Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 ตุลาคม 2549
AIทุ่มทุนซื้อหุ้นบริษัทย่อยเพิ่มขยายธุรกิจลอจีสติกส์-พลังงาน             
 


   
www resources

โฮมเพจ เอเชียน อินซูเลเตอร์, บมจ.

   
search resources

เอเชียน อินซูเลเตอร์, บมจ.
Logistics & Supply Chain
เอไอ โลจิสติกส์, บจก.




AI ถือหุ้นใหญ่ เอไอ โลจิสติกส์ 75% ดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าทางบกและทะเล พร้อมให้ซื้อเรือเพิ่มอีก 2 ลำ และเข้าซื้อหุ้น อิเลคทริคอลโพรเจคส์ 94.48 % เพื่อรุกกิจการรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและติดตั้งสายส่งกำลังไฟฟ้า อีกทั้งลงทุนใน เอไอ เอนเนอร์จี 75% ที่ผลิตพลังงานทดแทน โดยการลงทุนทั้งหมดเป็นการต่อยอดธุรกิจ โดยใช้ทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานเพื่อเข้าลงทุน

นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) (AI) แจ้งถึงการได้มาของทรัพย์สินหลังจากที่บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นเพื่อลงทุนในบริษัท 3 แห่ง ขยายการทำธุรกิจให้หลากหลาย โดย AI ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท เอไอ โลจิสติกส์ จำกัด จาก 1 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจดทะเบียนถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 80

คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติให้บริษัท เอไอ โลจิสติกส์ จำกัด ซื้อเรือบรรทุกจำนวน 2 ลำ รวมมูลค่า 113.60 ล้านบาท และการซื้อหุ้นของบริษัท อิเลคทริคอล โพรเจคส์ จำกัด จำนวน 1,071,417 หุ้น จากบริษัท คิลแพทริค กรีน จำกัด ประเทศออสเตรเลีย คิดเป็นมูลค่า 8.04 ล้านบาท สุดท้ายคือการลงทุนในบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท บริษัทจดทะเบียนถือหุ้นในสัดส่วน 75% คิดเป็นมูลค่า 225 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้คำนวณขนาดรายการของ 4 รายการข้างต้น รวมกันเท่ากับ 25.16% (ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน) ซึ่งสูงกว่าร้อยละ 15 แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 บริษัทจึงมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดย AI ได้เพิ่มทุนใน บริษัท เอไอ โลจิสติกส์ จำกัด จาก 1 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการเมื่อ 3 ตุลาคม 2549 โดย บริษัท เอไอ โลจิสติกส์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 มีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท ต่อมาได้ทำการเพิ่มทุนเป็น 40 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจประกอบกิจการขนส่งสินค้าทางบกและทะเล ซึ่ง AI ได้ลงทุนใน เอไอ โลจิสติกส์ เป็นจำนวนเงิน 32 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 80 โดยได้มีการชำระค่าหุ้นจำนวน 1 ล้านบาท และ 31 ล้านบาทในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 และวันที่ 3 ตุลาคม 2549 ตามลำดับ โดยที่ AI ไม่ได้มีไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับบริษัทที่ลงทุน

สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ AI เล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจการขนส่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งทางทะเลมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งในช่องทางอื่น ๆ

ล่าสุด บริษัท เอไอ โลจิสติกส์ จำกัด ซื้อเรือบรรทุกจำนวน 2 ลำ รวมมูลค่า 113.60 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการเมื่อเรือธารีรัตนา 2 ได้ทำการจัดซื้อเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2549 เรือธารีรัตนา 3 คาดว่าจะทำการจัดซื้อในวันที่ 25 มีนาคม 2550 โดยบริษัทลงทุนในเรือธารีรัตนา 2 ขนาดบรรทุก 500 ตัน มูลค่า 22.60 ล้านบาท จะชำระ 10% เมื่อทำสัญญาซื้อขาย ส่วนที่จะชำระ 90% เมื่อทำการส่งมอบเรือ ส่วนเรือธารีรัตนา 3 ขนาดบรรทุก 3,000 ตัน มูลค่า 91.00 ล้านบาท จะชำระ 10% เมื่อทำสัญญาซื้อขาย และที่เหลือจะชำระ 90% เมื่อทำการส่งมอบเรือ

ทั้งนี้ AI และผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับ Kawabata Shoten Co.,Ltd. บริษัทผู้จำหน่ายเรือบรรทุกทั้งสองลำ ซึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยการลงทุนครั้งนี้จะใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทจดทะเบียน และประโยชน์ที่ AI จะได้รับคือต้องการขยายกองเรือเพื่อรองรับงานบริการขนส่งซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้น

สำหรับการซื้อหุ้นของบริษัท อิเลคทริคอล โพรเจคส์ จำกัด จากบริษัท คิลแพทริค กรีน จำกัด ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งดำเนินการเมื่อ 12 กันยายน 2549 โดย บริษัท อิเลคทริคอล โพรเจคส์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2535 มีทุนจดทะเบียนจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและติดตั้งสายส่งกำลังไฟฟ้า

โดยจากเดิมที่ AI เข้าลงทุนในบริษัท อิเลคทริคอลโพรเจคส์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 94.48 และเมื่อได้ทำการซื้อหุ้นจากบริษัท คิลแพทริค กรีน จำกัด จำนวน1,071,417 หุ้น ในราคาหุ้นละ 7.50 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 8,035,627.50 บาท ทำให้บริษัทจด ทะเบียนมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท อิเลคทริคอล โพรเจคส์ จำกัด เท่ากับร้อยละ 99.84 และการลงทุนดังกล่าวทั้งสองบริษัทไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน ซึ่งเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนด ได้กำหนดตามมูลค่าที่ต่อรองกัน ซึ่งต่ำกว่าราคาตามบัญชีของทุนหุ้นสามัญของบริษัท อิเลคทริคอล โพรเจคส์ จำกัด ณ ช่วงเวลาที่ทำการซื้อขาย การลงทุนในบริษัทนี้ เพราะ AI เล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจวิศวกรรม และรับเหมาก่อสร้าง

สำหรับการลงทุนในบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด ดำเนินการเมื่อ 4 ตุลาคม 2549 โดยบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2549 โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 300, ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการผลิตพลังงานทดแทน จำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่ง AI ลงทุนในบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด เป็นจำนวนเงิน 225 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 75 เนื่องจาก บริษัทจดทะเบียนเล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งพลังงาน มีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาภาวะขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

โดยการลงทุนที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท ซึ่งยืนยันว่าบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการลงทุน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย