Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 มกราคม 2550
กองอสังหาฯเบรกหัวทิ่ม! ไทยพาณิชย์ชะลอกองใหม่-QHกระเทือน             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

   
search resources

อดิศร เสริมชัยวงศ์
Funds
ไทยพาณิชย์, บลจ.




นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งกำหนดให้มีการกันสำรอง 30% สำหรับเงินลงทุนระยะสั้น ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) เป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้ความน่าสนใจลงทุนลดลง จากที่ในปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หากธปท.มีการผ่อนปรนนโยบายกันสำรอง 30% น่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยในปี 2549 มูลค่ารวมของหลักทรัพย์ประเภทกองทุนอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท แต่ในปีนี้หลังจากออกมาตรการดังกล่าวมานั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ประเมินว่า น่าจะออกมาเป็นหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมูลค่ารวม 7-8 หมื่นล้านบาท

" กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ทางเลือกที่นักลงทุนจะเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน แต่เป็นการลงทุนระยะยาวและภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่เอื้อ ไม่เหมือนกับตลาดหุ้นที่มีสภาพคล่อง ดังนั้นผลที่ได้อาจไม่คุ้มกับอัตราแลกเปลี่ยน จึงพยายามผลักดันให้ธปท.รู้ว่า การลงทุนในกองทุนประเภทนี้ไม่ใช่การเก็งกำไรค่าเงิน และควรได้รับการยกเว้น อยากให้พิจารณาในรายละเอียดให้มากขึ้น" นายอดิศร กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของบลจ.ไทยพาณิชย์ในปี 2549 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ภายใต้การบริหารของทั้ง 3 ธุรกิจ มีมูลค่าสูงถึง 217,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.10% จากปีก่อน โดยคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 13.89% ซึ่งมูลค่าสินทรัพย์แบ่งเป็น 3 ธุรกิจกองทุน คือ ธุรกิจกองทุนรวมมูลค่า 170,668 ล้านบาท ,ธุรกิจสำรองเลี้ยงชีพ มูลค่า 44,046 ล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล มูลค่า 3,084 ล้านบาท

ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุนรวม ภายใต้การจัดการ เป็นอันดับหนึ่ง มีมูลค่ากว่า 170,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118.28% จากปีก่อน ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2549 มีจำนวนลูกค้าถึง 165,104 ราย เพิ่มขึ้น 44.43% จากปีก่อน โดยกองทุนรวมที่มีการเสนอขายไอพีโอ ในปี 2549 มีจำนวน 27 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ 25 กองทุน กองทุนรวมลงทุนต่างประเทศ 1 กองทุน และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 1 กองทุน

สำหรับแผนการดำเนินงานในส่วนของธุรกิจกองทุนรวมในปี 2550 ตั้งเป้าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร ไว้ที่ 2.3 แสนล้านบาท โดยมุ่งเน้น 4 กองทุนได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ ตราสารหนี้ (SCBSFF) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund)

นายกำพล อัศวกุลชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจกองทุนรวม บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 2 กองทุน ในจำนวนนี้มี 1 กองทุนที่จะขายในช่วงไตรมาสแรกของปี แต่หลังจากที่ธปท.ออกมาตรการสกัดกั้นการเก็งกำไรค่าเงินบาท ส่งผลให้บริษัทต้องเลื่อนการขายหน่วยลงทุนออกไป เนื่องจากหลังจากที่มีการสำรวจความต้องการลงทุนของต่างชาติ ส่วนใหญ่ต่างชะลอการตัดสินใจลงทุน เพราะต้องการรอประเมินสถานการณ์ก่อน

“ เท่าที่คุยกับนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนส่วนใหญ่ค่อนข้างกังวลกับมาตรการของธปท. และอยากรอดูความชัดเจนก่อนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอะไรอีกหรือไม่ ทำให้แผนออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่กำหนดขายไตรมาสแรกของปีนี้ ต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ทางบริษัทจะพยายามออกให้ทันภายในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าโครงการขนาดเล็ก คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการธปท.มากนัก ”นายกำพลกล่าว

ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์เอง ยังมีแผนที่จะเพิ่มทุนในส่วนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้เฮ้าส์ ซึ่งผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ก็อาจจะทำให้บริษัทต้องเลื่อนแผนการระดมทุนออกไปก่อนเช่นกัน เพราะต่างชาติอาจจะยังไม่มั่นใจถึงความชัดเจนของมาตรการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูท่าทีของธปท.อีกครั้งว่า จะผ่อนปรนมาตรการนี้กับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือไม่

หนุนธปท.ยกเลิกมาตรการกันสำรอง30%

นายพิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 กล่าวว่า มาตรการกันสำรอง 30% เงินทุนนำเข้าระยะสั้นของธปท. มีผล

กระทบอย่างมากต่อตลาดหุ้น หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง 108 จุด เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2549 ซึ่งบุคคลในแวดวงตลาดทุนก็ต้องการให้ ธปท. ยกเลิกมาตรการดังกล่าว หรือผ่อนคลายมาตรการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ตลาดหุ้นไทยเกิดความผันผวนไปมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวมีผลกระทบต่อกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ค่อนข้างน้อย โดยมีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนวายุภักษ์ลดลง เพียง 1.8% และนักลงทุนทั่วไป ที่ถือหน่วยลงทุนของวายุภักษ์ ได้รับผลกระทบเพียง 0.17% เนื่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของกองทุนวายุภักษ์ คือกระทรวงการคลัง จึงได้รับผลกระทบในสัดส่วนที่สูงกว่า ทำให้กำไรที่กระทรวงการคลังได้รับลดลงบ้าง อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าหาก ธปท.ยังใช้มาตรการดังกล่าวต่อเนื่องในปีนี้ กองทุนวายุภักษ์ยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 เพราะแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลง แต่ระบบพื้นฐานเศรษฐกิจยังใช้ได้ศักย- ภาพการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนยังดีอยู่   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย