Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 




ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2539
วีดีโอ ภาพยนตร์ เพลง การตูน ลิขสิทธิ์ก็เอาไม่อยู่ หากขาดแรงหนุนด้านการตลาด      
โดย ปิยาณี รุ่งรัตน์ธวัชชัย
 

 
Charts & Figures

สถิติการจำหน่ายวิดีโอเทป เปรียบเทียบระหว่าง ม.ค.-ก.ค. 2538 - ม.ค.-ก.ค. 2539
สถิติการจำหน่ายเทปเพลงสากลเปรียบเทียบ ม.ค.-ก.ค. 2538 - ม.ค.-ก.ค. 2539
สถิติการจับกุมดำเนินคดีละเมิดเฉพาะเทปเพลง วิดีโอเทป แผ่นซีดี แผ่นเลเซอร์ดิสก์ และซอฟแวร์ ตาม พ.ร.บ. 2537 (จำแนกตามประเภทของกลางที่ยึดได้ *ระหว่าง ก.ย. 38-ส.ค. 39


   
search resources

กรมทรัพย์สินทางปัญญา
Law




p> กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยประกาศใช้มาแล้ว 1 ปี 9 เดือน งานลิขสิทธิ์หลายชนิดตื่นตัวขานรับกฎหมายที่ว่ากันว่าล้ำหน้ามาก แต่บางส่วนของกฎหมายก็ยังไม่เป็นที่ชัดแจ้งต่อสาธารณชน อาทิ เรื่องการว่าด้วยการเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชน สิทธิของนักแสดง หรือแม้กระทั่งการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว ก็ยังไม่วายมีสินค้าผีผลุบโผล่ให้เห็น สาเหตุเพราะกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรือว่ายังต้องมีปัจจัยอื่นที่จะช่วยให้อำนาจของกฎหมายลิขสิทธิ์ชัดขึ้นกว่านี้

1 ปีกว่า ที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ออกมามีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2538

งานลิขสิทธิ์หลายประเภทมีการตื่นตัวต้อนรับกฎหมายลิขสิทธิ์กันอย่างคึกคักตั้งแต่ก่อนกฎหมายจะออกมาบังคับใช้ ซึ่งส่วนมากเป็นการตื่นตัวของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ อันเกี่ยวเนื่องกับสินค้าลิขสิทธิ์ หรือเจ้าของผู้สร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์ที่ต้องการออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตน เพราะไม่ต้องการแบ่งปันผลประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ออกเป็นหลายส่วน

แต่แม้จะมีกฎหมายลิขสิทธิ์ ออกมาช่วยปกป้องผลประโยชน์ต่อผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็ยังไม่วายจะมีกลุ่มผู้ละเมิดหลงเหลืออยู่เช่นกัน

จึงเป็นเรื่องที่ต้องมาตรวจสอบกันอีกครั้งว่า ผลของกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ประกาศใช้ไปนั้น ได้ผลจริงหรือ

หรือตลาดสินค้าลิขสิทธิ์มีปัจจัยอื่นนอกเหนือจากฎหมายที่เป็นตัวช่วยให้ลิขสิทธิ์คงความคลังมากกว่ากฎหมาย

แล้วทำไมเมื่อมีกฎหมายออกใช้ตลาดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือที่เรียกกันว่า "สินค้าผี" ทั้งหลายยังมีผลุบโผล่ให้เห็นกันอยู่ไม่ขาด ซ้ำบางช่วงก็ดูหนาตามากกว่าสินค้าลิขสิทธิ์ไปเสียอีก

วีดีโอ : กฎหมายควบการตลาดเห็นผลได้ทันตา

วิดีโอเทป เป็นสินค้าลิขสิทธิ์ที่ถูกละเมิดมากเป็นอันดับต้น ๆ ก่อนจะมีการใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ และก็นับเป็นผลดีที่อัตราการลดลงของวีดีโอผี ลดลงอย่างเห็นผลได้ชัดเจนมากที่สุดอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับเทปเพลงหรือสิ่งบันทึกเสียงภาพยนตร์ และซีดี

แม้ร้านจำหน่าย ร้านเช่า ของปลอมเหล่านี้จะยังไม่หมดไป แต่ก็มีบริการน้อยลงมาก เพราะผู้ค้าที่ยังมีสินค้าผี จะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบธุรกิจมากขึ้น เพราะการถูกจับดำเนินคดีหรือต้องหลบหลีกบ่อย ๆ คงไม่คุ้มกับการลงทุนทางธุรกิจ ซึ่งบางรายก็เปลี่ยนใจมาทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ยังคงมีบางรายที่ยังคงยึดอาชีพเดิมที่ผิดกฎหมาย เพราะต้องยอมรับว่ารายได้จากการจำหน่ายสินค้าผี มีผลตอบแทนค่อนข้างดี เข้าตำรายิ่งเสี่ยงยิ่งรวย

โดยกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งหากินกับวิดีโอปลอม จะต้องมีวิธีการหลบหลีกที่มากกว่าเดิม โดยเฉพาะการซ่อนหลักฐานที่จะกลายมาเป็นเครื่องมือผูกมัดผู้กระทำผิดในคดีอาญาได้กรณีที่มีการจับกุม

เช่น การบริการวิดีโอเทปละเมิดลิขสิทธิ์ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อหรือเช่า กันด้วยวิธีส่งสินค้าให้ถึงบ้าน ด้วยการสั่งบริการทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ รวมทั้งการเลือกซื้อวีดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์จากโปสเตอร์ ที่ติดตามร้านจำหน่าย

วีรวิทย์ วีรวรวิทย์ ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า

การกระทำดังกล่าของร้านจำหน่ายวิดีโอ นอกจาเพื่อหลักเลี่ยงหลักฐานกรณีที่มีการตรวจจับกุมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการเลือกดูภาพยนตร์จากวิดีโอ และเพิ่มความหลากหลายในธุรกิจตัวเอง โดยไม่คำนึงว่าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่

ทั้งที่ความจริงกลุ่มผู้บริโภคอาจไม่ต้องการสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แต่บางครั้งต้องเลือกเพราะเหตุผลอื่นเช่น ภาพยนตร์บางเรื่องถูกเซ็นเซอร์เมื่อฉายในโรงภาพยนตร์ ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการดูทั้งหมดจึงต้องการงานที่ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ หรือรอภาพยนตร์เข้าโรงฉายไม่ไหวอยากดูก่อนแล้ว กลุ่มวิดีโอเหล่านี้ก็จะสนองตอบความอต้กงได้เร็วจึงเลือกใช้บรการโดยไม่คำนึงว่าราคาถูกแพงกว่ากันเท่าไร

แต่ทั้งนี้เชื่อได้อยู่อย่างหนึ่งว่า คนไทยมีมาตรฐานในการบริโภคสูง แม้จะเป็นวิดีโอปลอมแต่ก็ต้องคุณภาพดีทั้งภาพและเสียง ทำให้วิดีโอปลอมประเภทซูมจากโรงภาพยนตร์จึงหมดไปเกือบสิ้นเชิง

ในขณะที่สมบุญ กุศลจริยาภิรักษ์ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วี-2 เน็ตเวิร์ก จำกัด บริษัทในเครือของไร้ท์ พิกเจอร์สกล่าวว่า วิดีโอที่ร้านเช่าละเมิดอาจจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในไทยด้วยการอัดก๊อบปี้ซ้ำ แต่ถ้าเป็นส่วนของร้านจำหน่ายจะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง

"ร้านขายวิดีโอจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ของต่างประเทศ ไม่ใช่ละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีบริษัทในไทยซื้อมา โดยส่วนมากจะเลือกหนังจากค่ายเล็ก ๆ ที่ไม่มีคนซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาขายหรือให้เช่าในไทย"

การกระทำของร้านจำหน่ายวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์จากต่างประเทศโดยตรงเช่นนี้ ถือเป็นการรองรับตลาดผู้บิรโภคที่ต้องการดูภาพยนตร์ของค่ายเล็ก ๆ ที่ไม่มีผู้ซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายหรือทำวิดีโอจำหน่ายอย่างถูกต้อง แม้จะไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรงในประเทศ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้องที่ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของต่างประเทศโดยเห็นว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ตามมาสนใจเพราะมีมูลค่าน้อยสำหรับเขา

แต่สำหรับมูลค่าตลาดในไทยต้องเรียกได้ว่า เมื่อรวมหนังจากค่ายเล็ก ๆ หลาย ๆ ค่ายก็ถือเป็นมูลค่าตลาดที่สูงพอควร โดยมีสัดส่วนการละเมิดลิขสิทธิ์จากค่ายหนังเล็ก ๆ เหล่านี้อยู่ถึง 80% แต่ก็ไม่มากกว่าตลาดวิดีโอลิขสิทธิ์ เพราะข้อจำกัดในเรื่อง OUTLET ของร้านจำหน่ายวิดีโอกลุ่มนี้มีน้อย จึงไม่สามารถทำเต็มรูปแบบทั้งจำหน่ายและให้เช่าได้มากไปกว่าการเสี่ยงขายของละเมิดลิขสิทธิ์นี้ เพราะอย่างน้อยก็จับตลาดแมส

อย่างไรก็ดีผู้จัดการทั่วไป ก็เชื่อว่าเมื่อมูลค่าตลาดอยู่ในระดับที่กล้าเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนี้ อีกไม่นานจะต้องมีผู้หันมาสนใจตลาดลิขสิทธิ์หนังจากค่ายเล็ก ๆ เหล่านี้ แล้วซื้อลิขสิทธิ์ในการจำหน่ายเข้ามาเป็นเรื่องเป็นราวอย่างถูกต้อง

แต่ถ้าพูดถึงตลาดลิขสิทธิ์ที่แข่งกันจริง ๆ ในไทยกับวิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์หนังที่มีผู้ซื้อลิขสิทธิ์ในไทย สำหรับค่ายหนังใหญ่ ๆ ซึ่งจะถูกซื้อสิทธิ์โดยบริษัทซีวีดีและไร้ท์ พิกเจอร์สนั้น สมบุญ กล่าวว่าไม่มีการละเมิดแล้ว เพราะใช้วิธีเหมาซื้อหนังกันเป็นค่าย ปีละหลายเรื่อง ในขณะที่ลิขสิทธิ์จากค่ายหนังเล็ก ๆ ยังต้องรอเวลาให้ถึงจุดคุ้มกับธุรกิจการแข่งขันสูงเสียก่อนจึงจะมีคนเข้าไปจับ

เรียกได้ว่าแม้จะยังมีกลุ่มคนดูและผู้ขาย ที่ทำให้มีตลาดวิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ได้ แต่ก็เป็นการละเมิดที่เพื่อให้เข้ากับรสนิยมคนดูที่ต้องการดูหนังที่ตนชอบและไม่มีตัวแทนลิขสิทธิ์ในไทยไปตรวจตราดูแล แต่สำหรับตลาดวิดีโอลิขสิทธิ์ที่มีผู้ซื้อสิทธิ์ในไทยแล้ว ไม่มีผู้ละเมิด เป็นผลมาจากความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายจริงหรือ

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วี2ฯ กล่าวว่าประมาณ 5 ปีก่อนหน้านี้ ตลาดวีดีโอผีเคยครองตลาดได้ถึง 80% อีก 20% เป็นของตลาดวิดีโอลิขสิทธิ์ ในขณะที่ตอนนี้กลับตาลปัตร ตัวเลขส่วนแบ่งของวิดีโอลิขสิทธิ์เพิ่มเป็น 80% แทนที่ตลาดวิดีโอผีที่เหลือส่วนแบ่งทั้งประเทศเพียง 10% หรือ 20% เฉพาะในกรุงเทพฯ

ทำให้เห็นได้ชัดว่า การลดลงของตลาดวีดีโอผี ไม่ใช่ผลจากฎหมายลิขสิทธิ์โดยตรง แต่ต้องเสริมด้วยปัจจัยการตลาด

"กฎหมายเป็นเพียงตัวเสริม ช่วยให้การจับกุมชัดเจน และฟ้องร้องได้ จากเดิมที่ไม่สามารถฟ้องร้องได้ ทำให้คนทำผิดน้อยลง แล้วการลดลงของวิดีโอผีก็มีตั้งแต่ก่อนกฎหมายจะออกใช้ตั้ง 5 ปี"

แต่การที่ตลาดผีลดลงมาจริง ๆ ทางไร้ท์ พิกเจอร์ เชื่อว่า มาจากกลยุทธ์การตลาดในการดัมป์ราคาลงของวิดีโอลิขสิทธิ์ให้ใกล้เคียงกับวิดีโอผี แต่แตกต่างกันด้วยคุณภาพ และที่สำคัญกฎหมายจะได้ผลก็ต้องมีกลไกตลาดรองรับ

ทั้งนี้ ยังตรงกับความเห็นผู้อำนวยการ ที่กล่าวไว้ว่า กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องของทางการอย่างเดียว เป็นเรื่องที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องคุ้มครองตัวเองด้วย

และสำหรับไร้ท์ พิกเจอร์ส การยอมตัวลดรายได้จากกำไรให้น้อยลง เพื่อแข่งกับตลาดวิดีโอผี ในขณะที่ค่ายวิดีโอใหญ่ค่ายอื่น ๆ ไม่ยอมเล่นด้วยนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของไรท์ พิกเจอร์ส กลายเป็นสินค้าเกรดรองลงมา แต่ทางไร้ท์ พิกเจอร์ส ก็สามารถหาวิธีแก้ได้ในขั้นต่อไป โดยไม่ต้องเสียประโยชน์จากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์วิดีโอ

"หลังจากไล่ตลาดวิดีโอผีกระเจิงไปแล้วด้วยการดัมป์ราคา เพราะเรามองแล้วว่าไม่ขาดทุน โดยเน้นขายปริมาณมากก็สามารถทำกำไรได้มาก ในขณะที่ค่ายอื่นไม่ยอมตัดราคา ทั้งที่เรายอมลดลงมาเยอะ แต่ก็ได้กำไรเหมือนกัน ทำให้เราต้องวางแผนต่อไปเพื่อสร้างภาพและยกระดับให้ดีขึ้นด้วยการตั้งวี -2 ขึ้นมาแทนไร้ท์ พิกเจอร์สที่เป็นร้านวิดีโอให้เช่าในชื่อไร้ท ช้อปแต่วี-2 จะเป็นร้านจำหน่ายที่นอกจากจะวางหนังลิขสิทธิ์ของไร้ท พิกเจอร์สแล้วยังวางหนังของทุกค่ายด้วย" ผู้จัดการทั่วไปกล่าว

อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ไร้ท ช้อป ของไร้ท์ พิกเจอร์ส เกิดขึ้นได้มาก เกิดจากกลยุทธ์การแข่งขันกับตลาดผี ด้วยการยื่นข้อเสนอต่อผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ ให้หันมายอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ด้วยการเปิดเป็นไร้ท์ช้อป แล้วเช่าวิดีโอของบริษัท ขายสิทธิ์การเช่าให้กับร้าน หรือจะให้ทางบริษัทจับกุม

แล้วร้านวิดีโอส่วนใหญ่ ก็ให้การตอบรับอย่างดีด้วยการเลือกที่จะทำให้ถูกทางซึ่งทำให้เกิดความสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

สำหรับทางไร้ท์ฯ นอกจากจะได้ร้านผู้ซื้อลิขสิทธิ์ให้เช่าสูงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ตลาดผีที่จำหน่ายลดลงอีกด้วย ชนิดที่ว่าหายไปจนแทบมองไม่เห็น

เช่น สังเกตง่าย ๆ ก่อนหน้าที่กฎหมายออกบังคับใช้ การจำหน่ายวิดีโอผีทำกันอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ปัจจุบันหากเดินในห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งท่องเที่ยว จะไม่พบกระบะวิดีโอผีให้เลือกซื้อตามทางเดินอย่างที่เคยเป็นมานาน และการที่กฎหมายเข้มงวดขึ้นทุกวันก็คงจะทำให้กลุ่มวิดีโอผีเหล่านี้ไม่สามารถกลับมาให้เห็นอีก


ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ พึ่งระวังให้รอบคอบก่อนซื้อ


สำหรับภาพยนตร์ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่การละเมิดลิขสิทธิ์เข้ามาโดยตรง หรือโดนละเมิดลิขสิทธิ์ไปฉายต่อ (เว้นแต่จะออกมาในรูปของวิดีโอ) เพราะเจ้าของหนังส่วนใหญ่มีพลังพอที่จะรักษาสิทธิ์ของตนเองไว้ได้

ปัญหาของภาพยนตร์จึงอยู่ที่การตรวจตราดูลิขสิทธิ์ที่ซื้อมา ว่าได้สิทธิ์มาแค่ไหนในการนำเข้ามาเผยแพร่ โดยเฉพาะสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะคนทั่วไปมักจะลืมและคิดว่าการซื้อสิทธิ์เข้ามามีสำเนาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วจะทำอะไรก้ได้ โดยไม่ได้ดูว่าได้สิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ได้แล้วนำไปเผยแพร่ก็จะถือเป็นการละเมิดในทันที

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการวีรวิทย์ ให้ความเห็นว่าการที่คนทั่วไปเกิดปัญหาความเข้าใจต่อสิทธิการเผยแพร่ต่อสาธารณชนนี้เพราะอาจจะไม่ยอมรับว่า ทำไมซื้อลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วยังต้องอนุญาตเผยแพร่อีก

ทำให้ปัญหาที่เกิดกลายเป็นปัญหาเรื่องของวัฒนธรรมการยอมรับ แต่ถ้าเข้าใจจะมองออกว่าที่กฎหมายลิขสิทธิ์ที่ต้องขอให้ถูกต้องเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ที่ผูกผันกันมานาน

เช่น ถ้าต้องการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เพื่อนำมาฉาย ต้องซื้อลิขสิทธิ์การเผยแพร่ต่อสาธารณชนของภาพยนตร์เรื่องนั้นมาด้วย

"เราพยายามย้ำแล้วย้ำอีกว่า การเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นสิทธิ์ที่ต้องตรวจดูให้ดี ว่าได้สิทธิในการนำมาฉายด้วยหรือเปล่า หรือบางทีผู้โอนสิทธิ์มีสิทธิ์ที่โอนให้ได้แค่ไหน เพราะภาพยนตร์บางเรื่องกำหนดว่าเสียงและเพลงที่ติดในภาพยนตร์ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในสหรัฐฯ หรือยุโรปเท่านั้นก็มี จะนำไปฉายนอกพื้นที่ดังกล่าวต้องเจรจาเป็นครั้งคราวไป" ผู้อำนวยการวีรวิทย์ กล่าว

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้อำนวยการกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่า แม้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ยังไม่ทราบในส่วนนี้ดี แต่ในส่วนของกฎหมายไทย ได้ช่วยโดยระบุไว้ใน พ.ร.บ.ชัดเจนแล้วว่า ภาพยนตร์ที่ซื้อลิขสิทธิ์หมายความรวมทั้งเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย

ความเข้าใจเรื่องสิทธิที่เกี่ยวพันกันระหว่างคนไทยกับโลกตะวันตก ยังห่างกันมาก เพราะโลกตะวันตกตระหนักในสิ่งเหล่านี้ดี สังเกตได้จากสัญญาภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดแต่ละเรื่องจะมีความหนาเป็นนิ้ว ๆ

ในขณะที่คนไทยนอกจะยังไม่ค่อยตระหนัก ยังต้องคำนึงถึงความผิดในทางศีลธรรมควบคู่ไปกับการพิจารณาความผิดทางอาญาอีกด้วย และทางกฎหมายเองก็ไม่ได้ระบุแน่ชัดมาตั้งแต่ต้น เพราะเดิมในกฎหมายฉบับเก่า ๆ ใช้เป็นเรื่องของการโฆษณาแทนการเผยแพร่ต่อสาธารณชนที่สำคัญตั้งแต่กฎหมายลิขสิทธิ์ออกมาก็ยังไม่มีการบังคับใช้ในส่วนนี้

แต่เมื่อเข้าใจกันดีแล้วว่า สิทธิเหล่านี้ล้วนเป็นสิทธิที่ต้องซื้อต้องขอกันให้ถูกต้องก็ควรจะถึงเวลาแล้วที่จะปฏิบัติกันให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน


เพลง $ สิ่งบันทึกเสียง ของเถื่อนรองจังหวะคืนชีพ


ผลการสำรวจสภาวะตลาดจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ในส่วนของเทปเพลงสากล ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา พบว่านับตั้งแต่มีการก่อตั้งสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI) และได้มีการแต่งตั้งตัวแทนรับผิดชอบการดำเนินคดีละเมิดในประเทศไทย เมื่อเดือน กรกฎาคม 2539

มีผลทำให้สถิติการปราบปรามและละเมิดสิ่งบันทึกเสียงเพิ่มขึ้น และทำให้แผงลอยที่วางจำหน่ายเทปเพลงสากลละเมิดลิขสิทธิ์ ในย่ายแหล่งท่องเที่ยวต้องเลือกเวลาในการวางจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

อันเป็นผลการสำรวจที่ตรงกับการสำรวจของ "ผู้จัดการ" กับกลุ่มร้านขายเทปเพลง ซึ่งส่วนใหญ่ให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ภายหลังจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ เทปผี และสิ่งบันทึกเสียงอื่น ๆ จากเดิมที่มีวางจำหน่ายกันดาษดื่นก็เริ่มซาลงไปอย่างเห็นได้ชัด

แต่กลุ่มผู้ค้าเทป กลับไม่คิดว่าเป็นผลโดยตรงมาจากฎหมายลิขสิทธิ์ เพราะช่วงแรกเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามเศรษฐกิจฯ ออกจับกุมผู้ค้าเทปผีอย่างเคร่งครัดเพราะมีการกระตุ้นจากกลุ่มตัวแทนผู้ดูแลลิขสิทธิ์ทำให้ตลาดเทปผีหยุดไปเป็นพัก ๆ เท่านั้น อย่างตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกตรวจเฉลี่ยไม่ถึงเดือนละครั้ง

"ช่วง 2-3 เดือนหลังนี้ ตลาดเทปผีก็ดูคึกคักขึ้นมาอีกแล้ว เริ่มมีวางแผนมากขึ้นเรียกว่าไม่เห็นตำรวจ กฎหมายก็ไม่มีผล" เจ้าของแผงเทปรายหนึ่งกล่าว

ผู้ค้าเทป ได้ให้ข้อสังเกตว่า แม้ตลาดเทปผีจะกลับมา แต่ก็จะเป็นอยู่ในย่านที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดิน หรือริมทางเท้าในย่านชุมชน แต่ถ้าเป็นห้างสรรพสินค้าจะไม่มีวาง

เพราะถือเป็นที่สว่าง หรือในความหมายที่ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นได้ง่ายเวลามีการออกตรวจ หรือถ้ามีจะไม่มีการวางโชว์สินค้า แต่จะใช้วิธีเปิดเทปตัวอย่างดึงลูกค้าแล้วหยิบให้ทีหลัง

"เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจ ไม่มีการเตือน ถ้าเจอก็จับ ยึดของ ปรับ แล้วก็ให้ประกันตัว" เจ้าของร้านเทปรายหนึ่งในห้างสรรพสินค้า กล่าว

การจับยึดของกลาง ยังไม่เคยสาวได้ถึงตัวผู้ผลิตเทปโดยตรง โดยผู้ค้าเทปรายหนึ่งเปิดเผยว่า ผู้ผลิตเทปผีในแต่ละย่านจะมีรายใหญ่ ๆ อยู่ประมาณ 2 รายใหญ่ ๆ เช่นเดียวกับย่านหัวหมากหรือบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง

ผลจากที่ตลาดเทปผีกลับมาคึกคักในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ตลาดเทปเพลงลิขสิทธิ์ถูกดึงส่วนแบ่งไป เฉลี่ยตลาดอาจจะถึง 50/50 หรืออาจจะเรียกได้ว่ายังต้องดึงกันไปดึงกันมาอยู่ระหว่างส่วนแบ่งตลาด

"ข้อดีของเทปผีจะมีเพียง ออกวางตลาดได้เร็วกว่าเทปลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจจะวางได้ก่อนเป็นเดือนหรือไม่กี่สัปดาห์ และราคาที่ถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง เฉลี่ย 3 ม้วน 100 บาท ทั้งเพลงไทยเพลงสากล ในขณะที่เรื่องของคุณภาพบางทีก็จัดอยู่ในเกรดไล่ ๆ กัน บางแห่งทำได้ดี ทั้งเนื้อเทป ดีไซน์ปก และการใส่เนื้อร้อง ทำให้เทปผียังมีลูกค้าอยู่เยอะ" ผู้ค้ารายหนึ่ง กล่าว

แต่จุดสำคัญที่ทำให้ตลาดเทปเพลงลิขสิทธิ์ถูกดึงขึ้นมาได้มาก คือเรื่องของค่านิยมของผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป โดยมีนโยบายไม่ซื้อเทปผี เหมือนกับไม่อุดหนุนตั๋วผีตามโรงภาพยนตร์ บางคนพอใจที่จะซื้อเฉพาะของลิขสิทธิ์ที่ถูกต้งเพื่อความมั่นใจในคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อเทปเพื่อฟังและเก็บสะสม จึงต้องการเก็บสะสมเฉพาะของแท้เท่านั้น

สิ่งเหล่านี้ยังเป็นเรื่องที่สร้างสำนึกกันได้สำหรับผู้ละเมิด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้ซื้อไม่ซื้อ ตลาดเทปผีกลุ่มนี้ก็จะตายไปเองได้

แต่เรื่องที่ยังต้องสร้างสำนึกกันอีกมาคือการกระทำอย่างให้ผู้ประกอบการที่นำเพลงต่าง ๆ ซึ่งมีเจ้าของผู้สร้างสรรค์ดั้งเดิม คือผู้แต่งคำร้อง ทำนอง และผู้สร้างสรรค์ประเภทผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ในการที่งานของตนถูกนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนในเชิงธุรกิจ

ไม่ว่าจะเป็นการนำเพลงไปเปิดตามสถานประกอบการประเภทร้านอาหาร โรงแรม ดิสโกเธค คาราโอเกะ ศูนย์การค้าตามสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศน์ ซึ่งการถูกละเมิดลิขสิทธิ์โดยขาดทัศนคติที่ถูกต้องในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับเจ้าของสิทธิมานาน แม้จะมีกฎหมายบังคับใช้ก็ยังไม่มีใครมีความคิดที่จะให้ถูกต้องเหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

"ถ้าไม่สร้างทัศนคติ หรือหาวิธีการจัดเก็บค่าตอบแทนอย่างยุติธรรมให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ถูกละเมิดได้ การจัดการโดยใช้วิธีไล่ตามจับทีละแห่งก็คงไม่ใช่วิธีที่ดีและยุติธรรม เพราะโดยกำลังของเจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องคงไม่สามารถจับได้ครบทุกแห่ง" ผู้อำนวยการวีรวิทย์ กล่าวพร้อมทั้งอธิบายให้เห็นว่า

ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนในจำนวนที่สูงมากอย่างในประเทศญี่ปุ่น มีรายได้จากการเก็บค่าลิขสิทธิ์ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเท่ากับเยอรมนี ฝรั่งเศส ก็สูงถึง 700-800 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรืออย่างใกล้ ๆ กับไทยที่ฮ่องกง ก็เก็บได้ถึง 100-200 ล้านเหรียญฮ่องกงต่อปี และมีแนวโน้มเก็บได้สูงขึ้นเท่าตัวทุกปี

ขณะที่ปัญหาของประเทศไทยยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการแก้ไขด้วยดี ทั้งที่มีสถานที่ใช้ดนตรีกรรมและควรจะจ่ายค่าตอบแทนเหล่านี้ได้อยู่นับหลายพันแห่งเฉพาะในกรุงเทพฯ และอีกมากมายในต่างจังหวัด ซึ่งทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้ข้อเสนอสำหรับแนวทางปฏิบัติที่น่าจะเป็นไปได้ ด้วยการเริ่มการจัดเก็บในอัตราที่น้อยที่สุดจากฐานที่กว้างที่สุด เพราะคงจะใช้วิธีเก็บค่าตอบแทนสูง ๆ อย่างประเทศที่พัฒนาแล้วคงไม่ได้

"ความจำเป็นที่ต้องเริ่มจากอัตราที่ต่ำฐานที่กว้าง เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้ผู้ใช้และชักจูงให้เข้าระบบ เพราะจากเงื่อนไขการค้าโลกทำให้เราต้องปฏิบัติติ่คนไทย และต่างชาติเท่าเทียมกัน เมื่อต่างชาติมีการเก็บได้ คนไทยก็ไม่ควรเพิกเฉย" ผู้อำนวยการวีรวิทย์ กล่าว

สำหรับค่าจัดเก็บที่กำหนดขึ้นโดยบริษัทลิขสิทธิ์ดนตรี สำหรับงานดนตรีกรรมในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลก มีดังนี้ สำหรับรายการวิทยุคิดตามรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายเหมารายปี หรือรายเดือน ถ้าเปิดเพลงไม่เกิน 25% ของเวลาออกอากาศทั้งหมดเก็บในอัตรา 0.5% ถ้าเปิดเพลงไม่เกิน 50% ของเวลาออกอากาศทั้งหมด เก็บในอัตรา 0.8%

ถ้าเปิดเพลงเกิน 50% แต่ไม่เกิน 75% ของเวลาออกอากาศทั้งหมด เก็บในอัตรา 1.0% และถ้าเกิน 75% ของเวลาออกอากาศทั้งหมด เก็บในอัตรา 1.2% โดยบริษัทจะเรียกเก็บจากสถานีและให้สถานีเป็นผู้เก็บจากผู้จัดรายการที่ต้องมีการจดรายการเพลงที่ออกอากาศด้วย

อัตราการเก็บตามสถานีโทรทัศน์คิด 0.5% ส่วนเคเบิลทีวี คิด 1% ของค่าสมาชิกต่อรายต่อเดือน

ในประเทศไทยปัจจุบัน มีองค์กรที่เรียกว่า CISAS หรือสหพันธ์นักแต่งเพลงสากล ที่ตั้งมาเป็นเวลา 100 ปี ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสิทธิในการดูแลการเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ ต่อสาธารณชนของนักแต่งเพลงทั่วโลก ก็เข้ามาจัดหาคนดูแลในประเทศไทยเพื่อคอยจัดเก็บค่าตอบแทนตัวนี้แล้ว พร้อมกับเริ่มเก็บได้บ้างแล้ว

ในขณะที่ของไทยเอง ก็มีการจัดตั้งบริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี จำกัด โดยมีวิรัช อยู่ถาวร ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงเป็นกรรมการผู้จัดการดูแลอยู่ โดยเป็นตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์งานด้านดนตรีกรรม มีสมาชิกปัจจุบันประมาณ 50 ราย เป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ต่างชาติและคนไทย ซึ่งยังถือเป็นจำนวนสมาชิกที่น้อยมาก และการดำเนินงานก็ค่อนข้างมีอุปสรรคเพราะพลาดที่จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทในทีแรก ทำให้บางคนมองว่าจะเป็นการหากำไรหรือไม่ถ้าเป็นรูปของบริษัท แต่ก็เป็นองค์กรที่ดำเนินงานมาตลอดอย่างชัดเจนในช่วงตั้งแต่กฎหมายลิขสิทธิ์ออกใช้

"ตอนแรกที่ไม่ตั้งเป็นสมาคมเพราะสมาคมตามกฎหมายไม่สามารถแสวงหากำไรได้ จึงเลี่ยงไปจัดเป็นรูปบริษัท ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นอีก ทางรัฐจึงกำลังมองว่าจะมิวิธีใดที่ลงตัวกว่านี้ ในการจัดเก็บค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ ซึ่งวิธีหนึ่งที่คิดไว้คืออาจจะเก็บในรูปของกองทุนศิลปวัฒนธรรม แล้วให้เป็นสวัสดิการในด้านต่าง ๆ กับผู้สร้างสรรค์และครอบครัว" ผู้อำนวยการ กล่าว

ส่วนอีกองค์กรหนึ่งได้แก่ โฟโนไร้ท์ ซึ่งมี IFPI มีแกนนำ จะดูแลพวกผลงานเพลง แผ่นเสียง ซีดี สิ่งบันทึกเสียงต่าง ๆ แต่ยังไม่มีกิจกรรมใด ๆ ในตอนนี้ในขณะที่งานของ IFPI ซึ่งเคยดูแลการละเมิดและคอยให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับสิ่งบันทึกเสียงเถื่อนก็ลดลงไป โดยสังเกตได้จากการกลับมาของสิ่งบันทึกเสียงเถื่อนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตามความเห็นของกลุ่มผู้ค้าสิ่งบันทึกเสียง

ผู้อำนวยการกองวิชาการฯ ยังกล่าวถึงปัญหาการจัดเก็บค่าตอบแทนลิขสิทธิ์เพลงว่า นอกจากจะยังไม่มีวิธีที่ลงตัวแล้วปัญหายังมาจากการที่ผู้สร้างสรรค์เองเป็นฝ่ายสละสิทธิ์ที่จะเรียกเก็บค่าตอบแทน เช่นการไม่เรียกเก็บจากรายการวิทยุโทรทัศน์ที่นำผลงานออกเผยแพร่ เพราะหนึ่งอาจจะเป็นรายการของบริษัทผู้สร้างสรรค์เองแล้วผู้สร้างสรรค์ ทั้งผู้สร้างสรรค์ดั้งเดิมและผู้ประกอบการ ถือว่าจะได้ค่าตอบแทนจากการเผยแพร่งานให้เป็นที่รู้จัก ได้ขายเทปจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิทธิที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะสละสิทธิของตนเองก็ไม่ผิด แต่ต้องระวังที่จะไม่ไปสละสิทธิในส่วนของคนอื่น เพราะในงานดนตรีกรรมหนึ่งชิ้นมีคนอย่างน้อย 3 กลุ่มที่ถือลิขสิทธิ์อยู่

การสละสิทธิ์ดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่พึงยอมกันได้ถ้าทุกฝ่ายเห็นพ้อง แต่ความหวังที่จะเก็บค่าลิขสิทธิ์ให้ได้ก็เป็นเรื่องที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหวังว่า ถึงเวลาที่ควรจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ เสียที โดยให้เป็นค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ที่ยอมรับกันได้ทั้งฝ่ายเจ้าของสิทธิและผู้ใช้ พร้อมกับเตรียมรับมือป้องกันปัญหาการจัดเก็บในอนาคตไว้ด้วย เช่น เรื่องการผูกขาดการจัดเก็บค่าตอบแทนขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง

แต่ตอนนี้ ขอเพียงเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นค่าตอบแทนที่ต่ำที่สุดในบรรดาประเทศที่มีกฎหมายลิขสิทธิ์ให้ได้เสียก่อนเป็นพอ


การ์ตูนญี่ปุ่น ยังละเมิดลิขสิทธิ์กันอย่างครึกโครม


สำหรับสิ่งพิมพ์ การ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวแทนสิ่งพิมพ์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์กันมานาน และยังคงมีอยู่เสมอเพราะเป็นสินค้าที่ครองความนิยมได้ต่อเนื่องในตลาดผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงานทั้งชายและหญิง และเคยมีการตื่นตัวเรื่องลิขสิทธิ์อยู่พักใหญ่ ๆ หลังกฎหมาย บังคับใช้

แม้จะเคยมีการตื่นตัวจากสำนักพิมพ์หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น สนามอินเตอร์คอมิกส์ วิบูลย์กิจ นิวเจนเนเรชั่นพับลิชชิ่ง ฯลฯ ออกมาประกาศว่าสำนักพิมพ์ของตนได้ลิขสิทธิ์มาจากค่ายใดบ้างจากสำนักพิมพ์ในญี่ปุ่น เพื่อป้องกันสำนักพิมพ์ที่ทำการละเมิดให้หยุดพิมพ์

เหมือนว่าจะเห็นผลอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ ในช่วงประกาศใช้กฎหมายใหม่ ๆ และช่วงที่สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ตื่นตัวรับลิขสิทธิ์เพราะหลายสำนักพิมพ์ที่ออกมาประกาศอ้างสิทธิ์เองก็มีการหยุดพิมพ์หนังสือบางเล่มเพื่อเคลียร์เรื่องลิขสิทธิ์ให้ถูกต้ง

ในขณะที่ค่ายเล็ก ๆ ก็หยุดพิมพ์เพื่อรอดูท่าทีว่าค่ายใหญ่ที่ถือเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์แทนสำนักพิมพ์ในญี่ปุ่น หรือเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง จะเอาจริงแค่ไหนกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์หนังสือการ์ตูน

และผลที่ออกมาก็คือ ตั้งแต่ก็มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ ก็เป็นเพียงการที่สำนักพิมพ์หลายแห่งของญี่ปุ่น อาทิโคดันฉะ โชกากุคัง ซูเอฉะ ฯลฯ ได้ประกาศผ่านสำนักพิมพ์ในไทยว่าหนังสือการ์ตูนที่เคยถูกละเมิดมาตลอดเป็นสิ่งของอันมีลิขสิทธิ์ ในขณะที่สำนักพิมพ์ฝ่ายไทยซึ่งหวังจะใช้การประกาศตัวเป็นเครื่องมือในการหยุดการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์ให้หมดจากหนทางการแข่งขันในตลาด ซึ่งแทบจะไม่ได้ผลเลยนั้น ก็คงต้งเริ่มคิดหาวิธีใหม่หรือเอาจริงเอาจังกันมากกว่าการเตือนให้สำนักพิมพ์ผู้ละเมิด หยุดการตีพิมพ์ โดยไม่เคยเอาผิดขั้นสูงสุดตามที่ประกาศไว้เหมือนที่ผ่านมา

เพราะถ้าสำนักพิมพ์เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ออกมาเล่นแมวจับหนู หรือเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นตัวอย่าง ก็เห็นทีการ์ตูนเถื่อนที่พิมพ์กันอย่างครึกโครมของสำนักพิมพ์ค่ายเล็ก ๆ หรือขนาดกลาง คงจะออกให้เห็นหนาตาเพิ่มขึ้นกว่าที่เห็นมีมากอยู่แล้วในทุกวันนี้

เพื่อไม่ให้กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่เป็นผลในเรื่องของสิ่งพิมพ์ อย่างการ์ตูนญี่ปุ่นถึงเวลาแล้วที่เจ้าของสำนักพิมพ์ เจ้าของลิขสิทธิ์จะเลิกนิ่งเฉยกับการถูกละเมิด หรือการมัวถือคติที่ว่า กินขี้หมา ดีกว่าค้าความกันอีกต่อไป

หรืออย่างน้อย สำนักพิมพ์ที่ได้ลิขสิทธิ์มาก็ควรระวังไว้ว่า ถ้าไม่สามารถดูแลลิขสิทธิ์ให้กับเจ้าของที่มอบหมายลิขสิทธิ์คราวต่อไปจะเป็นเช่นไร เพราะจากจำนวนค่าลิขสิทธิ์เพียง 6-10% ของยอดพิมพ์ขั้นต่ำ 5 พันเล่ม ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของลิขสิทธิ์สำนักพิมพ์ในญี่ปุ่นต้องการเป็นอันดับแรกเหมือนการรักษาสิทธิที่เขาให้มาและการเผยแพร่งานอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าของลิขสิทธ์ในญี่ปุ่นพิจารณาการให้สิทธิกันใหม่ได้หลังจากนี้ 2-3 ปี ตามช่วงอายุลิขสิทธิ์ที่นิยมตกลงกัน

ถึงเวลาแล้ว ที่สำนักพิมพ์ได้ลิขสิทธิ์ ไม่ควรปล่อยให้ตลาดการ์ตูนญี่ปุ่นกลายเป็นการแข่งขันของสำนักพิมพ์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ค่ายเล็ก ๆ อยู่เหมือนที่เห็นในทุกวันนี้ แทนที่จะเป็นการแข่งขันของสำนักพิมพ์ค่ายใหญ่ ๆ อย่างที่คาดการณ์กันไว้หลังประกาศใช้กฎหมายลิขสิทธิ์อีกต่อไป

   




 








current issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย