทางกายภาพ คุณภาพของบริการการดำเนินงานตามแผนวิสาหกิจ คุณภาพของแผนและการบริหารมาใช้วัด แต่ตัวแปรทั้ง 6 นี้จะมีน้ำหนักไม่เท่ากันในรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง" ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการทริส กล่าวถึงงานใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมของทริสจากการเป็นเพียง Credit Rating Agency ธรรมดามาเป็น Rating Agency เหมือนสถาบันชั้นนำอย่างเอสแอนด์พีและมูดีส์

ด้านแนวทางในการประเมิน ทริสจะให้ความสำคัญกับผลของงานมากกว่าผลของเงิน เพราะรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จะเป็นกิจการที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะช่วยลดการก้าวก่ายหรือแทรกแซงในกิจการของภาครัฐลงไปได้อย่างดี และที่สำคัญคือจะช่วยผลักดันให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีการพัฒนาตนเองไปจนถึงระดับ World Class อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของรัฐในที่สุด นอกจากนี้ทริสยังเลือกที่จะมองข้ามตัวแปรหรือปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ในการพิจารณาประเมินผล โดยเฉพาะตัวแปรเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมือง

จากการประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 11 แห่งที่ทริสได้ส่งไปยังกรมบัญชีกลางเป็นที่เรียบร้อยนั้น ดร.วุฒิพงษ์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสูงสุดได้ให้ข้อคิดเห็นว่า รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาและข้อจำกัดเกี่ยวกับการแทรกแซงทางกาเรมือง การแทรกแซงของททางราชการ ตลอดจนถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดจนเกินไป ขณะเดียวกันระบบการบริหารงานภายในที่ไร้ประสิทธิภาพและขดาทั้งประสิทธิผล รวมถึงระบบการอนุมัติ และการติดต่อกับหน่วยราชการก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจไทยทั้งสิ้น ซึ่งปัญหาดังกล่วทริสก็ได้จัดทำรายงานเสนอต่อกระทรวงการคลังพร้อมกับผลการประเมินเช่นกัน

หากการประเมินผลงานสามารถบรรลุเจตนารมณ์ตามที่รัฐได้ตั้งไว้ ประชาชนคนไทยคงจะไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับริการของรัฐวิสาหกิจเหมือนอย่างเช่นทุกวันนี้อีกต่อไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย