Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2536
"น้ำประปา ความเหลื่อมล้ำของคนเมือง"             
โดย นฤมล อภินิเวศ
 

   
related stories

"สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ การตลาดทันยุค"

   
www resources

โฮมเพจ การประปานครหลวง

   
search resources

การประปานครหลวง




น้ำประปากำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ของคนเมืองหลวง เมื่อปริมาณความต้องการใช้มีมากเกินกว่าที่กำลังการผลิตของการประปานครหลวงจะไล่ได้ทัน คนอยู่ปลายท่อที่น้ำไปไม่ถึงก็เหมือนประชาชนชั้นสองรองจากคนในเมืองที่ต้องดิ้นรน ขวนขวายหาทางช่วยเหลือตัวเองในทุกๆ รูปแบบ…

"ประหยัดการใช้น้ำเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีน้ำใช้ในวันหน้า" คำเตือนของการประปานครหลวง เพื่อให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างรู้ค่า ก่อนจะเกิดภาวะไม่มีน้ำใช้แม้หยดเดียวในอนาคต

ข้อมูลของการประปานครหลวงระบุว่า ผลของการรณรงค์ทำให้ปีนี้ ผู้ใช้น้ำแต่ละครัวเรือนมีการใช้น้ำลดลง 7% โดยเฉลี่ย

ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะผู้อยู่ย่านใจกลางเมืองประหยัดน้ำด้วยความสมัครใจ แต่ผู้อาศัยอยู่ปลายท่อส่งน้ำของสถานีสูบจ่ายทั้งหมด 18 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการและนนทบุรีต้องประหยัดน้ำด้วยความจำยอม เพราะน้ำประปาไหลอ่อนและบางพื้นที่มีน้ำไหลบางเวลา คงมิต้องนึกถึงเวลาหน้าแล้งเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนที่จวนใกล้เข้ามาแล้ว ภาวะเครียดต้องกลับมาอีกครั้งเมื่อหมุนหัวก๊อกแล้ว สิ่งที่ออกมากลายเป็นลมแทนที่จะเป็นน้ำประปา

"ตอนตกลงใจซื้อบ้านไม่ทราบมาก่อนว่า ที่นี่มีปัญหาน้ำไม่ไหล บางช่วงไม่มีน้ำเลย ต้องซื้อน้ำที่บรรจุในถังพลาสติกวันละ 30 ถัง ราคาถังละ 5 บาท พวกเราแถวนี้บ่นปรับทุกข์กันเกือบทุกวัน จนหลายคนย้ายบ้านหนีไปเรียบร้อยแล้ว" วิชัย วิริยาเสถียร ประธานกรรมการบริษัทกรีนเฮ้าส์การ์เก็ตติ้ง เล่าให้ฟังถึงความทุกข์ ตอนเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านบางบัวทองเมื่อปีที่แล้ว

มาตอนนี้น้ำประปาเริ่มไหลดีขึ้นเพราะการวางท่อประธานยาว 2.5 กิโลเมตรตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์ และท่อส่งน้ำตลอดสองฝั่งถนนวงแหวนรอบนอก (ตลิ่งชัน-บางบัวทอง) จนถึงสามแยกบางใหญ่ซิตี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้

"ทำงานที่แบงก์กสิกรไทย มีบ้านอยู่ที่หมู่บ้านวโรชา บางบอน เขตบางขุนเทียน น้ำประปาไม่ไหลมา 2 ปีแล้ว แต่การประปานครหลวงก็มาเก็บเงินทุกเดือน เดือนละ 45 บาท ไม่รู้เก็บไปทำไม ทั้งๆ ที่ชาวบ้านในแถบนี้ ต้องซื้อน้ำบริโภควันละ 60 บาท" เป็นคำร้องทุกข์ของปรารถนา ศรีราเทพในรูปจดหมายมายังสำนักงานประปาสาขาภาษีเจริญ หรือ กปภ. เมื่อ 27 กันยายน 2536

และในเวลาไล่เลี่ยกันก็ยังมีจดหมายจากพื้นที่อื่นอีกหลายฉบับส่งมาที่ กปภ.

"ประชาชนถนนสุขาภิบาล เขตภาษีเจริญ ตั้งแต่ช่วงปากซอยโรงเรียนคลองหนองใหญ่ถึงปั๊มน้ำมันเชลล์ได้รับความเดือดร้อนจากการที่น้ำประปาไม่ไหล เป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือนเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้พอมีน้ำไหลอย่างอ่อนในระหว่างเวลา 23.00 น. ถึง 4.00 น. บัดนี้น้ำซึ่งเคยไหลดังกล่าวไม่ไหลเลย จะมีน้ำไหลตอนเช้าสักประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ เพราะเมื่อจับเวลาแล้วภายในเวลา 2 ชั่วโมงได้น้ำไม่ถึง 2 กระป๋อง"

นี่เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของเสียงสะท้อนการขาดแคลนน้ำของผู้อยู่แถบรอบนอกจนถึงสุดเขตชายแดนความรับผิดชอบของการประปานครหลวงหรือ กปน.

เสียงบ่นดังหนาหูขึ้นเรื่อยมา นับตั้งแต่ธุรกิจบ้านจัดสรรเริ่มตื่นตัวเมื่อปี 2530 ตรงข้ามกับย่านใจกลางเมืองที่แม้ว่าจะเกิดธุรกิจคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงเริงรมย์มากขึ้นตามเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู แต่ผู้อยู่อาศัยแถบนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะต้องประสบกับปัญหาน้ำไม่ไหล หนำซ้ำยังเชื่อมั่นว่ากรุงเทพฯ จะไม่มีวันเกิดวิกฤติการณ์ขาดน้ำเช่นที่เคยเกิดในเมืองลอสแองเจลิสและนิวยอร์คมาแล้ว จนชาวเมืองถูกจำกัดน้ำใช้ชนิดที่ไม่มีเผื่อแผ่ให้ต้นไม้ในสวน กระทั่งน้ำดื่มในร้านอาหารก็จะรินเพียงครึ่งแก้วให้ลูกค้า

ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น เป็นเพราะการขยายตัวของที่อยู่อาศัยแถบชานเมืองเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินกว่าแผนงานของกปน. จะรับมือขยายและเดินท่อประปาได้ทัน

"ประชาชนมักเข้าไปอยู่ก่อนที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะเรียบร้อยดี ทำให้เรากลายเป็นฝ่ายไล่ตามประชาชนเสมอ เป็นเหตุให้หลายพื้นที่มีปัญหาไม่มีน้ำประปาใช้" วิวัฒน์ พงษ์บูรณกิจ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ของกปน. บอกถึงปัญหา

ตัวอย่างกรณีของเขตภาษีเจริญ เมื่อคราวตั้งสาขาปี 2527 มีผู้ใช้น้ำเพียง 46,000 ราย เริ่มเพิ่มผู้ใช้น้ำมากขึ้นอย่างผิดสังเกตเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาจนถึง 120,000 รายในปัจจุบัน

สำหรับย่านใจกลางเมือง ตัวเลขผู้ใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอาจจะไม่หวือหวาเท่ากับแถบรอบนอก ทั้งนี้เป็นผลมากจากโครงสร้างที่อยู่อาศัยในเมืองเปลี่ยนจากบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์มาเป็นคอนโดมิเนียม และอาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาคารหนึ่งหลังก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งรายเช่นเดียวกับบ้านเดี่ยวหนึ่งหลัง

สำนักงานประปาสาขาพระโขนง รับผิดชอบย่านธุรกิจสำคัญ ได้แก่ โรงแรม คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า บนถนนสุขุมวิท รามคำแหง พัฒนาการและคลองเตย ตลอดจนแหล่งบันเทิงเริงรมย์ สถานอาบอบนวดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นอกจากนี้แล้วยังดูแลผู้อยู่อาศัยบริเวณถนนสุขาภิบาล 3 หมู่บ้านพฤษชาติ กรุงเทพกรีฑา ปริมาณการใช้น้ำจากโรงกรองน้ำบางเขนจึงค่อนข้างมากถึง 3.493 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน เพื่อจ่ายให้กับผู้ใช้น้ำในเขตนี้รวม 80,359 ราย

ในขณะที่สาขาภาษีเจริญ มีผู้ใช้น้ำมากกว่าสี่หมื่นราย แต่ปรากฏว่ามีน้ำเข้าสาขา 2.4 แสน ลบ.ม./วัน น้อยกว่าสาขาพระโขนง ประมาณ 1.093 แสน ลบ.ม. และที่กองประปาบางบัวทองได้รับน้ำเพียง 30,000 ลบ.ม. สำหรับผู้ใช้น้ำ 26,000 ราย

"ในขณะนี้ พื้นที่ในเขตของผมยังไม่เกิดปัญหาน้ำไม่ไหล เพราะส่วนมากผู้ซื้อคอนโดไว้ขายเพื่อเก็งกำไร จึงปิดตายปิดทิ้งไว้มาก ถ้าเมื่อไรมาอยู่กันเต็มปริมาณน้ำที่จ่ายอยู่คงไม่พอเพียงแน่นอน" ไมตรี ลิมปิชาติ ผู้อำนวยการประปาสาขาพระโขนงเล่าสภาพการใช้น้ำให้ฟัง ซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีปัญหา และอาจจะเรียกได้ว่ามีน้ำใช้เหลือเฟือ เพราะตัวเลขปริมาตรน้ำผลิตจ่ายเข้าสาขาตั้งแต่ตุลาคม 2535-สิงหาคม 2536 ชี้ว่ามีน้ำเข้ามาสูงกว่าเป้าหมายถึง 2.805 ล้าน ลบ.ม.

กปน. มีหลักคำนวณไว้ว่า คนหนึ่งคนควรใช้น้ำวันละ 200 ลิตร หรือ 0.2 ลบ.ม. เพราะฉะนั้นประชาชน 5.7 ล้านคนที่ทางกปน. ให้บริการส่งน้ำไปตามท่อประปา ย่อมต้องการน้ำเพียง 1.14 ล้าน ลบ.ม./วันเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่าประมาณสามเท่าของกำลังผลิตจากโรงงานผลิตน้ำบางเขน โรงงานผลิตน้ำสามเสน โรงงานผลิตน้ำธนบุรี และระบบผลิตอิสระรวมกันได้ 3.6 ล้าน ลบ.ม./วัน

ปริมาณน้ำที่เกินมา 2.46 ล้าน ลบ.ม./วัน กปน. ประมาณการไว้ว่าครึ่งหนึ่งสำหรับผู้ใช้น้ำประเภทธุรกิจ อุตสาหกรรม และผู้ใช้น้ำราชการ ส่วนที่เหลือแทงบัญชีศูนย์ เพราะเผื่อไว้เป็นน้ำสูญเสีย

น้ำสูญเสียจะเกิดขึ้นระหว่าง การเดินทางจากโรงกรองน้ำเข้าอุโมงค์ส่งน้ำไปยังสถานีสูบจ่ายน้ำ เพื่อส่งเข้าเส้นท่อประธาน และเส้นท่อจ่ายน้ำจ่ายไปยังชุมชนต่างๆ จะเกิดการรั่วไหลตามท่อแตก ท่อรั่วในระบบท่อประปา 25.6% คิดเป็นปริมาตรน้ำเท่ากับ 9.216 แสน ลบ.ม./วัน และอีก 6.1% เป็นการสูญเสียในด้านรายได้ที่เกิดจากความบกพร่องของมาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำ และการจัดเก็บเงิน

เป็นที่น่าสังเกตว่าเปอร์เซนต์น้ำสูญเสียที่เกิดจากระบบท่อของกปน. สูงเกินมาตรฐานสากลที่ให้เพียง 10% ถึง 15.6% ส่วนกรณีสูญเสียที่เกิดจากมาตรวัดน้ำตามาตรฐานให้อีก 10% และ 5% ให้กับการจัดเก็บเงิน รวมเป็นค่ามาตรฐานน้ำสูญเสียทั้งหมดไม่ควรเกิน 25%

ในสภาพความจริงขณะนี้ การให้คนหนึ่งใช้น้ำ 200 ลิตร/วันค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากโดยเฉพาะผู้ที่ใช้สุขภัณฑ์ชักโครก เพราะการกดน้ำหนึ่งครั้งหมายถึงน้ำ 12-15 ลิตรที่ไหลลงท่อน้ำทิ้ง ถ้าวันหนึ่งมีการกดน้ำห้าครั้งก็เท่ากับว่ามีการใช้น้ำไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของ 200 ลิตร และเมื่อมาบวกกับการอาบน้ำด้วยฝักบัวจะเสียน้ำนาทีละ 9 ลิตร ถ้าคำนวณเฉพาะช่วงเปิดน้ำชำระร่างกายรวมกันกะประมาณอย่างต่ำ 10 นาทีต่อหนึ่งวัน จะเท่ากับน้ำ 90 ลิตร เพราะฉะนั้นจะเหลือน้ำอีกประมาณ 50 ลิตรสำหรับการดื่ม ล้างจาน ซักผ้า แปรงฟัน ล้างมือ ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ และอื่นๆ จิปาถะ

ด้วยเหตุนี้การหาวิธีดึงน้ำมาใช้และกักตุนไว้ในแทงค์เพื่อใช้อย่างไม่อัตคัดย่อมเกิดขึ้นโดยปริยาย ยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ปลายท่อส่งน้ำไม่ว่าจะเป็นใจกลางเมืองหรือชานเมืองก็ตาม หลีกหนีไม่พ้นที่แรงดันของน้ำจะอ่อนตัวลง และบางครั้งอาจจะหยุดไหลชั่วคราวโดยเฉพาะช่วงวันสุดสัปดาห์

การช่วยเหลือตัวเองเพื่อให้มีน้ำใช้มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่ว่าเกิดวิกฤตรุนแรงเพียงใด อย่างเลวร้ายสุดคือ ต้องสั่งซื้อน้ำจากรถขนน้ำเอกชนและอาศัยน้ำจากบ่อบาดาลบางส่วน กรณีของ "บางบัวทอง" ชื่อที่ติดปากใช้ยกตัวอย่างเขตไม่มีน้ำใช้มาไม่น้อยกว่าสี่ปีของนนทบุรี ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างที่บริเวณจากสามแยกบางใหญ่ซิตี้เรื่อยไปจนจรดอำเภอไทรน้อย มีหมู่บ้านบัวทองเคหะ บัวทองแลนด์ มิตรประชา เป็นต้น

ในแต่ละเดือนกองประปาบางบัวทองขายน้ำให้เอกชนประมาณ 7,000 ลบ.ม. หรือเท่ากับวันละ 230 ลบ.ม. คิดเป็นรถขนน้ำ 23 คันที่มาซื้อน้ำจากที่นี่ในราคา 100 บาทต่อหนึ่งคันรถ เพื่อนำไปขายในราคา 700-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและความยากง่ายในการถ่ายเทน้ำ

การซื้อน้ำเป็นคันรถต้องเหมาซื้อทั้งคัน หากผู้เดือดร้อนอาศัยอยู่หมู่บ้านจัดสรรก็ต้องรวมกันหลายบ้านให้พอดีกับน้ำจำนวน 10 ลบ.ม. ถ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรมความยุ่งยาก็ลดน้อยลง

ที่สำนักงานประปาสาขาภาษีเจริญหรือกปภ. มีการขายน้ำในจำนวนใกล้เคียงกับกองประปาบางบัวทอง และถ้าเป็นฤดูแล้งจะเพิ่มจำนวนเป็น 30 คันรถ แต่ก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บางส่วนเท่านั้น เสียงร้องทุกข์ของผู้อาศัยบริเวณวงแหวนต่างระดับ หนองแขม บางขุนเทียน ยังมีอยู่ต่อเนื่องทั้งในรูปของจดหมาย และด้วยวิธีโทรศัพท์ไปที่บ้านผู้อำนวยการสาขาตอนตีหนึ่ง ต่อว่าสักพักพอคลายความหงุดหงิดแล้วจึงวางหู และล่าสุดประมาณกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีการประท้วงหน้าสำนักงานเป็นขบวนยาวจากผู้อาศัยอยู่หมู่บ้านวิเศษสุข

ในบางพื้นที่ทางกปภ. ต้องบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการปิดท่อส่งน้ำสลับวันคู่กับวันคี่ เพื่อให้น้ำมีแรงดันพอถึงผู้อาศัยด้านปลายท่อ บริเวณที่มีน้ำไหลในวันคู่ ได้แก่ ซอยเพชรเกษม 81 จะผันน้ำเข้าหมู่บ้านพุฒตาลและใกล้เคียง ข้ามคลองภาษีเจริญไปตลอดแนวถนนเลียบคลองฝั่งเหนือฝั่งใต้ ผ่านหมู่บ้านกานดา เข้าสู่ถนนบางบอน 5 ทั้งสองฝั่งซ้าย-ขวา

ส่วนในวันคี่ จะส่งน้ำให้แก่ต้นซอยเพชรเกษม 81 เข้าหมู่บ้านหรรษา ศูนย์การค้าหนองแขม และข้ามฝั่งมาที่เพชรเกษม 116 ซึ่งมีหมู่บ้านวิเศษสุขอยู่ปลายท่อของถนนเอกชัย

"เราส่งน้ำเข้าไปโดยใช้เครื่องเพิ่มกำลังให้น้ำมีแรงดันสูงขึ้นเพื่อให้ปลายท่อมีน้ำใช้ แต่พอน้ำไปถึงผู้ที่อยู่ต้นน้ำบางบ้านเปิดน้ำล้างรถเลย บ้านทางด้านปลายๆ ก็มองตาปริบๆ พูดไม่ออก" เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการน้ำของเขตภาษีเจริญเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

การบรรเทาความเดือดร้อนอีกทางหนึ่งคือ การขุดบ่อน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ชั่วคราวประมาณ 2 ปี เพื่อรอจนกว่าการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ซึ่งใช้น้ำดิบจากแม่น้ำท่าจีนมาทำน้ำประปาจำนวน 4 แสน ลบ.ม./วัน จะเสร็จเรียบร้อย

โรงกรองน้ำแห่งนี้จะจ่ายน้ำให้เฉพาะพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าการก่อสร้างเสร็จตามเป้าหมายราวปี 2539 จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการต้องใช้น้ำจากบ่อบาดาลที่ขุดใช้อยู่ขณะนี้มีประมาณ 10 บ่อ กระจายอยู่ตามหมู่บ้านจัดสรร เช่น หมู่บ้านตรีอรรถบูลย์ 1 หมู่บ้านสุขสันต์ หมู่บ้านนันทวัน หมู่บ้านพุฒตาล เป็นต้น

กรณีของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค ซึ่งมีโครงการเปิดตัวตอนปลายปีนี้ เข้าข่ายต้องใช้น้ำบาดาลด้วยเช่นกัน เพราะอยู่บริเวณวงแหวนต่างระดับซึ่งมีปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักอยู่แล้ว ทางเดอะมอลล์ยื่นเรื่องขอต่อท่อประปาขนาด 12 นิ้ว เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำ 2,400 ลบ.ม./วัน แต่กปภ. แนะนำให้ขุดบ่อน้ำบาดาล เพราะไม่สามารถวางท่อประปาส่งน้ำให้ได้ มิเช่นนั้นจะทำให้ผู้ใช้น้ำใกล้เคียงราว 3,000 รายได้รับความเดือดร้อนหนักยิ่งขึ้นไปอีก

โครงการที่จะขุดบ่อบาดาลได้ต้องมีเงินทุนพอจะจ่ายค่าขุดบ่อ 5 ล้านบาท และต้องเสียค่าไฟในการสูบน้ำขึ้นมา ส่วนค่าน้ำที่กรมทรัพยากรเรียกเก็บ 4 บาท/ลบ.ม. ถูกกว่าน้ำประปาประมาณ 1 บาทเศษ/ลบ.ม.

อย่างไรก็ดีผู้ใช้น้ำจะสามารถใช้น้ำบาดาลได้ดีเพียง 4 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะมีปัญหาคุณภาพน้ำและปริมาณน้ำก็จะลดลงตามอายุของบ่อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งบ่อจะมีอายุไม่เกิน 10 ปี

"การขุดใช้น้ำบาดาลเป็นการใช้ชั่วคราวเพื่อรอน้ำประปา ซึ่งส่วนมากแต่ละหมู่บ้านจะให้การประปาออกแบบท่อส่งน้ำจากท่อประธานเข้าระบบท่อในหมู่บ้าน เมื่อมีน้ำมาถึงก็ต่อเข้าระบบได้ทันที" สมเกียรติ อมตะธงไชย ผู้อำนวยการกองประปาบางบัวทองอธิบายกับ "ผู้จัดการ"

การวางท่อประปารอรับน้ำล่วงหน้าของหมู่บ้านจัดสรร มีเจ้าของโครงการหลายรายทำเพิกเฉยไม่อธิบายแก่ผู้ซื้อ กลับใช้เป็นจุดขายให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดคิดว่ามีน้ำประปาพร้อมแล้ว และมีผู้ซื้อหลายรายหลงเชื่อจนเข้ามาอยู่แล้วจึงรู้ความจริง และที่สุดก็ทนแล้งไม่ไหว ต้องตัดใจทิ้งบ้านหาที่อยู่ใหม่

ในเขตปริมณฑลที่อยู่ในความดูแลของกปน. ผู้ที่อยู่ในเขตของภาษีเจริญ บางกอกน้อยและบางบัวทอง หรือฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ จะได้รับความเดือดร้อนมากกว่าผู้ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะที่เขตภาษีเจริญ ทางกปภ. ไม่สามารถติดตั้งมิเตอร์ประปาให้กับผู้ทำหนังสือขอเข้ามาไม่ต่ำกว่า 2,000 มาตรแล้วในขณะนี้ เช่น บริษัท WORLD ORCHID CONDO 70 ห้อง พีเอส แบตเตอรีเฮาส์ 600 บ้าน อาคารเพิ่มทรัพย์ 27 มาตร และหมู่บ้านเอกชัยธานี เป็นต้น

ทางออกของผู้ขอน้ำเหล่านี้มีหนทางเดียวคือ ต้องขุดบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ที่กรมทรัพยากรอนุมัติให้ทำได้ และซื้อน้ำจากรถของเอกชนช่วยเสริมอีกทางหนึ่ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในบริเวณที่น้ำประปาไปถึง ก็อาจเจอปัญหาขาดแคลนน้ำได้เช่นกัน ถ้าผู้ใช้น้ำอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรที่หนาแน่นจำนวนพันหลังคาเรือนขึ้นไป จะนิยมใช้ปั๊มน้ำดึงน้ำจากท่อส่งน้ำของการประปาเข้าระบบท่อภายในโดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ปั๊มน้ำผิดวิธี วิธีที่ควรปฏิบัติคือ ควรมีบ่อพักน้ำ หรือแทงค์รองน้ำประปาที่ไหลมาตามท่อ และใช้ปั๊มน้ำส่งจ่ายไปตามจุดต่างๆ ตามต้องการ

"จะใช้เครื่องปั๊มน้ำจากท่อส่งน้ำโดยตรง เพราะถ้าปล่อยให้น้ำไหลเข้าแทงค์ก่อน จะไม่มีน้ำไหลผ่านมิเตอร์หน้าบ้านเลย บางครั้งใช้ปั๊มดึงน้ำยังไม่มีน้ำมาเลย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยได้อาบน้ำฝักบัว แถมยังต้องมาเปลี่ยนชักโครกให้เป็นแบบราดน้ำ เวลาฝนตกแรงๆ ไฟฟ้าจะดับพลอยทำให้น้ำไม่ไหลด้วย" สำอาง วีรวงษ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการผู้เช่าขององค์การโทรศัพท์คลองเตย เล่าให้ฟังถึงวิถีชีวิตในหมู่บ้านบัวทองโครงการ 5

หมู่บ้านจัดสรรทางแถบนี้ส่วนใหญ่จะมีเนื้อที่เพียง 16 ตารางวา ถ้าบ้านใดมีรถยนต์ก็จะไม่มีพื้นที่พอสำหรับวางแทงค์น้ำ ต้องขุดบ่อซิเมนต์ใต้ดินเก็บกักน้ำแทน ซึ่งสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและมีความยุ่งยาก ฉะนั้นส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ปั๊มน้ำดูดน้ำใช้โดยตรง รวมทั้งรองน้ำลงตุ่มหรือถังพลาสติกไว้ด้วย

การใช้ปั๊มน้ำอย่างผิดวิธีทำให้ผู้อยู่ปลายท่อต้องเดือดร้อนหนักเพิ่มขึ้นทวีคูณ เพราะแทนที่น้ำจะไหลไปตามท่อส่งน้ำผ่านเข้าท่อของผู้ใช้ กลับถูกแรงดึงดูดให้น้ำไปรวมอยู่ที่หนึ่งมากกว่าปกติ ทำให้น้ำ ณ จุดนี้มีกำลังไหลแรง เป็นผลให้ปริมาณน้ำที่ควรส่งไปถึงผู้อยู่ถัดไปลดน้อยลงหรือบางครั้งอาจจะไม่มีน้ำไปถึงเลย

อย่างไรก็ดีมีบางหมู่บ้านในบางบัวทองที่มีการใช้ปั๊มน้ำและแทงค์น้ำอย่างถูกหลัก และส่งผลให้ทุกบ้านมีน้ำใช้อย่างทั่วถึง เช่น หมู่บ้านชชลดา จนทำให้เกิดธุรกิจติดตั้งปั๊มและแทงค์น้ำบริการคนในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง

"ถ้ามาขอให้เราติดตั้งปั๊มน้ำจากท่อส่งน้ำโดยตรง เราจะไม่ทำให้ เพราะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องมีแทงค์น้ำรองรับน้ำก่อน แล้วค่อยใช้ปั๊มดูดน้ำจากแทงค์" วรินทร์ เศรษฐรัตนสกาว เจ้าของธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาขายปั๊มและแทงค์น้ำ กล่าวกับ "ผู้จัดการ"

การติดตั้งปั๊มน้ำและแทงค์น้ำกลายเป็นเรื่องความจำเป็นมิใช่เฉพาะเขตรอบนอกเท่านั้น สำหรับคนอยู่ในย่านไม่ขาดน้ำ ในบางเวลาก็ยังต้องพึ่งปั๊มน้ำเนื่องจากแรงดันของน้ำที่ส่งมาตามท่อจะมีกำลังอ่อนลงตามระยะทาง ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างจากปลายท่อประธานมีความดันน้ำต่ำลง โดยอาจมีความดันเพียง 0.1-0.3 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ส่งผลให้มีน้ำไหลเฉพาะชั้นล่าง หากความดันน้ำเหลือเพียง 0.1 กิโลกรัม น้ำจะไหลผ่านก๊อกน้ำที่สูงไม่เกิน 1 เมตรเท่านั้น ฉะนั้นฝักบัวที่อยู่สูงประมาณ 2 เมตรจะใช้อาบไม่ได้เลย

"ปั๊มน้ำกลายเป็นสิ่งจำเป็นของทุกครอบครัวแล้ว จากที่เคยเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น แต่ปัจจุบันแรงดันของน้ำไม่สม่ำเสมอ ทำให้การใช้น้ำภายในบ้านหรืออาคารพาณิชย์ในบางจุดไม่สะดวกโดยเฉพาะห้องน้ำที่อยู่บนชั้นสอง กลายเป็นสิ่งจำเป็นของบ้านสมัยใหม่" ขจร สูริภูมิ ผู้จัดการของบริษัททีโอเอพาวเวอร์อิควิปเม้นท์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้ปั๊มน้ำของคนสมัยนี้ ที่มีแนวโน้มว่าจะเติบโตมากขึ้นทุกปี ทำให้ทีโอเอสนใจเปิดตลาดปั๊มน้ำอัตโนมัตินำเข้าจากเกาหลี โดยเริ่มทดลองตลาดได้เพียง 3 เดือน

ปั๊มน้ำกลายเป็นสิ่งจำเป็นของผู้อยู่อาศัยรอบนอกในฐานะเป็นอุปกรณ์ดึงน้ำประปาเข้าบ้าน ส่วนผู้อาศัยใจกลางเมือง ปั๊มน้ำก็เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อให้การใช้น้ำในบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มาตรฐานชีวิตที่สูงขึ้นตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว นอกจากมีชักโครกที่ใช้น้ำเปลืองมากแล้ว ยังมีอ่างอาบน้ำที่ต้องใช้น้ำครั้งละประมาณ 250-500 ลิตรต่อคน ถ้าเป็นอ่างทรงกลมใหญ่สำหรับสองคนจะต้องใช้น้ำไม่ต่ำกว่า 900 ลิตร

ถ้าเป็นธุรกิจอาบอบนวดที่มีอ่างอาบน้ำเป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่สำคัญ อย่างเช่น พลาซ่า เอนเตอร์เทนเมนท์ที่มีห้องนวดถึง 500 ห้อง ผู้ทำธุรกิจต้องเตรียมน้ำอย่างต่ำสุดสำหรับการใช้อ่างน้ำหนึ่งครั้งและน้ำฝักบัวไม่น้อยกว่า 1,000 ลิตร/คน/ชม. ซึ่งน้ำจำนวนนี้ถ้าใช้อัตราส่วนกปน. เป็นเกณฑ์แล้ว สามารถเฉลี่ยให้ผู้ใช้น้ำได้ถึง 5 คน/วัน

ถ้าลูกค้าของพลาซ่าแห่งนี้มี 400 คนต่อหนึ่งวัน การใช้น้ำจะสูงถึง 400,000 ลิตร/วัน หรือเท่ากับการใช้น้ำของคนเมือง 2,000 คน/วัน หรือหากเป็นการใช้น้ำของคนชนบทจะเพียงพอสำหรับ 8,000 คน/วัน ทีเดียว

อัตราค่าน้ำของผู้ใช้น้ำประเภทธุรกิจที่ใช้น้ำตั้งแต่ 201 ลบ.ม. ขึ้นไป จะเรียกเก็บ 11.31 บาท/ลบ.ม. ปริมาตรน้ำ 400,000 ลิตรจะเท่ากับน้ำ 400 ลบ.ม. ฉะนั้นคิดเป็นเงินที่เจ้าของธุรกิจต้องจ่าย 4,524 บาท/วัน หรือประมาณ 1.35 แสนบาท/เดือน

ตัวเงินหลักแสนที่ต้องจ่ายให้กปน. ทำให้เจ้าของธุรกิจบางแห่งบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่คิดลักน้ำด้วยการหาวิธีต่อท่อประปาโดยตรงจากท่อส่งน้ำที่อยู่หน้ามิเตอร์ แล้วใช้ปั๊มดูดเข้าระบบท่อภายในโดยไม่ต้องผ่านหน้ามิเตอร์เพื่อให้ตัวเลขการใช้น้ำไม่สูงเกินไป การซ่อนท่อจะทำหลายรูปแบบและยากต่อการจับผิด เช่นซ่อนไว้ใต้ศาลพระภูมิ

นอกจากการลักน้ำจากสถานอาบอบนวดแล้ว โรงงานทำน้ำแข็งแถวประตูน้ำและฝั่งธนบุรี รวมทั้งโรงเพาะถั่วงอกก็ขึ้นชื่อติดอันดับด้วย

พฤติกรรมการใช้น้ำที่มีแนวโน้มสูงขึ้นดูเหมือนจะเดินสวนทางกับปริมาณน้ำดิบที่มีจำนวนลดลงทุกปี

สำหรับฤดูแล้งของปีหน้าที่กำลังจะมาเยือน ทางการประปานครหลวงเริ่มเข้าสู่วัฏจักรของความกังวลอีกครั้งหนึ่งแล้ว เพราะน้ำดิบจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ที่ต้องมาช่วยเสริมน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาอีกแรงในการผลิตน้ำประปาในหน้าแล้ง ปรากฏว่ามีน้ำรวมกันสองเขื่อนเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมาเพียง 2,543 ล้าน ลบ.ม. ยิ่งกว่านั้นเมื่อขึ้นปี 2537 ทางกรมชลประทานประมาณการว่า จะอยู่ที่ 2,000 ล้าน ลบ.ม. เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2536 จะอยู่ที่ 5,357 ล้าน ลบ.ม. ถือได้ว่ามีปริมาณต่ำกว่ากันเกือบสองเท่าตัว

ด้วยเหตุนี้ ทางกรมชลประทานประกาศว่าจะไม่มีน้ำสำหรับพื้นที่นาปรังอย่างแน่นอน และจะส่งน้ำให้การปลูกพืชไร่ พืชผักและสวนผลไม้ เพียง 400 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่ายามปกติถึงหนึ่งเท่าตัว ส่งให้การประปาส่วนภูมิภาค 400 ล้าน ลบ.ม. จัดสรรเพื่อการบริโภคริมแม่น้ำ 400 ล้าน ลบ.ม. ส่วนทาง กปน. ในปีหน้าจะได้น้ำดิบเพียงวันละ 500 ล้าน ลบ.ม. จากปกติ 600 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งย่อมส่งผลเป็นลูกโซ่กับการจ่ายน้ำแก่ผู้ใช้น้ำที่มีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 8 หมื่นราย สำหรับปริมาณน้ำที่เหลือเผื่อไว้ใช้ในการผลักดันน้ำเค็มให้อยู่บริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ จำนวน 300 ล้าน ลบ.ม.

ทุกวันนี้ กปน. สูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณบ้านสำแล ตำบลหนองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี น้ำดิบจากจุดนี้จะถูกสูบแล้วส่งผ่านคลองประปามายังโรงกรองน้ำบางเขนเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร แล้วไหลเลยไปยังโรงสูบน้ำบางซื่อ โดยส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปที่โรงกรองน้ำธนบุรี และอีกส่วนมาตามคลองประปาเลียบถนนพระรามที่ 6 จนถึงโรงกรองน้ำสามเสน

น้ำที่สำแลได้รับจัดสรรจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นตัวควบคุมปริมาณน้ำในเขตเจ้าพระยาตอนล่าง โดยที่ทางตอนเหนือขึ้นไปมีเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ควบคุมอีกต่อหนึ่ง ซึ่งเขื่อนทั้งสองนี้เป็นตัวจักรควบคุมน้ำของลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมด ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน

ด้วยเหตุนี้เมื่อน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณลดลง จึงมีผลเกี่ยวโยงถึงการจ่ายน้ำให้พอเหมาะกับความต้องการใช้น้ำทำน้ำประปาในกรุงเทพฯ และ 22 จังหวัดและต้องมีพอสำหรับใช้ในการไล่น้ำเค็ม น้ำเสียเพื่อป้องกันแหล่งผลิตน้ำประปาและถ้ายังมีน้ำเหลือจึงจะจัดแบ่งให้กับการปลูกพืชไร่และสวนผลไม้ ส่วนผู้ได้น้ำกลุ่มสุดท้ายคือผู้ทำนาปรัง

ฉะนั้นแม้น้ำในเขื่อนทั้งสองจะลดลงเพียงใด การจัดสรรน้ำเพื่อการประปาจะมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ส่วนที่ได้รับผลกระทบมักเป็นภาคเกษตรกรรม !

อย่างไรก็ดีผู้ใช้นำประปาคงหลีกหนีไม่พ้นกับความจริงที่ว่าน้ำดิบที่มีคุณภาพมีจำนวนลดลงทุกปี จะแตกต่างกันก็ตรงที่ลดลงมากหรือน้อยเพียงใด หากจะคิดว่ามีเงินเสียค่าน้ำประปาแล้วจะใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง อาจเป็นผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง จนทำให้ต้องมีมาตรการจำกัดการใช้น้ำเช่นที่เคยเกิดมาแล้วในหลายประเทศ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย