Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2537








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2537
บนเส้นทางของหมาไล่เนื้อ ที่ชื่อ " ไอเอฟพีไอ"             
 


   
search resources

สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ - ไอเอฟพีไอ
เทียนชัย ปิ่นวิเศษ
Musics




ไอเอฟพีไอ หรือในชื่อภาษาไทยว่า สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศนี้ เป็นองค์กรระดับโล2480 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยจดทะเบียนเริ่มแรกที่เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์

ความมุ่งหมายแรกขององค์กรนี้ก็เพื่อจะกวาดล้างการปลอมแปลง และลอกเลียนแบบสิ่งบันทึกเสียงในรูปแบบต่าง ๆ นับแต่แผ่นเสียง และเทปเพลง ซึ่งเป็นส่งที่น่าสังเกตว่า ปัญหานี้มีมานานแล้วและนับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงเช่นเดียวกับเจตนาขององค์กรนี้ก็ยั่งมั่นคงมากขึ้น ในขณะที่ปฏิบัติการก็ขยายขอบเขตออกไปอย่างกว้างขวาง

จนถึงปัจจุบัน ไอเอฟพี ไอ มียอดสมาชิก ซึ่งเป็นเครือข่ายของบริษัทเทปเพลงที่มีชื่อย่าง เช่น อีเอ็มไอ ซีบีเอส โซนี่มิวสิค ฯ อยู่ทั่วโลกกว่า 1,000 บริษัทใน 80 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มเข้ามาก่อตั้งพอสมควร แล้วนับตั้งแต่ปี 2515 ในยุคที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เกิดขึ้น และเป็นยุคที่ไม่มีใครรู้จัก และไม่อยากใส่ใจว่า " ทรัพย์สินทางปัญญา" คืออะไร

เทียนชัย ปิ่นวิเศษ ผู้อำนวยการสมาพันธ์ไอเอฟพีไอ คนปัจจุบัน ได้สะท้อนบทบาทองค์กรนี้ให้ฟังว่า ต้องฝ่าขวากหนามต่าง ๆ มาอย่างมากมาย ทั้งการกระตุ้นในคนทั่วไปตื่นตัวเกี่ยวกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญยา โดยเฉพาะองค์กรภาครัฐบาลที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่นกระทรวงพาณิชย์ ที่จะควบคุมทางด้านกฏหมาย หรือกรมตำรวจที่จะควบคุมด้านการปราบปราม

และเมื่อการละเมิดลิขสิทธิ์เทปในไทยได้รุนแรงอย่างสูงสุดในปี 2532-33 จนทำให้เทปเพลงลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจำหน่ายได้เพียง 2-3% เท่านั้น บริษัทแม่ผู้ผลิตเทปเพลงได้รวมตัวบีบบังคับให้ไอเอฟพีไอ รีบหาหนทางปฏิบัติการให้เฉียบขาดมากยิ่งขึ้น

เทียนชัย จึงจำเป็นต้องเร่งระดมให้มีการตั้งสายข่าว ที่จะคอยรายงานแหล่งปลอมแปลงเทปให้มากยิ่งขึ้น จากที่เคยมีพนักงานเพียง 2-3 คน ก็ต้องตั้งเพิ่มเป็น 3-4 ทีม ประกอบด้วยคนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 10 คน รวมถึงเปิดรับฟังข่าวจากแหล่งข่าวชาวบ้านที่จะคอยชี้ถีงแหล่งกบดานของโรงงานเทปผีด้วย

ผลจากการตั้งทีมออกสืบข่าวมากขึ้นนี้เอง นอกจากจะกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ละเมิดแล้ว ยังส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตของสายสืบและตัวเทียนชัยเองด้วย ซึ่งในช่วงนั้นถือได้ว่า เป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตการเป็นผู้อำนวยการไอเอฟพีไอ นี้

" ช่วงนั้น ผมต้องคอยหลบๆ ซ่อน ๆ ไม่สามารถทำตัวให้อยู่เป็นหลักแหล่งได้เพราะ มีข่าวว่าจะมีคนลอบเก็บผม เช่นเดียวกับแหล่งข่าวที่ผมจะต้องนัดแนะออกไปพบข้างนอกไม่ใช่มาที่ออฟฟิค เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่มีคนจากโรงงานเทปผีจะมาปิดล้อมออฟฟิคผม และสังเกตได้ว่าตั้งแต่ผมเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้ จนถึงช่วงวิกฤตนั้น ผมไม่เคนอนุญาติให้ถ่ายรูปผมเลย เพราะผมไม่อยากให้ใครรู้จัก และจากความวิกฤตอันนี้เอง ทำให้ผมต้องระเห็จออกไปอยุ่ต่างประเทศ นานถึง 1 ปี "

หลังจากนั้นเมื่อความตื่นตัวทรัพย์สินทางปัญญา เริ่มแพร่กระจายออกไปผนวกกับแรงบีบทั้งทางตรงและทางออ้อมของรนัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทำให้ไอเอฟพีไอ ได้รับความร่วมมือในการกวาดล้างเทปผีจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศาล หรืออัยการ ตำรวจ ที่มีความเข้าใจถ่องแท้เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เทปอย่างเป็นกิจจะลักษณะยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดจำหน่ายเทปเพลงลิขสิทธิ์ได้เพิ่มขึ้นมาราว 70-80% ในช่วงปี /2534 จนถึงกลางปี 2536 ที่ผ่านมา

แต่ความตื่นตัวดังกล่าว ก็มีผลไม่ยืนยาวออกไปเพราะโทษที่กำหนดขึ้นมาเพื่อเล่นงานผู้ละเมิดลิขสิทธิเท่านั้น กลับบางเบาเสียจนไม่ระคายเคืองต่อความกระหายที่ผุ้ละเมิดเหล่านั้นจะยังคงปลอมแปลงต่อไป

ดังนั้น จึงมีผลทำให้ยอดจำหน่ายเทปผีจึงมาเท่าเทียมกับเพลงลิขสิทธิ์อยู่ในขณะนี้ ในอัตรา 50:50 และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นต่อไป หากยังไม่มีมาตรการที่รุนแรงกว่านี้ออกมาหยุดยั้งความกระหายของเหล่าผู้ปลอมแปลง

สิ่งที่สามารถกำหราบความหิวกระหายของผู้ปลอมแปลงนี้ ก็หนีไม่พ้นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ที่กำลังจะผ่านความเห็นชอบของสสภาผู้แทนราษฎรในสมัยต่อไป ที่จะมีบทลงโทษอย่างสูงตั้งแต่จำคุก 3 เดือน- 4 ปี บวกกับค่าปรับที่ได้ยกระดับขึ้นมาเป็น 800,000 บาท

แต่ระหว่างที่รอพระราชบัญญัติฉบับนี้คลอดออกมานั้น เทียนชัย ได้เปิดเผยถึงไม้เด็ดที่จะเอาไว้เตรียมเล่นงานบรรดาโรงงานเทปผี นั่นก็คือความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉลากและการบรรจุผลิตภัณฑ์ รวมถึงความผิดต่อระราชบัญญัติภาษีอากร ที่เกี่ยวกับภาษีรายได้ ซึ่งหากรมสรรพากรให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แล้ว ก็อาจจะเล่นงานภาษีย้อนหลังต่อโรงงานปลอมแปลงเหล่านี้ได้อีก 1 กระทงด้วย

อย่างไรก็ตาม การจับได้ไล่ทันที่จะนำโรงงานเหล่านี้มาลงโทษได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะพัฒนาการของโรงงานเหล่านี้ก็ได้ก้าวล้ำออกไปอีกขั้นหนึ่ง คือนอกจากจะจ้างให้โรงงานอื่นผลิต

ในแง่ของผู้ผลิตรายเล็ก หรือการผลิตเองในแง่ของผู้ผลิตรายใหญ่ แล้ว การตั้งโรงงานแบบเคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้เครื่องอัดแบบไฮ-สปีด ขนาดเล็ก หลาย ๆ เครื่อง หรือการหันไปผลิตเทปผีในยามวิกาล เพื่อหลีกให้พ้นจากสายตาตำรวจนั้น ถือได้ว่าเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้น เพื่อตอบโต้กับความหูตากว้างไกลของไอเอฟพีไอ โดยเฉพาะ

ส่วนแหล่งกระจายเทปละเใดลิขสิทธิ์ ที่ขึ้นชื่อลือชาซึ่งมีอยุ่ที่พัฒนืพงษ์ ถนนข้าวสาร หน้าราม มาบุญครอง หรือสยาม ก็ได้มีการขยายตลาดให้ออกไปในต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น เช่นที่เชียงใหม่ ภูเก้ต หาดใหญ่ เหล่านี้อยู่ในสายตาของไอเอฟพีไอ ที่จะต้องหามาตรการรับมือต่ไป

" ตอนนี้เราได้รับความร่วมมือจากกรมตำรวจที่พร้อมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือเราได้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นยามวิกาลเพียงใด ในขณะที่เรากำลังเร่งเสริมทีมใใหม่เข้ามาเพื่อจะให้เป็นหูเป็นตาให้กับเราในจังหวัดสำคัญ เช่นที่เชียงใหม่ หาดใหญ่ ในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนั้นความร่วมมือจากบริาทเทปิขสิทธิ์ในประเทศที่พยายามกระตุ้นผู้บริโภคหันมาซื้อเทปที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้งานของเราเบาขึ้นบ้าง"

ในขณะเดียวกัน เมื่อได้รับเชิญจากองค์กรต่าง ๆ เพื่อไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทางด้านสิ่งบันทึกเสียง เทียนชัย ก็จะพยายามไปพูดไม่ให้ขาดแม้แต่งานเดียว และล่าสุดทางไอเอฟพีไอ ก็ได้เข้าร่วมกับดรงเรียนสอนดนตรี " บัตเตอร์ฟลาย" โดยเข้าไปอบรมผู้เรียนเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์เพลง

อย่างไรก็ตาม จนมาถึงจุดนี้ เทียนชัยภูมิใจในความสำเร็จของไอเอฟพีไอ ในระดับหนึ่ง ที่สามารถกระตุ้นจิตสำนึกคนไทยให้หันมาสนใจกับทรัพย์สินทางปัญญาชิ้นนี้อย่างกว้างขวาง ในขณะที่การดินกนการด้านศาลทางไอเอฟพีไอ ก็ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำแม้แต่ครั้งเดียว

" ผมเองก็รู้สึกท้อใจบางครั้งเหมือนกัน รัฐบาลยังไม่มีมาตรการเข้มงวด ที่จะออกมาเล่นงานพวกโรงงานเทปปลอมเหล่านี้เข็ดขยาดต่อไป เพราะลำพังเพียงแต่พวกผม ก็คงได้แต่กำหราบ ไปชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ก็เคยคิดเหมือนกันว่าชีวิตของพวกผมก็คล้าย ๆ กับหมาไล่เนื้อ ที่นายพรานเขาไม่ค่อยสนใจ ปล่อยให้หาเหยื่อตามยถากรรม

บทบาทของไอเอฟพีไอ ที่จะต้องประจันหน้ากับบรรดาโรงงานเทปผีทั้งหลายก็คงเป็นไปตามครรลองทีมีพัฒนาการแหลมคมมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากสังขารของสุนัขไล่เนื้อที่ชื่อว่า ไอเอฟพีไอไม่ร่วงโรย ไปเพราะความท้อใจแล้ว โรงงานเทปผีก็คงนอนไม่เป็นสุขแน่

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย