Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2536
"ธุรกิจจัดการกองทุนรวม…มือปืนรับจ้าง (มืออาชีพ)"             
 

 
Charts & Figures

ตารางเปรียบเทียบลักษณะกองทุนเปิดกับกองทุนปิด

   
related stories

"กองทุนรวม ขาใหญ่ ตลาดหุ้น!?"
"กองทุนรวม…18 ปี 8 บริษัท"
"หน่วยลงทุน..ทางเลือกใหม่ (ที่ดี)ในการลงทุน"

   
www resources

โฮมเพจ บลจ. เอ็มเอฟซี

   
search resources

เอ็มเอฟซี, บลจ.
สมชาย ภคภาสนว์วัฒน์




ธุรกิจ "การจัดการกองทุนรวม" เป็นการบริหารเงินที่ระดมจากประชาชนโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ด้วยวิธีการจำหน่ายหน่วยลงทุนในแต่ละโครงการที่จัดตั้งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 40 โครงการ และนำเงินที่ได้ไปลงทุนในหลักทรัพย์หลายประเภทที่ได้กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้แล้วแต่นโยบายของแต่ละกองทุน เช่น ลงทุนเฉพาะในหุ้น(EQUITY FUND) ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ (BALANCED FUND) หรือลงทุนเฉพาะในตราสารหนี้ (FIXED INCOME FUND) ด้วยเงินจำนวนมากที่กองทุนรวมระดมได้ทำให้สามารถกระจายการลงทุน (DIVERSIFIED) ไปในหุ้นหลาย ๆ กลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้มากกว่าการลงทุนด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการบริหารที่ผิดพลาด ทางการจึงกำหนดให้ บลจ. นำเงินทุนหรือกองทุนรวมที่ระดมได้ไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจาก บลจ. และมีผู้ดูแลผลประโยชน์ (TRUSTEE หรือ CUSTODIAN) ควบคุมการบริหารกองทุน ตลอดจนการกำกับและตรวจสอบการทำงานของ บลจ. โดย กลต.

ผลประโยชน์ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับ คือ 1. เงินปันผล 2. มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ เมื่อสิ้นสุดโครงการ (กรณีที่ถือครบอายุ) และ 3. กำไร/ขาดทุน ส่วนเกินทุน (กรณีไถ่ถอนก่อนครบอายุ) ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการจะได้ค่าธรรมเนียมเป็นการตอบแทน

โครงการกองทุนรวมที่จำหน่ายสำหรับนักลงทุนในประเทศในปัจจุบัน แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามสภาพคล่อง ขนาด/อายุโครงการ และผลประโยชน์ ดังนี้ 1. กองทุนเปิด(CLOSED-END FUND) 2. กองทุนเปิด (OPEN-END FUND) โดยกองทุนปิดจะมีสภาพคล่องน้อยกว่ากองทุนเปิด ขณะที่มูลค่าและอายุโครงการจะมีการกำหนดไว้แน่นอน ต่างจากกองทุนเปิดที่ไม่สามารถกำหนดได้ขึ้นอยู่กับความสนใจของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา (ดูตารางเปรียบเทียบลักษณะกองทุนเปิดกับกองทุนปิด)

บลจ. ที่จำหน่ายหน่วยลงทุนของกองทุนปิดจะไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนนั้น ๆ ก่อนครบอายุการไถ่ถอน แต่หากผู้ซื้อหน่วยลงทุนต้องการขายคืนก่อนครบอายุก็สามารถกระทำได้ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะ บลจ. จะนำโครงการลงทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายหลังระดมทุนเรียบร้อยแล้วทันที สำหรับราคาที่ทำการซื้อขายจะเป็นไปตามราคาตลาดในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ปรากฎชัดเจนว่าราคาหน่วยลงทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)*ของกองทุนประมาณ 20%

คงไม่ผิดหากเปรียบว่าการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนปิดเปรียบเสมือนกับการฝากเงินประจำ ขณะที่ บลจ. ก็จะทราบถึงจำนวนเงินและระยะเวลาที่แน่นอน ทำให้ง่ายต่อการบริหารเงิน ต่างจากการบริหารกองทุนเปิดที่มีสภาพคล่องสูง การซื้อ/ขายหน่วยลงทุนกับทาง บลจ. หรือสาขาตัวแทนได้ตลอดระยะเวลา จึงมีความยากในการบริหารเงินมากกว่า เพราะไม่สามารถทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งต้องสำรองเงินสดในอัตรา 10% ตามข้อกำหนดกฎหมาย ซึ่งเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสอย่างไม่สามารถเลี่ยงได้

ลักษณะของกองทุนเปิดที่มีสภาพคล่องสูงนี้เองที่ทำให้ทางการเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาความรู้ความเข้าใจของประชาชนยังมีไม่มาก ตลอดจนตลาดหลักทรัพย์เองก็ยังไม่มีการพัฒนาอย่างดีพอ ทางการจึงไม่อนุมัติให้มีการจัดตั้งกองทุนเปิด (ยกเว้นกองทุนทรัพย์สมบูรณ์ที่ออกโดย บล. กองทุนรวม จำกัด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2529) จนกระทั่งปลายเดือนสิงหาคม 2536 ที่ผ่านมา)

"ผมว่า..สถานการณ์ในปัจจุบันเราพร้อมที่จะมีกองทุนเปิดได้แล้ว เพราะนักลงทุนในปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ตลอดจนหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเราก็มีเพิ่มขึ้นกว่าก่อนมาก" สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการชื่อดังแสดงทัศนะ

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันกรณีเกิด "เหตุการณ์วิกฤต" แล้วประชาชนตื่นตระหนกนำหน่วยลงทุนมาขายคืนกับ บลจ. เป็นจำนวนมากจนกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ทางการจึงให้อำนาจแก่ กลต. ในการสั่งให้ บลจ. หยุดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นการชั่วคราวได้ทันทีหากมีวิกฤต

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย