Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2536
"จีเอ็ม" ใต้อาณาจักรเจ. ฟิล์มหมดยุค "ข้ามาคนเดียว" เสียแล้ว"             
 


   
search resources

จีเอ็ม มัลติมีเดีย, บมจ.
เจฟิล์ม โปรเซส
ปกรณ์ พงศ์วราภา
Magazine




"ผมคิดว่าต่อจากนี้ไป การเข้ามาสู่วงการหนังสือคนเดียวด้วยใจรักคงเป็นไปไม่ได้แล้ว จะต้องเป็นค่าย เป็นบริษัทที่มีธุรกิจสิ่งตีพิมพ์อย่างสมบูรณ์แบบครบวงจร เพราะต้องใช้ทุนในการผลิตและการโปรโมตหนักมาก ฉะนั้นถ้าอยู่โดดๆ เดี่ยวๆ จะถูกกลืน" นี่คือบทสรุปในวันนี้ของปกรณ์ พงศ์วราภา ผู้อำนวยการบริษัทจีเอ็ม เอ็นเตอร์ไพร้ส์ ผู้ผ่านประสบการณ์การทำหนังสือมายาวนานเกือบ 20 ปี

ชายหนุ่มอดีตนักเขียนเรื่องสั้นมือดียุค 14 ตุลา ผู้ใช้นามปากกา "ปกรณ์ ไกรลาส" ตีแผ่ชีวิตหญิงบริการผ่านผลงานการประพันธ์ นับเป็นหนึ่งในผู้ให้กำเนิดนิตยสารหลายๆ เล่มซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงคุณภาพในวงการสิ่งตีพิมพ์บ้านเรานับตั้งแต่ "หนุ่มสาว" หนังสือที่ขายภาพนู้ดผสมกับเนื้อหาที่มีสาระสร้างสรรค์ ซึ่งมีอายุยาวนานถึง 10 ปี ก่อนที่จะปิดตัวเองลงหลังจากถูกตำรวจที่มองเห็นความอนาจารมากกว่าความเป็นศิลปะของหนังสือเล่มนี้ กวาดจับหลายครั้งหลายครา

หลังจาก 'หนุ่มสาว' ปกรณ์และหุ้นส่วนประมาณ 10 คนก่อตั้งนิตยสารเล่มใหม่ชื่อว่า 'ไฮคลาส' โดยวางตำแหน่งเป็นนิตยสารสำหรับผู้ชายที่มีรสนิยม

'ไฮคลาส' เกิดได้ 2 ปี ปกรณ์เห็นความผิดพลาดของการให้หัวหนังสือ 'ไฮคลาส' ว่าเป็นชื่อที่จำกัดกลุ่มผู้อ่านเกินไป ทำให้ 'ไฮคลาส' ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ยังเชื่อมั่นในตลาดหนังสือสำหรับผู้ชายว่า ถึงแม้จะเป็นตลาดเล็กเมื่อเทียบกับตลาดนิตยสารสำหรับผู้หญิงก็ตาม ทว่าในจำนวนเล็กนั้น ถ้าเขาสามารถเป็นผู้นำได้ ย่อมเป็นตลาดใหญ่สำหรับเขา

ปกรณ์จึงขาย 'ไฮคลาส' ทิ้งแล้วมาเปิดนิตยสารเล่มใหม่คือ 'จีเอ็ม' เมื่อ 7 ปีที่แล้วโดยวางคอนเซ็ปต์หนังสือเอาไว้ว่าเป็นนิตยสารเพื่อผู้อ่านผู้ชายทั่วไปที่มีความสนใจอ่านเนื้อหาสาระ เช่น สารคดีและบทสัมภาษณ์หนักๆ ควบคู่กับความชอบแต่งเนื้อแต่งตัวและการพักผ่อนพร้อมกันด้วย

หลังจากออก 'จีเอ็ม' ได้ปีเดียว ปกรณ์เปิดตัวนิตยสาร 'บ้านและตกแต่ง' อีกเล่มหนึ่ง จนถึงปัจจุบันนับได้ว่าจีเอ็มเป็นนิตยสารคุณภาพเล่มหนึ่งที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย

"คนทำหนังสือเท่าที่ผ่านมามี 2 กลุ่ม คือทำหนังสือเป็นแต่ไม่มีหัวธุรกิจ อีกกลุ่มคือมีเงินแต่ไม่เคยทำหนังสือมาก่อน และทั้ง 2 ทีมจะมีปัญหาขัดแย้งกันเสมอ คนทำหนังสือก็มักไม่ง้อโฆษณา ส่วนนักธุรกิจก็มักโอนเอียงเอาใจเอเจนซี สำหรับผมมี 2 ส่วนเท่าๆ กัน จึงไม่ค่อยทะเลาะขัดกับตัวเอง จะมีปัญหาอยู่เรื่องเดียวคือการบริหารเรื่องการเงิน" ปกรณ์กล่าว

พูดง่ายๆ ก็คือมีปัญหาในเรื่องการหมุนเงินนั่นแหละ !

เกือบสองปีที่แล้ว ปกรณ์เคยวิ่งเต้นที่จะขายหนังสือให้กับธุรกิจสิ่งพิมพ์รายใหญ่แห่งหนึ่ง แต่การเจรจาก็สะดุดหยุดลงเสียก่อนที่จะมีข้อสรุปที่แน่ชัด

จนกระทั่งต้นปีนี้ การเจรจากับผู้ซื้อรายใหม่ผ่านไปแล้วหลายรอบ เหลือเพียงกำหนดการเซ็นสัญญาซื้อขายกันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ผู้ที่จะเข้ามาปลดปล่อยภาระทางการเงินให้พ้นไปจากอกของปกรณ์ก็คือบริษัทเจฟิล์ม โปรเซส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งในวงการแยกสีและทำแม่พิมพ์ เจฟิล์มฯ อยู่ในวงการนี้มาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปี สิ่งตีพิมพ์นับสิบๆ ฉบับบนแผงหนังสือล้วนแต่ใช้บริการแยกสี ทำเพลทของเจฟิล์มฯ ทั้งนั้น รวมทั้งจีเอ็มและบ้านและตกแต่งของปกรณ์ด้วย

ปลายปี 2534 เจฟิล์มฯ ขยายธุรกิจที่ต่อเนื่องจากการแยกสี ทำเพลทออกไปด้วยการเปิดโรงพิมพ์รับงานพิมพ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ความคิดที่จะทำหนังสือเองคือขั้นตอนสุดท้ายของการยกระดับกิจการขึ้นเป็นธุรกิจสิ่งพิมพ์แบบครบวงจร แต่การทำหนังสือในยุคสมัยที่การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น ใช่ว่าเพียงมีสตางค์แล้วก็จะเนรมิตขึ้นมาได้ดังต้องการ โดยเฉพาะคนหน้าใหม่ที่ช่ำชองกับธุรกิจหนังสือในส่วนของเทคนิคการผลิต แต่ไม่ประสีประสากับขั้นตอนในส่วนของเนื้อหาและการตลาดอย่างเจฟิล์มฯ ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการล้มเหลวหากคิดจะกระโดดลงไปนับหนึ่งด้วยตัวเอง

วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือซื้อหนังสือที่ติดลมบนแล้ว รวมทั้งทีมงานผู้ผลิตมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง

ความจำเป็นประการหนึ่งของเจฟิล์มฯ ที่จะต้องทำหนังสือเอง เกี่ยวพันอยู่กับแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเคยยื่นไปครั้งหนึ่งแต่ถูก กลต. เบรกเอาไว้ เหตุผลนั้นไม่ชัดแจ้ง แต่การยกระดับขึ้นเป็นกิจการสิ่งตีพิมพ์ครบวงจรด้วยการซื้อหนังสือมาทำเองเช่นนี้ ก็น่าจะเอื้อต่อการยื่นขอเข้าตลาดหลักทรัพย์รอบใหม่ไม่น้อย

การซื้อขายจีเอ็ม บ้านและตกแต่งจึงเป็นทางออกที่สมประโยชน์กันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากไม่มีการพลิกล็อคเกิดขึ้น ปกรณ์ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นหุ้นของเจฟิล์มฯ จำนวนหนึ่งแลกกับหัวหนังสือทั้งสองเล่มนี้ รวมทั้งพนักงานอีกราวๆ 60 คนก็จะโอนไปอยู่กับเจฟิล์มฯ ด้วย สำหรับตัวเขาเองนั้นก็จะอยู่ในฐานะผู้บริหารดูแลหนังสือทั้งสองเล่มนี้ต่อไปโดยไม่ต้องมาปวดหัวกับการหมุนเงินอีกต่อไป

และนอกจากจีเอ็ม บ้านและตกแต่งแล้ว ขณะนี้เจฟิล์มฯ กำลังเจรจาซื้อนิตยสารอีกประมาณ 5 ฉบับ ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเมืองและเรื่องของแม่ๆ ลูกๆ มาเป็นของตัวเอง ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของปกรณ์เช่นกัน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย