Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 พฤศจิกายน 2549
ยอดรูดบัตรพรีเมียมคึกสวนศก.ซบแห่เปิดแคมเปญดึงเงินลูกค้าปลายปี             
 


   
www resources

โฮมเพจ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส

   
search resources

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส - AMEX
Credit Card
อนัคฆวัชร์ ก่อวัฒนกุล




ตลาดบัตรเครดิตระดับพรีเมียมยังคึก “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส-กสิกรไทย”ยันยอดการใช้จ่ายบัตรยังเพิ่มต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจปีนี้จะชะลอ พร้อมเตรียมโหมเปิดแคมเปญชิงยอดใช้จ่ายปลายปีต่อ สำหรับแนวโน้มปีหน้าจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น หลังเศรษฐกิจเริ่มโงหัวขึ้น

นายอนัคฆวัชร์ ก่อวัฒนกุล รองประธานฝ่ายสมาชิกบัตรประเทศไทย บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ไทย (จำกัด) กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชนให้ลดลงได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะกระทบถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่จับลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก

สำหรับในส่วนของบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส จะได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวน้อย เนื่องจากบริษัทเน้นที่ลูกค้าระดับพรีเมียมโดยที่ผ่านมาบริษัทมียอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นพอสมควร ขณะที่ยอดคงค้างหนี้บัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นก็เช่นกัน โดยผู้ถือบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรสส่วนใหญ่จะชำระเต็มวงเงินมากกว่าที่จะผ่อนชำระเป็นรายเดือน

“ยอดคงค้างหรือเป็นหนี้เสียของเรามีน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ออกบัตรอื่นๆ ในตลาดโดยสัดส่วนการชำระส่วนใหญ่จะเป็นการชำระเต็ม ขณะที่การผ่อนชำระเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น ส่วนยอดการยกเลิกบัตรมีบ้างแต่เราไม่ได้ดูเป็นจำนวนโดยที่ผ่านมามองว่าลูกค้าที่ยกเลิกการใช้บัตรอาจเป็นลูกค้ากลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนไลส์สไตล์ ขณะที่เราเองก็ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เราเรียนเชิญเข้ามาซึ่งจะต้องเป็นลูกค้าที่เรียกว่าเรามีบัตรที่ตอบสนองความต้องการของเขาจริงๆ ลูกค้าต้องเห็นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจริงๆ ในการเป็นสมาชิก”นายอนัคฆวัชร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าการแข่งขันตลาดบัตรเครดิตน่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันเข้าสู่ทิศทางที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ประชาชนเริ่มมีความมั่นใจและกล้าที่จะใช้จ่ายขึ้น รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆหันกลับมาลงทุนทำโปรโมทชั่นกระตุ้นยอดการขายกันเพิ่มขึ้น โดยในส่วนการแข่งขันของบริษัทปีหน้าจะเน้นการแนะนำให้ลูกค้าได้รู้จักสิทธิประโยชน์ของแคมเปญใหม่ๆเพื่อเป็นการเพิ่มยอดการใช้จ่าย

“เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจชะลอตัวบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนการเมืองไป ซึ่งหลังจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มกลับเข้าสู่ความชัดเจน มีรัฐบาลที่แน่นอน ส่งผลให้ปัจจุบันนี้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา คนเริ่มใช้จ่ายมากขึ้น ห้างสรรพสินค้าต่างๆเริ่มกลับมาลงทุน ทำโปรโมทมากขึ้น ประชาชนมีความมั่นใจกล้าที่จะใช้จ่าย ซึ่งจากผลการวิจัยของบริษัท พบว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้านับจากนี้ไปจะเป็นกลุ่มที่กว้างขึ้น ชอบอะไรที่สามารถให้สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม”นายอนัคฆวัชร์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าในปีหน้าการแข่งขันตลาดบัตรเครดิตจะสูงแต่การดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ได้เน้นการแข่งขันตลาดในมุมกว้างที่มีการแข่งขันกันมาก เนื่องจากบริษัทมีกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอยู่แล้วและถือเป็นจุดแข็งในการทำธุรกิจปีหน้าอีกทั้งบริษัทจะเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

“เราไม่เน้นเรื่องปริมาณของบัตรแต่จะเน้นเรื่องการใช้จ่ายผ่านบัตร เรียกว่าลูกค้าเห็นสิทธิประโยชน์จริงๆ เมื่อเขาสมัครเป็นสมาชิกเราแล้ว นอกจากนี้บริการเราถือว่าเป็นหัวใจหลักเพราะอย่างเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆเราเป็นผู้นำเสนอแต่บางที่มันก็ต้องแข่งขันกันในคู่แข่งในตลาดเราต้องเดินหน้ามาตลอดหาอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เข้ามาเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้ามากขึ้น ” นายอนัคฆวัชร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการหาพันธมิตรมาร่วมออกโปรโมชั่นมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าเป็นสิ่งที่พยายามทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันพยายามมองหาพันธมิตรมาตลอดซึ่งก็คงต้องใช้เวลาในการคัดเลื่อก เนื่องจากต้องทำความเข้าใจกับพันธมิตรให้ดี และหากจะออกผลิตภัณฑ์ก็จะต้องให้ตรงใจกับผู้ถือบัตรของอเมริกัน เอ็กซ์เพรสด้วย

“การหาพันธมิตรมีมองหาเรื่อยๆ ตรงนี้เราค่อนข้างคัดเลือกคนที่จะมาเป็นพันธมิตรอย่างดี แต่ไม่ได้ออกโคแบรนด์การ์ดปีหนึ่งหลายๆ ใบเราต้องเข้าใจถึงพันธมิตรของเราทั้งลูกค้าของเขาและของเรา สิ่งต่างๆ เหล่านี้กว่าจะสรุปออกมาได้ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ก็คงต้องอดใจรอโดยปกติก็คงประมาณ 1-2 ปีจะมีการออกมาร่วมกับพันธมิตร” นายอนัคฆวัชร์ กล่าว

นายอนัคฆวัชร์ กล่าวต่อว่า สำหรับในช่วงปลายปีบริษัทมีการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกับร้านค้าชั้นนำมากมาย อาทิ แฟชั่นบูติค สปา เครื่องเพชร รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ร้านอาหาร ฯลฯ ในการจัดทำโปรแกรม 10 Times Rewards ที่จะมอบคะแนนสะสมเม็มเบอร์ชิป รีวอร์ด มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรแพลทินัม อเมริกัน เอ็กซ์เพรส สำหรับทุกๆ 25 บาทที่ใช้จ่าย ณ สถานบริการธุรกิจ แพลทินัม พาร์ทเนอร์ 30 แห่งที่ร่วมรายการ อภิสิทธิ์พิเศษเฉพาะบัตรอเมริกัน เอ็กเพรส แพลทินัม และบัตรเครดิตแพลทินัม การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์ เพรส เท่านั้นจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้

รุกเปิดตัวแคมเปญใหม่ 28 พ.ย.นี้

ด้านนางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ และการตลาดบัตรเครดิต ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงยอดบัตรเครดิต และยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงไตรมาส3 ที่ผ่านมาว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส2 โดยพบว่ายอดบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 8.45% จากไตรมาส 2 ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 10.44% ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารจะเน้นให้คุณค่าแก่สมาชิกบัตรเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างชัดเจน

“ที่ผ่านมาเราพยายามเน้นให้คุณค่าบัตรมีความชัดเจนขึ้น ทำให้ยอดการใช้จ่ายในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น รวมไปถึงส่งผลพวงให้ฐานบัตรเพิ่มขึ้นตามไป” นางสาวอัญชลี กล่าว

สำหรับไตรมาส 4 ธนาคารเชื่อว่ายอดบัตรเครดิตน่าจะมีอัตราการเติบโตที่ทรงตัว โดยน่าจะอยู่ที่ระดับ 5% เนื่องจากในช่วงปลายปีเป็นฤดูกาลของการจับจ่ายใช้สอยมากกว่า ขณะที่ยอดการการใช้จ่ายผ่านบัตรน่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมาที่ระดับ 12% โดยในวันที่ 28 พ.ย.นี้ธนาคารจะออกแคมเปญบัตรเครดิตใหม่ ซึ่งเชื่อว่าแคมเปญดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรปลายปีให้เพิ่มขึ้นได้ตามที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้การแข่งขันตลาดบัตรเครดิตในปีหน้าเชื่อว่าน่าจะยังมีการแข่งขันต่อเนื่องจากปีนี้ โดยจะมีความรุนแรงหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจยังไปได้ เชื่อว่าผู้ประกอบการบัตรเครดิตยังต้องเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยการออกแคมเปญต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการแก่สมาชิกบัตรยังคงมีต่อไป เนื่องจากเป็นสิ่งที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่แต่ละสถานประกอบการบัตรเครดิตต้องคำนึงถึงคือการบริหารพอร์ตว่าจะต้องใช้วิธีการบริหารพอร์ตกันอย่างไร

“ถ้าเศรษฐกิจดีอยู่เชื่อว่าหลายที่คงเล่นตลาดนี้กันต่อ ซึ่งในส่วนของธนาคารก็จะต้องมีแคมเปญอะไรใหม่ๆ ออกมาให้น่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน แต่ขณะนี้คงพัฒนาสิ่งที่อยู่ภายในให้ดีก่อน” นางสาวอัญชลี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในสิ้นปีนี้ ธนาคารเชื่อว่ายอดบัตรเครดิตจะปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 1 ล้านบัตร และปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ 13% ส่วนยอดคงค้างบัตรเครดิตในปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราลดลงจากปีนี้เนื่องจากในช่วงต้นปีเป็นฤดูกาลของการลดลงของยอดคงค้างบัตรเครดิตอยู่แล้ว

“ในไตรมาส 3 ยอดคงค้างบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 7% ส่วนในไตรมาส4 คาดว่าจะมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาส3อยู่ที่ 5% และในต้นปีหน้าเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงไปอีก เพราะเป็นช่วงฤดูกาลปีใหม่ เงินโบนัสออก ส่งผลให้ลูกค้าอาจจะนำเงินมาชำระค่าใช้จ่ายคงค้างทั้งหมดที่มีอยู่ ” นางสาวอัญชลี กล่าว

ธปท.เผยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรQ3หด

อนึ่ง รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศ(ธปท.)แจ้งว่า สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาในระบบเศรษฐกิจมียอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตทั้งสิ้น 160,375.88 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาส2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้น 6,527.57 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 1,679.55 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณบัตรเครดิตมีจำนวนทั้งสิ้น 10,655,299 บัตร หรือเพิ่มขึ้น 173,830 บัตร เทียบกับไตรมาสก่อน แต่เฉพาะเดือนก่อนหน้าเดือนเดียวปริมาณบัตรเพิ่มขึ้นถึง 70,048 บัตร โดยในเดือนนี้นอนแบงก์ก็ยังคงมีปริมาณบัตรเครดิตมากที่สุดในระบบเช่นกัน คือ 5,227,369 บัตร รองลงมาธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ 4,245,505 บัตร และสาขาธนาคารต่างประเทศ 1,182,416 บัตร

ส่วนปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมของธุรกิจบัตรเครดิตมีจำนวนทั้งสิ้น 59,281.75 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนลดลง 337.44 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าลดลง 2,240.32 ล้านบาท โดยในเดือนก.ย.นี้ผู้ถือบัตรมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศจำนวน 32,049.70 ล้านบาท สาขาธนาคารต่างประเทศ 7,609.90 ล้านบาท และนอนแบงก์ 19,622.15 ล้านบาท

ขณะเดียวกันเป็นการใช้จ่ายในประเทศโดยบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศมากที่สุดในระบบถึง 21,313.89 ล้านบาท รองลงมานอนแบงก์ 15,017.79 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่างประเทศ 6,298.53 ล้านบาท และมีปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศผ่านบัตรเครดิตของนอนแบงก์ 950.38 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ 800.05 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่างประเทศ 425.33 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเบิกจ่ายเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตที่ได้จากธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศมากที่สุด 9,935.76 ล้านบาท นอนแบงก์ 3,653.98 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่างประเทศ 886.04 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย