Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 ธันวาคม 2549
แยกกรมการประกันภัยเป็นอิสระใกล้เป็นจริง             
 


   
www resources

กรมการประกันภัย

   
search resources

กรมการประกันภัย
Insurance




ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางด้านการเงิน มีความเกี่ยวพันกับการระดมเงินออม ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ที่ผ่านมา การกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นระบบราชการ ทำให้การปฏิบัติภารกิจบางอย่างไม่สามารถทำได้ทันท่วงที ด้วยข้อจำกัดของกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของระบบราชการ

แต่ปัญหาเหล่านี้กำลังจะหมดไป เนื่องด้วยนโยบายรัฐบาลมีความชัดเจนที่จะแยกกรมการประกันภัยให้ไปเป็นองค์กรอิสระ เพื่อให้สามารถควบคุมดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศ มีความคล่องตัวในการบริหารงาน มีการบริหารงบประมาณด้วยตนเอง และมีผู้มีประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการประกันภัยเข้ามาร่วมบริหารจัดการ เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยของไทยมีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง

นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษา กำหนดรูปแบบ โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยขึ้นมา เพื่อจัดทำร่างพ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ... ซึ่งขณะนี้ ได้มีการจัดทำร่างพ.ร.บ.เสร็จเรียบร้อยแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา กรมฯ ได้จัดประชาพิจารณ์การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย ซึ่งได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย สมาคมนายหน้าประกันภัย สมาคมตัวแทนประกันภัย บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัย ผู้มีส่วนได้เสียกับธุรกิจประกันภัยในสาขาต่างๆ รวมถึงข้าราชการกรมการประกันภัย ได้มีการแสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะ

“จะมีการนำผลการประชาพิจารณ์ไปปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมในแต่ละประเด็นเพื่อให้การจัดตั้งสำนักงานฯ มีความสมบูรณ์ที่สุดต่อไป”นางจันทรากล่าว

การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น หลังจากพ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ... ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็คือ กรมการประกันภัยจะถูกยุบ และมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยขึ้นมาแทนที่ ข้าราชการและลูกจ้างกรมการประกันภัยจะเป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมด แต่ถ้าใครประสงค์จะไปอยู่สังกัดใหม่ ก็ให้แจ้งความจำนงต่อคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายใน 30 วัน

ในระยะเริ่มแรก จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เลขาธิการ ก.พ. และเลขาธิการ ซึ่งในที่นี้คือ อธิบดีกรมการประกันภัย (มีระยะเวลาทำงานไม่เกิน 2 ปี นับจากพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้) เป็นกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก 3 คน ซึ่งกรรมการโดยตำแหน่งข้างต้นเป็นผู้คัดเลือก โดยรัฐมนตรีแต่งตั้ง

หน้าที่ของคณะกรรมการฯ ชั่วคราวนี้ จะดูแลในเรื่องอัตรากำลังคน อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนอื่น รวมทั้งจะต้องนำบทบัญญัติแห่งพ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ประกาศนายทะเบียน คำสั่งนายทะเบียน ข้อบังคับ ระเบียบต่างๆ ที่ออกตามความในพ.ร.บ.ข้างต้นมาใช้ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดแย้งกับพ.ร.บ.ฉบับนี้

กรณีที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจของนายทะเบียนให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ และการใดที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ เว้นแต่กรณีการออกใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพ.ร.บ.นี้ จนกว่าจะมีกฎหมายที่บังคับใช้เป็นการเฉพาะ

จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการแต่งตั้งคปภ. ตัวจริง ซึ่งเป็นหน้าที่ของวุฒิสภา ที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคปภ. โดยกรรมการคัดเลือกประกอบด้วย อดีตปลัดกระทรวงการคลัง 2 คน อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ 2 คน อดีตเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2 คน อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย 2 คน และอดีตอธิบดีกรมการประกันภัย 2 คน ทำหน้าที่คัดเลือกประธานกรรมการ เลขาธิการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

คปภ. ที่จะมาทำหน้าที่ต่อจากคปภ.ชั่วคราวนั้น จะมีกรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเลขาธิการ ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันชีวิต การประกันวินาศภัย กฎหมาย การบัญชี การบริหารธุรกิจด้านการเงินหรือเศรษฐกิจ ด้านละ 1 คน

ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อจัดตั้งสำนักงานฯ และคปภ. แล้ว จะเกิดผลดีหลายๆ ด้าน ได้แก่ ผลดีต่อหน่วยงาน จะทำให้การปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีความคล่องตัว รวดเร็ว อิสระและมีประสิทธิภาพ

ผลดีต่อภาคธุรกิจ จะทำให้การดำเนินกิจกรรมกับหน่วยงานมีความคล่องตัว โปร่งใส หน่วยงานลดบทบาทจากการควบคุมเป็นกำกับและส่งเสริม ทำให้มีการกำกับดูแลกันเองมากขึ้น ธุรกิจจะมีความเป็นมืออาชีพ

สุดท้ายจะเกิดผลดีต่อผู้เอาประกันภัย โดยจะได้รับการบริการที่ดี โปร่งใส ยุติธรรม จากบริษัทที่รับประกันภัย มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น ผู้เอาประกันภัยมีทางเลือก และสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว และเกิดความเชื่อมั่น และมีทัศนคติที่ดีต่อระบบการประกันภัย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย