Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 พฤศจิกายน 2549
ริชี่เพลสฯขอต่อกรยักษ์คอนโดฯชูทำเลเด่นพ่วงราคาขายต่ำคู่แข่ง             
 


   
search resources

Real Estate
ริชี่เพลซ 2002, บจก.




กลุ่มผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์ส่งออก รุกธุรกิจอสังหาฯ ตั้งแบรนด์ "ริชี่เพลซ"ลุยพัฒนาบ้านจัดสรรแนวราบ-สูง ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโครงการ "Le-rich" สาทร-สาธุฯ มูลค่า1,500ล้านบาท แจงนโยบายดำเนินงาน การตลาดนำ-โปรดักส์ตาม เน้นทำเล-ดีมานด์ในพื้นที่เป็นหลัก ระบุไม่ต้องการเป็นเบอร์1ในเซกเมนต์ใด แต่ต้องปรับเปลี่ยนตามดีมานด์และตลาดเป็นหลัก

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ซื้อที่ดิน2ไร่ ติดถนนสาทร ใกล้เซ็นทรั่ลพระราม 3 และทางด่วนขั้นที1-2 วงแหวนอุตสาหกรรม ในราคาตารางวาละ1 แสนกว่าบาท เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในปลายเดือนธ.ค. 49นี้ โดยโครงการดังกล่าวจะใช้ชื่อว่าโครงการ "Le-rich สาทร-สาธุประดิษฐ์" ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม ไฮไลท์ สูง 22 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 423 ยูนิต มูลค่าขายโครงการรวม 1,500 ล้านบาท ราคาขายต่อตารางเมตรเริ่มต้นที่ 50,000-62,000 บาท มีขนาดพื้นที่ใช้สอยต่อยูนิตเริ่มต้นที่ 30-60 ตารางเมตร(ตร.ม.) เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป อายุเฉลี่ย 25-40 ปี ซึ่งจากการสำรวจตลาดในพื้นที่ พบว่า จำนวนโครงการคอนโดฯที่เปิดตัวค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่เปิดขายภายในซอย ราคาขายตั้งแต่ 50,000 - 60,000บาทต่อตร.ม.นอกจากนี้ยังเป็นโครงการคอนโดฯไม่เกิน 7 ชั้น (โลไลท์) เกือบทั้งหมด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าที่บริษัทจะพัฒนาออกมาแล้ว จะมีจุดดีมากกว่าไม่ว่าจะเป็นทำเลที่อยู่ติดถนนใหญ่ไม่ต้องเข้าซอย ราคาขายระดับเดียวกันกับโครงการในพื้นที่ ในขณะที่โครงการของบริษัทมีรูปแบบก่อสร้างเป็นโครงการแนวสูง (ไฮไลท์) ทำให้ได้เปรียบโครงการคู้แข่งในพื้นที่

" การที่บริษัทสามารถขายในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาด ที่จะมาเปิดโครงการใหม่ในย่านนี้ ประมาณ 2-3 รายที่เป็นรายใหญ่ เนื่องจากข้อได้เปรียบทางด้านที่ดิน ที่มีต้นทุนต่ำ ซื้อมาในราคาประมาณ 100 ล้านบาท จากราคาประเมิน 150ล้านบาท โดยซื้อจากธนาคารทหารไทย และใช้ทุนในของบริษัทในการพัฒนาอีกเกือบ 200 ล้านบาท ทำให้สามารถขายได้ต่ำกว่ารายอื่นๆ ในพื้นที่ " นางอาภากล่าว

สำหรับบริษัท ริชี่เพลซฯ ก่อตั้งในปี 2547 ซึ่งเดิมที่ผู้ก่อตั้งคือ บริษัท อรรถบูรณ์ จำกัด ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โตโยต้า และอะไหล่รถยนต์ส่งออกต่างประเทศ ผลงานที่ผ่านมา คือ โครงการบ้านเดี่ย ริชี่ วิลล์ บางบัวทอง และโครงการคอนโดฯ ริชชี่ ทาวน์เวอร์ ติดถนนเพชรเกษม มูลค่า 400 ล้านบาท คาดว่าจะปิดการขายภายในปี 2549

นางอาภา กล่าวถึงนโยบายในการดำเนินงานของบริษัทว่า ไม่ได้มีการวางเป้าหมายว่าจะเน้นพัฒนาสินค้าในเซกเมนต์ใดแน่นอน แต่จะปรับเปลี่ยนการพัฒนาไปตามความต้องการของตลาดในแต่ละทำเล และเน้นทำเลที่ดีที่สุดในโซนที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถบริหารสต็อก และต้นทุนการก่อสร้างรวมถึงยอดขายได้ง่ายกว่าการกำหนดว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดใดตลาดหนึ่ง ทำให้ต้องแข่งขันกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีอยู่ในทำเลนั้นๆ อยู่แล้วลำบาก ขณะเดียวกันการพัฒนาโครงการ จะเน้นขนาดและจำนวนไม่มาก เพื่อให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว เป็นการลดภาระทางด้านต้นทุน

" บริษัทจะไม่สะสมที่ดินไว้ในมือ เพราะจะก่อให้เกิดภาระต้นทุน แต่จะซื้อเข้ามาเมือต้องการพัฒนาโครงการในแต่ละทำเล นอกจากนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นทุกคน ยังมีที่ดินสะสมของตนเองอยู่ ซึ่งหากต้องการที่จะพัมนาโครงการในที่ดินของใครก็จะโอนเข้ามา และดำเนินการพัฒนาโครงการในทันที่ ซึ่งด้วยวิธีการนี้เองทำให้บริษัทมีงบการเงินที่ดี และให้ผลตอบแทนที่สูงมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในระยะ 4 - 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากการบริหารบริษัทต้องมีการเติบโต อีกทั้ง การขยายบริษัท และโครงการที่จะพัฒนาจำเป็นต้องใช้ทุนเพิ่ม ซึ่งทำให้จำเป็นต้องเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย