Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 มกราคม 2550
หุ้นไทยจ่อหลุด600จุดสธท.ถกประเมินผลหาทางรับวิกฤติ             
 


   
search resources

ก้องเกียรติ โอภาสวงการ
Investment




นักวิเคราะห์ ชี้ปัจจัยลบสารพัดเรื่องยังเป็นเหตุสำคัญกระทบตลาดหุ้น หวังเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน ชี้หากทุกอย่างยังอึมครึมคาดดัชนีหลุด 600 จุด บล.กรุงศรีฯ ฟันธงปีนี้ไร้วี่แวว January Effect แนะลดพอร์ตการลงทุนเหลือถือหุ้นแค่ 60% ของพอร์ต "ก้องเกียรติ"เตรียมเรียกสมาชิกสภาธุรกิจตลาดทุนไทยหารือประเมินผลกระทบจากเหตุระเบิด

ความไม่ชัดเจนในหลายประเด็นที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และความรู้สึกของประชาชนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ลอบวางระเบิดทั่วกรุงเทพมหานครในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่ รวมถึงการขู่วางระเบิดอีกหลายครั้งในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงต่อความมั่นใจในเรื่องการลงทุนทั้งในส่วนของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศ

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากับตลาดหุ้นไทยซึ่งส่งผลทำให้ดัชนีปรับตัวลดลงไปแล้วกว่า 50 จุดเพราะแรงเทขายอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ในสัปดาห์นี้นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าดัชนีมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงได้อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ในประเทศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และนักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจต่อการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

นายอดิพงษ์ ภัทรวิกรม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้วภาวะการลงทุนในสัปดาห์นี้ (8-12 ม.ค.)ยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศทั้งในเรื่องการเมือง กฎหมาย สังคม และความมั่นคงของชาติ ซึ่งอาจจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นก็มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 600 จุด ได้ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวไม่สามารถคาดการณ์ได้ ประกอบกับยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ทางการเมืองได้ว่าจะไปเป็นทิศทางใด และจะเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นหรือไม่ รวมถึงภาคประชาชนจะมีการชะลอการใช้จ่ายมาน้อยเพียงใด หรือรัฐบาลจะมีนโยบายอะไรออกมาอีกหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ตลาดหุ้นสัปดาห์หน้ายังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง ทางด้านเสถียรภาพการเมือง กฎหมาย เช่น พรบ.ต่างด้าว การยึดทรัพย์ ฯลฯ สังคมในเรื่องความเชื่อมั่นของประเทศชนการใช้จ่ายของประชาชน ความมั่นคง จากเหตุขู่วางระเบิด โดยเหตุการณ์นั้นไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งตลาดหุ้นเองก็มีโอกาสหลุด 600 จุด ได้ ส่วนเรื่องนักลงทุนต่างประเทศนั้นก็เชื่อยังมีอยู่แต่ขณะนี้กองทุนในประเทศมีการแย่งขายมากขึ้น ”นายอดิพงษ์ กล่าว

นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ จำกัด (มหาชน)หรือ KGI กล่าวว่า ปัจจัยสัปดาห์หน้าจะต้องติดตามในเรื่องการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศว่าเม็ดเงินที่ยังคงลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีก 80,000 ล้านบาท จะมีทิศทางเป็นอย่างไร จากที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอข้อมูลในการพิจารณาการลงทุน

ในส่วนของเสถียรภาพทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องการควบคุมสถานการณ์ความสงบภายในประเทศ รวมถึงความมั่นใจในการบริโภคของประชาชนจะมีการชะลอตัวหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุน การปล่อยสินเชื่อของธนาคารโดยจะมีผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจที่จะเติบโตน้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้

ทั้งนี้หากมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในเจ้าหน้าที่ตำรวจสามาถดำเนินการจับกุมผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดรวมถึงการขู่วางระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นก็อาจจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 20-30 จุด แต่หากสถานการณ์ยังคงคลุมเครือทำให้ประชาชนต้องมีการระมัดระวังตัวมากขึ้น ก็มีโอกาสสูงที่ดัชนีจะปรับตัวลดลง 600 จุด

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด ระบุว่า แม้ในทางสถิติในหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่าเดือนมกราคม จะเป็นเดือนที่ SET จะมีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุด แต่ในปีนี้ January Effect มีแนวโน้มว่าจะไม่เกิดเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่องการสำรองเงินเข้าประเทศ 30% เพื่อป้องกันการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาทจึงอาจจะทำให้สถิติผลตอบแทนในปีนี้แตกต่างออกไป โดยสถิติตั้งแต่ปี 1975-2006 เดือนมกราคมจะเป็นเดือนที่ผลตอบแทนจากการลงทุนใน SET เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 3.1%

ทั้งนี้ บริษัทแนะนะให้ลงทุนในหุ้นเหลือเพียง 60% จากเดือน 100% ของพอร์ตการลงทุนโดยคาดว่าตลาดหุ้นจะค่อยๆซึมลงในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ขณะที่เป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปีนี้การเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 800 จุดเป็นเคลื่อนไหวในกรอบ 645-720 จุด

**หารือประเมินผลกระทบ

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ในวันนี้จะร่วมหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ 5 สมาคมบริษัทจดทะเบียนเพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ รวมถึงประเมินว่ามาตรการกันสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการสกัดกั้นการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาทส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งการหารือดังกล่าวเพื่อให้เป็นข้อสรุปของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมเรียก 10 บริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศร่วมหารือถึงผลกระทบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมชี้แจงข้อมูลเพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนไทยที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและเตรียมที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ในเวลา 16.00 น.ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย