Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2546
Whisky (1) : อารัมภบท             
โดย ธีรัส บุญ-หลง
 

   
related stories

Whisky (2) : ว่าด้วยเรื่องของชิม Whisky
Whisky 3 บทส่งท้าย

   
search resources

Wine




ท่ามกลางสถานการณ์ของโลกที่สับสน ขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ยังไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ บางคนสนับสนุน บางคนต่อต้าน มีการถกเถียงว่าสงครามนี้เป็นผลดีหรือผลเสียในระยะยาวกับใครและอย่างไร? เบื้อง หลังคือ "น้ำมัน" หรือไม่? ผมถกเรื่องเหล่านี้กับ James และ Pete สอง flatmate ของผมชาวอังกฤษ มาได้พอสมควรแล้ว เขาบอกกันว่าคุยกับเพื่อนไม่ควรคุยกันเรื่องการเมือง ศาสนา แต่บ้านเราก็คุยกันประจำครับ แล้วเขาก็บอกอีกว่าไม่ควรคุยกันแล้วมีเหล้าเป็นเครื่องชูรส เพราะอาจจะทำให้ขาดสติได้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยอีกนั่นแหละ แต่สำหรับเรา Glenlivet 18-year-old ก็หอมเย้ายวนเกินกว่าที่จะไม่ดื่มมัน

ด้วยสีที่เหลืองทองอร่ามราวกับน้ำผึ้งมีประกาย กลิ่นที่หอมราวกับดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหวาน ผสมกับกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ ทำให้พวกเราอดใจไม่ได้ที่จะดื่มมันหลังอาหารเย็น เนื่องจากประสบการณ์ ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่ามันเบา และลื่นคอขนาดไหน เมื่อแตะลิ้นจะรู้สึกได้ดื่มรสหวานจากดอกไม้แล้วก็จะค่อยๆ รู้สึกถึงรสลื่นคล่องคอและสดชื่น ของลูกพีช หลังจากลงคอไปแล้วจะรู้สึกแห้งที่ลิ้น รสชาติยังหลงเหลือให้รู้สึกและนึกถึงความหวานและหอมของเหล้า

Glenlivet 18 เป็น Single malt whisky ของทาง Speyside ที่ไม่หนักเกินไปครับ เหมาะกับการดื่มเป็น Aperitif and drink after meal อย่างมาก แต่ถ้าท่าน ผู้อ่านคิดว่าน่าจะหนักไปเปลี่ยนมาทาน Glenlivet 12 ก็ได้นะครับ จะเบาๆ กว่า หวานมีกลิ่นวานิลา หน่อยๆ ที่เขียนไม่ได้เงินจาก Glenlivet นะครับ แต่เผอิญอยาก จะแนะนำให้ท่านผู้อ่านที่เพิ่งเริ่มเล่น Single-malt ลองดูเพราะค่อนข้างจะเป็นตัวที่น่าลอง ทานง่าย แล้วคนส่วนมากก็จะชอบจริงๆ และ Glenlivet นี้ก็เจ้าของเดียวกับ Chivas ครับ (Seagram) อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ดูได้ที่ www.theglenlivet.com นะครับ

จริงๆ แล้วผมก็อารัมภบทยาวไป เผอิญติดลมบรรยายถึงรสชาติมากไปหน่อยครับ เนื้อหาของฉบับนี้ คือ Whisky พอเขียนเรื่องนี้ไปก็คงจะติดลม คาดว่ากว่าจะจบก็อีก 3-4 ฉบับนะครับ

เมื่อพูดถึง Whisky คนก็จะพูดถึงสกอตแลนด์ขึ้นมาทันที จนบ้านเราตั้งชื่อสกอตแลนด์ว่าเป็นเมืองน้ำเมา เมื่อตอนที่ผมมาเรียนที่สกอตแลนด์ครั้งแรก ประมาณสี่ปีที่แล้ว

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากรู้เรื่อง Whisky จากถิ่นที่ เป็นเจ้าตำรับ พอเข้าไปชมรม Whisky ของมหาวิทยาลัย จึงได้รู้ว่า Whisky มาจากไอร์แลนด์ไม่ใช่สกอตแลนด์ (Irish Whisky ซึ่งก็อร่อยเหมือนกัน เช่น Jameson ครับ) แต่จะด้วยนิสัยของคนที่นี่รึเปล่าไม่ทราบ Whisky จึงแพร่หลายที่นี่ แล้วชื่อเสียงของ Scotch Whisky จึงโด่งดังไปทั่วโลก

ตอนที่ผมเข้าชมรมใหม่ๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Single malt คืออะไร ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะยังงงๆ อยู่เหมือนกันว่า Blended กับ Single malt ต่างกัน ยังไง มาพูดถึงชนิดของ whisky กันดีกว่านะครับ

Scotch Whisky มีสองแบบ (ขอเน้นว่า Scotch นะครับ มาจากสกอตแลนด์ได้อย่างเดียว Whisky สะกด อย่างนี้สำหรับ Whisky ของที่นี่ ขณะที่ถ้าเป็นของที่อื่น ควรจะสะกดว่า Whiskey)

1) Malt Whisky มาจากการหมัก malt ข้าว Barley แล้วกลั่นในหม้อทองแดง (copper pot still)

2) Grain Whisky มาจากการผสม grains แล้ว กลั่นไปเรื่อยใน patent still

แล้ว Blended ล่ะคืออะไร? Blended คือการเอา Grain Whisky มาผสมกับ Malt Whisky (ประมาณ 95% ของ Malt Whisky ที่ผลิตเอามาใช้ผสมเป็น Blended ในขณะที่ 99.99% ของ Grain Whisky เอามา ใช้กับ Blended) ตัวอย่างของ Blended Whisky คือที่ บ้านเราฮิตๆ ดื่มกันนั่นแหละครับ พวก Johnny Walker red label, black label, blue label ทั้งหลาย เป็นต้น

ถามว่าแต่ละ label ต่างกันยังไง? red label ก็ จะมี grain whisky ผสมเยอะหน่อย มี Single malt อายุ 8-12 ปีอยู่บางชนิด black label จะมี Single malt ที่มีอายุมากกว่านั้น หลายชนิดผสมอยู่ แล้วก็ grain น้อยหน่อย ขณะที่ blue จะมีการผสม Single malt ระดับสุดยอด 15-30 ปีที่มีรสชาติลุ่มลึกเด่นๆ หลายชนิด ผสมกัน ทำให้รสออกมากลมกลืนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

คนที่นำการ blend ก็คือ Master Blend ครับ (ไม่ใช่ยี่ห้อ Whisky บ้านเราอันนั้นนะครับ แต่เป็นคนผสมสูตรที่ต้องมี sense ในการดมและการชิม Whisky ระดับเซียน)

อย่างไรก็ตาม คนในสกอตแลนด์นี้ก็ถือว่า Single Malt Whisky นี้เป็นที่สุดของที่สุดแล้ว เป็นที่ที่ pure ที่สุด มีรสชาติที่ซับซ้อนโดดเด่น เขาจะมองว่า Blend เป็นรวมมิตรครับ เมื่อรวมหลายๆ อย่างมาจะสู้ของจริง เดี่ยวๆ ไม่ได้ แล้วแต่คนนะครับ นานาจิตตัง จริงๆ ผมก็ชอบ Blend อย่าง Blue lable เหมือนกัน (ติดที่แพงไปหน่อย)

แต่โดยรวมแล้ว ผมชอบ Malt มากกว่า Malt นี่ก็แบ่งเป็นหลายแบบ มี Vatted Malt (คือการเอา Malt ของหลายโรงกลั่นมาผสมกัน) Single Malt (มาจากโรงกลั่นเดียว) Single Cask Malt (มาจากถังเก็บบ่มหรือ cask อย่างเดียว)

สำหรับผมแล้ว Single Malt กับ Single Cask ราคาจะแพงกว่า Vatted แล้วก็จะน่าสนใจมากกว่า เดี๋ยวนี้ก็มีคนสนใจ Malt กันมากขึ้น มีคนเอาไปลองทาน กับอาหารมากขึ้น เช่น sushi เอาไปใช้ดื่มเข้ากับสูบ cigar มีคนเก็บสะสม Single Malt ดีๆ มากขึ้น (โดยเฉพาะพวกญี่ปุ่น จ่ายกันเป็นล้าน) กลายเป็นของมีรสนิยมไป Single Malt ก็เหมือนไวน์ล่ะครับ ในแง่ที่ว่า ยิ่งเก่ายิ่งแพง ไม่ยากครับที่จะซื้อเหล้า Whisky Single Malt ดีๆ แพงๆ (เหมือนไวน์) ถ้าคนมีเงิน

แต่สำหรับคนดื่มเป็นแล้ว ของดีไม่ใช่ของแพงหรือเก่าเสมอไปนะครับ แล้วแต่ taste ความชอบและรสนิยมของคุณเอง ฉบับหน้ามาว่ากันต่อเรื่องวิธีการชิม และเกร็ดต่างๆ ของ whisky ต่อครับ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย