Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2536
"เสนาะ" ฝันหรูที่อรัญ รับนโยบายแปรสนามรบ             
 


   
search resources

เสนาะ เทียนทอง
พิเชษฐ์ เทียนทอง
อิทเรือ
Commercial and business




ครั้งที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทย และได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย ในปี 2531 นั้น คงจะไม่มีใครคาดว่าท่านสามารถที่จะบริหารบ้านเมืองได้ดี โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ

แต่ความที่เป็นนักการทูตมือเก่า พลเอกชาติชายสามารถที่จะดึงสถานการณ์รอบๆ บ้านมาเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี

"ผู้จัดการ" หมายถึงนโยบาย "แปรสนามรบให้เป็นสนามการค้า" ทีอดีตนายกฯ คนนี้มุ่งหวังที่จะเห็นประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอินโดจีนที่มีประเทศลาว กัมพูชา และประเทศเวียดนาม เป็นเพื่อนร่วมภูมิภาค นอกเหนือจากโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดในภาคใต้ ที่หวังให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนในด้านนั้นแข่งกับสิงคโปร์ที่แทบไม่มีทรัพยากรอะไรเลย

"ตอนที่เราสามารถดึงเขมร 3 ฝ่ายมานั่งประชุมกันทั้งที่ไทยและที่กรุงปารีสปรากฏว่า รัฐบาลของออสเตรเลียและฝรั่งเศสต่างก็อิจฉามากเพราะเขาหวังที่จะมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในแถบนี้" อดีตที่ปรึกษาพลเอกชาติชายคนหนึ่งเล่าให้ฟังถึงผลการเจรจาเขมร 3 ฝ่ายที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

แต่แล้ว ความฝันที่จะเห็นไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในอินโดจีน ก็ล่มสลายไปเมื่อพลเอกชาติชายถูกคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือคณะรสช.ปฏิวัติในเดือนกุมภาพันธ์ 2534 พร้อมๆ กับที่หลายๆ คนไม่มั่นใจกับนโยบายดังกล่าวว่าเป็นเพียงภาพหลอกหรือเรื่องจริง

แต่สำหรับคนในชายแดนแล้ว นโยบายดังกล่าว พวกเขายังมั่นใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม ส.เทียนทอง ที่มีหัวเรือใหญ่ของกลุ่มชื่อ "เสนาะ เทียนทอง" รองหัวหน้าพรรคชาติไทยเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ

ความมั่นใจของกลุ่ม ส.เทียนทอง นอกจาก "นามธรรม" ที่เสนาะกล่าวถึงเสมอจากนโยบายดังกล่าวของพลเอกชาติชายว่าเป็นนโยบายของพรรคชาติไทย (เพราะพลเอกชาติชายไปตั้งพรรคใหม่คือพรรคชาติพัฒนา) ก็ปรากฏเป็น "รูปธรรม" ด้วย นั่นคือ โครงการ "ศูนย์การค้าอรัญประเทศ" หรือ Aran Trade Center ที่จะมีความสมบูรณ์ในรูปของศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์จนถึงสถานบริการต่างๆ บนที่ดินซึ่งเช่าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ข้างสถานีรถไฟอรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี

ไม่เฉพาะคนไทย ที่ให้ความสำคัญกับโครงการนี้ รัฐบาลกัมพูชา ก็จับตาโครงการนี้ด้วยว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อพวกเขาแค่ไหน ?

อิทเรือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียนเมียนเจยในเขมร ซึ่งมาร่วมงานเปิตัวแนะนำโครงการนี้ที่อรัญประเทศยังกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่ารัฐบาลกัมพูชา ยังคงเห็นความสำคัญและประโยชน์ของนโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้าของพลเอกชาติชายอยู่เช่นเดียวกับที่เขาคิดว่า การเปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา ยังเป็นเรื่องสำคัญต่อไปทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและสังคมระหว่าง 2 ชาติ

เสนาะให้ความเห็นว่าเขาเชื่อว่า อรัญประเทศเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมมาก ในการที่จะเป็นจุดศูนย์กลางด้านการค้าและการท่องเที่ยวในอินโดจีน

อย่างน้อย ศูนย์การค้าหรืออาคารพาณิชย์ที่สร้างขึ้นมานั้น จะกลายเป็นตลาดระบายสินค้าพวกหัตถกรรมพื้นเมืองของไทยและของเขมร อย่างเช่น หมวกสานหรือตะกร้าที่เป็นที่นิยมมากของพวกนักท่องเที่ยว

พิเชษฐ์ เทียนทอง น้องชายของเสนาะในฐานะประธานกรรมการบริษัท ส.เทียนทอง กล่าวกับ"ผู้จัดการ" ว่า แนวคิดในเรื่องการทำธุรกิจรับนโยบายดังกล่าวของกลุ่มส.เทียนทอง นั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างศูนย์การค้าเท่านั้น โครงการของกลุ่มยังมีเรื่องการเตรียมงานครบวงจรอยู่ด้วย

"เราจะมีทั้งการสร้างโรงแรม ทั้งการตั้งบริษัททัวร์เพื่อรองรับการเปิดแหล่งท่องเที่ยวในกัมพูชา" พิเชษฐ์กล่าว

สำหรับโครงการสร้างโรงแรมของกลุ่มส.เทียนทองนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับกลุ่มอิตัลไทยของนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต เพื่อให้มาบริหารโรงแรมที่จะสร้างขึ้นในคอมเพล็กซ์ของศูนย์การค้าอรัญประเทศ ภายหลังจากที่กลุ่มบางกอกพาเลซได้ปฏิเสธที่จะเข้ามาบริหารโรงแรมดังกล่าวแล้ว ซึ่งกลุ่มส.เทียนทองเชื่อว่าอิตัลไทยคงจะตอบรับที่จะมาบริหารโรงแรมใหม่ หากสามารถที่จะตกลงเงื่อนไขบางอย่างได้

ส่วนเรื่องการตั้งบริษัททัวร์นั้น จะเป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไปชมแหล่งท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นครธมและนครวัด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมโบราณที่ติดอันดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกและอยู่ใกล้กับอรัญประเทศมาก

ทั้งนี้ "ผู้จัดการ" ได้รับการอรรถาธิบายถึงเป้าหมายกลุ่มนักท่องเที่ยวว่า จะเป็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่มาท่องเที่ยวในสถานที่ดังกล่าว นั่นคือ เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการที่จะไปยังนครวัด ก็จะต้องเดินทางผ่านประเทศไทย อันเนื่องมาจากศักยภาพการเดินทางของไทยไปยังกัมพูชา เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศหรือทางบก นั่นคือการเดินทางทางอากาศนั้นมีเที่ยวบินกรุงเทพ-พนมเปญ ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สัปดาห์ละ 7 เที่ยว

ขณะเดียวกันจากสภาพภูมิประเทศของนครวัด ที่อยู่ใกล้ชายแดนไทยมากกว่ากรุงพนมเปญ ทำให้บริษัทคาดว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สนใจที่จะเดินทางมาไทย และพำนักที่กรุงเทพฯ มากกว่าที่จะเดินทางไปยังพนมเปญเลย ดังนั้นเมื่อจะเดินทางไปยังนครวัด บรรดานักท่องเที่ยวเหล่านั้นก็จะต้องผ่านอรัญประเทศและพำนักที่นั่นก่อน

ประโยชน์ตรงความใกล้ชิดของพื้นที่นี่แหละ ที่ทำให้กลุ่มส.เทียนทอง พร้อมที่จะตั้งบริษัททัวร์ขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้ามหาย กล่าวคือเพื่อทำหน้าที่ในการนำนักท่องเที่ยวจากอรัญประเทศไปยังนครธม-นครวัดดังกล่าว

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของโครงการส.เทียนทอง ยังเปิดเผยด้วยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็มองเห็นศักญภาพที่จะเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ถึงกับมีการเตรียมที่จะตั้งสำนักงานย่อย ททท. ขึ้นในโครงการศูนย์การค้าอรัญประเทศ

เมื่อบวกกับการขานรับของเจ้าของโครงการที่เตรียมที่จะสร้างสำนักงานขนส่งใหม่ ในบริเวณเดียวกันอีกฟากหนึ่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางของการเดินรถทัวร์ที่จะเข้าไปยังเขมร บนถนนที่สหประชาชาติและกองทัพบกของไทยที่กำลังซ่อมแซมอยู่

ดูเหมือนว่าลู่ทางและอนาคตของศูนย์การค้านี้ สดใสอย่างยิ่งกับการเตรียมเปิดแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกในเขมรอย่างนครธมหรือนครวัด

ถึงตอนที่โครงการเสร็จไล่กับสันติภาพในกัมพูชาเบ่งบาน บทพิสูจน์สายตาทางธุรกิจของเสนาะ เทียนทอง อาจจะได้รับการพิสูจน์ในวันนั้นแน่นอน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย