Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2550
SingaporeMedicine คู่แข่งที่ประมาทไม่ได้             
โดย ณัฐวัฒน์ หอมจิตต์
 


   
www resources

Singapore Medicine Homepage

   
search resources

Hospital
Singapore Medicine




สิงคโปร์เคยเป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเดินทางมาใช้บริการทางการแพทย์สูงที่สุดในอาเซียน ก่อนหน้าที่ไทยจะตามมาทันและแซงหน้าไปได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ทั้งภาครัฐและเอกชนของสิงคโปร์ต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันพยายามผลักดันให้ประเทศเล็กๆ แห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น Medical Hub อันดับต้นๆ ของโลกให้ได้

รัฐบาลสิงคโปร์ริเริ่มโครงการ SingaporeMedicine ขึ้นในปี 2003 หลังจากที่เห็นแนวโน้มการโยกย้ายของคนไข้ต่างชาติมายังประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะผลักดันให้สิงคโปร์กลับขึ้นมายืนแถวหน้าในด้านนี้อีกครั้ง หน่วยงานที่มาร่วมรับผิดชอบโครงการ SingaporeMedicine มี 3 องค์กรด้วยกัน ประกอบด้วย Economic Development Board, Singapore Tourism Board และ International Enterprise Singapore โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2012 จะมีคนไข้ต่างชาติมาใช้บริการทางการแพทย์ที่สิงคโปร์เป็นจำนวน 1 ล้านคน

มาตรการของสิงคโปร์เป็นไปอย่างเป็นระบบ นอกจากการตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะแล้ว ภาครัฐยังทุ่มงบประมาณให้อีกจำนวนมาก งบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์ทั้งในด้านบุคลากรและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ มีการเชื้อเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์สาขาต่างๆ มาถ่ายทอดความรู้ให้กับแพทย์ในประเทศ รวมทั้งส่งทีมแพทย์ออกไปฝึกงานในต่างประเทศ

ผลจากความพยายามดังกล่าวทำให้ในขณะนี้สิงคโปร์มีโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐาน JCI ของสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนถึง 11 แห่งด้วยกัน (ปัจจุบันไทยยังมีบำรุงราษฎร์เพียงแห่งเดียว)

นอกจากนี้ยังพยายามผลักดันให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์ฝึกอบรมทางด้านการแพทย์ในเอเชีย ซึ่งนอกจากจะมีรายได้จากผู้ที่เดินทางเข้าไปฝึกอบรมแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในทางอ้อมอีกด้วย รวมไปถึงการลงทุนเพื่อทำวิจัยและพัฒนาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์

การทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สิงคโปร์ให้ความสนใจ ที่เว็บไซต์ของ SingaporeMedicine จะมีรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลแต่ละแห่งที่ผู้ป่วยสามารถคลิกเข้าไปหาข้อมูลได้อย่างจุใจ รวมไปถึงการทำการตลาดในประเทศต่างๆ เพื่อโปรโมตและสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพและมาตรฐานของการแพทย์สิงคโปร์

และเพื่อแก้ปัญหาบุคลากรด้านการแพทย์ที่มีจำกัด สิงคโปร์ได้อนุญาตให้แพทย์ต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ (super specialist) สามารถเข้าไปทำงานในสิงคโปร์ได้เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรในบางสาขาที่หาได้ยาก เช่น การผ่าตัดสมองหรือการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูง

ปัจจุบันสิงคโปร์กำลังพยายามที่จะกำหนดบทบาทของตนเองให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ในระดับพรีเมียม เพื่อหนีการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลของสิงคโปร์โดยเฉลี่ยจะสูงกว่าไทยเกือบ 2 เท่า และถึงแม้ว่าปัจจุบันไทยจะเป็นผู้นำในตลาดนี้แต่ก็คงจะประมาทสิงคโปร์ไม่ได้เลย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย