Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์4 กันยายน 2549
กฤษดาฯ ปรับแผนเน้นโตยั่งยืนยอมเสียแบรนด์รุกบ้านถูก             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน)

   
search resources

กฤษดามหานคร, บมจ.
Real Estate
ธเนศวร์ สิงคาลวณิช




กฤษดานครปรับแผนลงทุนครั้งใหญ่ เน้นโตอย่างยั่งยืน รุก 4 ปีนี้โครงการ เพิ่มบ้านเดี่ยวเซกเมนต์กลาง-ล่าง พร้อมเทขายแลนด์แบงก์แปลงใหญ่ล้างหนี้

ในช่วง 10 ปีที่แล้ว กฤษดานคร นับเป็นดีเวลลอปเปอร์ยักษ์ใหญ่ในตลาดที่มีภาพลักษณ์ของการพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์เป็นส่วนใหญ่ แต่ความผิดพลาดในด้านการบริหารการเงิน ทำให้เมื่อวิกฤติฟองสบู่แตกเกิดขึ้นในปี 2540 ส่งผลให้ฐานะของกฤษดานครกลับกลายเป็นบริษัทที่มีหนี้สินกว่า 15,000 ล้านบาท ต้องหยุดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ จากบทเรียนดังกล่าวทำให้กฤษดานครต้องหันกลับมาทบทวนทิศทางและนโยบายการบริหารงานอีกครั้งว่าในภาวะเช่นนี้ วิถีทางแบบเดิมๆ จะยังคงมีความเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่

ธเนศวร์ สิงคาลวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากที่ผ่านมาบริษัทฯอยู่ในช่วงภาวะของการฟื้นฟู ฉะนั้นแผนการบริหารองค์กรและการดำเนินงานจะเน้นเรื่องของ sustainable หรือ การเติบโตแบบมั่นคง มีกำไรแบบยั่งยืนถาวร และต้องสามารถปรับเปลี่ยนแผนงานให้ทันกับสถานการณ์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์การเมือง จึงส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีแรกชะลอตัว”

การกลับมาครั้งนี้ของกฤษดานคร แม้ว่าจะมองดูเป็นสิ่งที่ท้าทายยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เต็มไปด้วยปัจจัยลบที่ไม่เกื้อหนุนต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่าใดนัก แต่ ธเนศวร์ ก็มีความมั่นใจว่า กฤษดานครจะยังเติบโตต่อไปได้ และยังมีความมั่นใจว่าเป้าหมายยอดขาย 2,000 ล้านบาท ที่ตั้งไว้เมื่อต้นปียังไม่จำเป็นต้องปรับลดเป้าลง แม้ในครึ่งปีแรกนี้ยอดขายจะทำได้แค่ 900 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้แต่แรก

สำหรับในครึ่งปีหลัง กฤษดานคร มีแผนที่จะลุยอีก 4 โครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่าจะช่วยเร่งยอดขายในครึ่งปีหลังให้ทันตามเป้าที่วางไว้ได้ และน่าจะทำให้ทุกไตรมาสสามารถมีผลกำไรได้ ซึ่งจะสามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ ล้างผลขาดทุนสะสม และคาดหวังว่าจะมีการปันผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นได้บ้าง หลังจากที่กฤษดานครไม่เคยมีมาติดต่อกันกว่า 10 ปี

สำหรับ 4 โครงการมูลค่ารวม 3,000 ล้านบาทที่ลงทุนในครึ่งปีหลัง ได้แก่ กฤษดานคร วงแหวน-อ่อนนุช (ถ.สุขาภิบาล 2), กฤษดา แกรนด์ เลค ถนนปิ่นเกล้า-พระราม 5, กฤษดา เพรสทีจ เลค ถนนปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล นอกจากนั้นเป็นการเพิ่มเฟสจากโครงการเดิมอีก 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดคิดเป็นมูลค่ารวม 6,500 ล้านบาท เป็นสิ่งที่กฤษดานครคาดหวังว่าจะทำให้ตัวเลขยอดขายของบริษัทฯ ดีขึ้นและส่งผลต่อยอดรับรู้รายได้ที่ดีต่อไปในปี 2550

นอกจากนี้กฤษดานครยังตอบรับกระแสดีมานด์ในคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ขณะนี้มีอย่างท่วมท้นด้วยการขยายเฟส 3 โครงการเดอะคริส ถ.รัชดาภิเษก ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุทธิสาร ซึ่งหากสภาวะเศรษฐกิจยังไม่เลวร้าย ธเนศวร์ กล่าวว่า จะเปิดขายเฟส 4 เพิ่มทันทีในต้นปีหน้า

นอกจากนี้กฤษดานครยังปรับแผนที่จะหันมารุกตลาดระดับกลาง-ล่างมากขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในตลาดเพื่อลดความเสี่ยง โดยในปี 2550 เตรียมเปิดโครงการแนวราบในทำเล 80 ไร่ พหลโยธิน-รังสิต ลักษณะเป็นบ้านแฝดกึ่งบ้านเดี่ยว ใช้แบรนด์กฤษดานคร ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ตกแต่งไม่ครบ 100% แต่ชูโดยชูจุดเด่นของบ้านที่มีคุณภาพ ลูกค้าสามารถตกแต่งภายในเพิ่มเติมได้ตามต้องการ โดย ธเนศวร์ กล่าวว่า การส่งบ้านเข้าโครงการประกันสังคมก็เป็นสิ่งน่าสนใจที่จะทำด้วย

ในส่วนการดำเนินงานของบริษัทฯนั้น วิรัตน์ เอี้ยวอักษร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานว่า ไตรมาสที่ 2 ปี 2549 บริษัทมีกำไร 17 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ขาดทุน 4 ล้านบาท โดยยังคงทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำไรส่วนนี้มาจากการรับรู้รายได้ของโครงการเดอะคริส โครงการกฤษดา ลากูน และโครงการอื่นๆ นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังเตรียมที่จะปรับเป้าการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท

สำหรับแนวทางในการล้างหนี้ วิรัตน์ กล่าวว่า จะต้องนำไปหารือกับคณะกรรมการของบริษัทก่อนแต่แนวทางเบื้องต้นบริษัทก็มีแผนที่จะนำที่ดินออกขายเพื่อล้างหนี้ โดยจะนำที่ดินขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 700-1,000 ล้านบาท บริเวณปากเกร็ด และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิออกขาย เนื่องจากมองว่าที่ดินบริเวณนี้ไม่เหมาะสมที่จะนำมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอีกต่อไป ซึ่งหากขายออกไปได้ก็จะช่วยให้กระแสเงินสดของบริษัทดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ยังมีที่ดินอีกหลายแห่งที่บริษัทนำไปจำนองกับสถาบันการเงิน ซึ่งหากทำเลนั้นเติบโตเมื่อไร ก็พร้อมที่จะไปไถ่ที่ดินคืนเพื่อนำมาพัฒนาโครงการ

ส่วนแลนด์แบงก์ 100 ไร่ ที่ภูเก็ต ใกล้แหลมพรหมเทพ ซี่งผู้บริหารของกฤษดานครเคยมีโครงการที่จะร่วมทุนกับกลุ่ม Raffles เพื่อพัฒนาเป็นโรงแรม มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ก็มีแผนที่จะขายที่ดินดังกล่าวออกไป เนื่องจากกองทุนที่เข้ามาซื้อกิจการของ Raffles ต้องการจะเป็นผู้ถือหุ้นฝ่ายเดียว โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ซื้อ คาดว่าจะตกลงซื้อขายกันแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 นี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย