Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2539
สาระสำคัญเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ             
โดย สนิทวงศ์ เจริญรัตตะวงศ์
 

 
Charts & Figures

โครงสร้างการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ


   
www resources

โฮมเพจ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

   
search resources

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Funds




พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ระบุว่าเป็นกองทุนซึ่งนายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งด้วยความสมัครใจและได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว

วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงของลูกจ้างและครอบครัว ในกรณีลูกจ้างเกษียณอายุหรือลาออกจากงานหรือเสียชีวิตหรือลาออกจากกองทุน และอีกประการเพื่อสนับสนุนการออมระยะยาวแบบผูกพัน เป็นการระดมเงินออมจากภาคเอกชนเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ

โครงสร้างการบริหารกองทุน ประกอบด้วย

- คณะกรรมการกองทุน ได้แก่ตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากลูกจ้างและตัวแทนที่ได้ รับแต่งตั้งจากนายจ้าง

- ผู้จัดการกองทุน ได้แก่ สถาบันการเงินที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากคณะ กรรมการกองทุน เพื่อทำหน้าที่บริหารเงินกองทุน

เงินกองทุน ประกอบด้วย

1. เงินสะสม เงินที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเข้ากองทุน หักจากเงินเดือนเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่า 3-15% ของค่าจ้าง

2. เงินสมทบ เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุน ในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมที่ลูก จ้างจ่าย แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง

3. เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้หรือผลประโยชน์จากเงินสะสมและเงินสมทบ

หน้าที่ของผู้จัดการกองทุน

1. บริหารเงินสะสมและเงินสมทบเพื่อให้ได้ผลประโยชน์กลับมามากที่สุด

2. จัดให้มีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตและต้องดำเนินการให้เรียบ ร้อยภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นระยะเวลาบัญชี

3. จัดทำรายงานการจัดการกองทุนตามแบบที่กม.กำหนดและจัดส่งไปกระทรวงการคลัง และบริษัทเจ้าของกองทุนภายใน 20 วันของเดือนถัดไป

4. จ่ายเงินกองทุนเมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ (เสียชีวิต/ลาออกจากงาน/เกษียณอายุ/ลา ออกจากงาน/เกษียณอายุ/ลาออกจากกองทุน) โดยจะต้องจ่ายเงินรวมทั้งหมดภายในเวลาไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างสมาชิกภาพ

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุนของกองทุน

1. ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงไม่น้อยกว่า 60% ของเงินกองทุนได้แก่

- เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารเป็นผู้ออก

- พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรธปท.

- ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจที่มีกม.เฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก

- ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย

- ตั๋วแลกเงิน/ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรอง รับอาวัล หรือสลักหลัง

- ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออก

- ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

2. ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่เกิน 40% ของเงินกองทุน ได้แก่

- ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมบริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก

- หลักทรัพย์ (หุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซื้อหุ้น)

- บัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก

- ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้รับ รอง รับอาวัล หรือสลักหลัง

- ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือบรรษัท เงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้ออก

หมายเหตุ การลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ (Rating) สามารถลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุน

การลงทุนในหลักทรัพย์เหล่านี้สามารถลงทุนรวมกันได้ไม่เกิน 25% ของเงินกองทุน และในแต่ละบริษัทลงทุนได้ไม่เกิน 5% ของเงินกองทุน

สิทธิประโยชน์ทางภาษี ฝ่ายลูกจ้าง

- เงินสะสม สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี และส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 290,000 บาท ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำไปคำนวณภาษี

- เงินก้อนลูกจ้างที่ได้รับเมื่อออกจากกองทุนในกรณีต่อไปนี้ จะได้รับการยกเว้นภาษี เงินได้ทั้งจำนวน

1. เกษียณอายุ ลูกจ้างต้องเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี

2. ทุพพลภาพ ได้รับการรับรองจากแพทย์ว่าไม่สามารถปฏิบัติงานได้ไม่ว่าเหตุของ ทุพพลภาพนั้นจะเกิดจากการปฏิบัติงานหรือไม่

3. เสียชีวิต โดยให้สิทธิประโยชน์แก่ทายาทของลูกจ้าง ไม่ว่าการเสียชีวิตนั้นจะเกิด จากการปฏิบัติงานหรือไม่

กรณีที่ลูกจ้างลาออกโดยมีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เงินสะสมที่ได้รับไม่ต้องนำไป รวมคำนวณภาษีเงินได้ ส่วนที่จะนำมาคำนวณภาษีคือ เงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบ ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้ ดังนี้

1. ลดหย่อนได้เท่ากับ 7,000 X จำนวนปีที่ทำงาน แต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน

2. ที่เหลือหักออกได้อีก 50%

นำเงินที่เหลือไปคำนวณภาษี โดยไม่ต้องรวมกับเงินได้อื่น

ฝ่ายบริษัทหรือองค์กร

- เงินสมทบที่บริษัทจ่ายถือเป็นรายได้ของพนักงานที่ยังไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้ในปีนั้น ๆ แต่จะนำมารวมในรายได้พึงประเมินเมื่อได้รับเงินจริง โดยเงินจำนวนดังกล่าวนี้บริษัทสามารถตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินเดือนลูกจ้างฝ่ายกองทุน

- ผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (WITHHOLDING TAX) รายชื่อผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใหม่ 19 ราย การจัดทำรายงานของกองทุน

ประเภท การจัดส่งต่อครั้ง 1. รายงานแสดงการจัดการกองทุน 1 เดือน 2. รายงานรายตัวสมาชิกกองทุน 6 เดือน 3. รายงานยอดเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ 6 เดือน 4. รายงานฐานะการเงินเปรียบเทียบ 1 ปี 5. รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 1 ปี

ธนาคารพาณิชย์ 6 ราย

ธ.กรุงเทพ, ธ.กสิกรไทย, ธ.กรุงไทย, ธ.กรุงศรีอยุธยา, ธ.มหานคร, ธ.สหธนาคาร

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ 6 ราย

บงล.กรุงไทยธนกิจ, บงล.เอสซีเอฟ, บงล.เกียรตินาคิน, บงล.เจ้าพระยา, บงล.ไอเอฟซีทีไฟแนนซ์, บงล.คาเธ่ย์ทรัสต์

บริษัทหลักทรัพย์ 2 ราย

บล.เจ.เอฟ.ธนาคม, บล.เอกธำรง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม 2 ราย

บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ไทยพาณิชย์

บริษัทประกัน 3 ราย

บ.ไทยประกันชีวิต บ.ประกันชีวิต ศรีอยุธยา จาร์ดีน ซีเอ็มจี, เบ.เอ.ไอ.เอ.

ข้อสังเกต

1. หากลูกจ้างถูกไล่ออก กองทุนจะจ่างคืนเงินให้เฉพาะส่วนของเงินสะสมที่ลูกจ้างได้ จ่ายเข้ากองทุนและผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินสะสมเท่านั้นแต่ไม่รวมเงินสมทบจากบริษัท ทั้งนี้ไม่มีระบุในพ.ร.บ. แต่จะกำหนดไว้ในสัญญา

2. เงินที่เข้ากองทุนไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้ แต่สมาชิกสามารถขอกู้เงินกองทุนได้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราเงินกู้จากธนาคาร

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย