Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์19 กุมภาพันธ์ 2550
"แบงก์สินเอเซีย" งัดข้อตลาดมืดหลบสงครามรีเทลทุนต่างประเทศ             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารสินเอเซีย

   
search resources

Banking
ธนาคารสินเอเซีย, บมจ.




"ธนาคารสินเอเซีย" เป็นแบงก์เกิดใหม่ในจำนวนไม่กี่ราย ที่พลิกผันตัวเองจาก "ซูเปอร์ไฟแนนซ์" ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ อัพเกรดมาเป็นแบงก์เต็มรูปแบบในปีนี้ เพียงแต่เส้นทางเดินของ "สินเอเซีย" ที่กลายเป็น "ผู้มาที่หลัง" จำเป็นต้องจำกัดตัวเองเป็นแบงก์ขนาดกะทัดรัด เบนเข็มไปยังภูธร เปิดศึกกับ "ตลาดมืด" แทนที่จะปะทะโดยตรงกับสงคราม "รีเทล แบงกิ้ง" ที่มีทุนต่างประเทศปกคลุมจนมืดมิด...

"เราต้องหันมาดูสถานะของเราว่าจะโฟกัสไปตรงไหน ก็เห็นว่าตลาดภูมิภาคน่าจะมี "แต้มต่อ" ในการขยายกิจกรรมธุรกิจได้มากกว่า แต่เราก็ยังไม่ทิ้งตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล"

ชาญชัย มุสิกนิศากร ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารสินเอเซีย (ACL) บอกถึงทิศทางที่จะอธิบายถึงนิยามแบงก์น้องใหม่ขนาดกะทัดรัด ที่ผู้คนทั่วไปยังไม่รู้จักดีนัก

สำหรับสินเอเซีย ขนาดสินทรัพย์ที่คาดว่าจะแตะ 7-8 หมื่นล้าน ในปี 2551 รวมถึงเครือข่ายที่มีอยู่ไม่มากนัก จึงไม่ใช่ประเด็นหลัก ถึงแม้เมื่อเทียบกับแบงก์ใหญ่และแบงก์เกิดใหม่ขนาดใกล้เคียงกัน จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่หลายขุม แต่การโฟกัสการให้บริการที่ชัดเจนในภูมิภาคก็ทำให้เชื่อว่าโอกาสจะอยู่ในมือของสินเอเซีย

ชาญชัย บอกว่า ยอดสินเชื่อทั้งหมด 5 ล้านล้านบาท อยู่ในต่างจังหวัดถึง 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60-70% ดังนั้นตลาดภูมิภาคจึงเป็นที่หมายตามาโดยตลอด โดยเฉพาะธุรกิจที่มียอดขาย 200 ล้านบาทขึ้นไป ที่สามารถให้วงเงินสินเชื่อได้ถึง 30-50 ล้านบาทต่อราย

"ถ้าจะวัดต้องดูกันที่ต้นทุนจากรายได้ที่จะเข้ามาว่าอยู่ในระดับใด เราจึงไม่แข่งที่ขนาดแต่จะแข่งเรื่องบริการลูกค้ามากกว่า"

สินเอเซีย ปัจจุบันถือหุ้นหลักโดยกระทรวงการคลัง 31% และธนาคารกรุงเทพ 19% โดยมีเงื่อนไขว่าภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2550 นี้ กลุ่มบัวหลวงหรือแบงก์กรุงเทพต้องถอนตัวออกไป ให้เหลือหุ้นไว้เพียง 10% ตามกฎเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่บังคับให้ 1 แบงก์มีเพียงสถานะเดียว ดังนั้น แบงก์หนึ่งก็ไม่ควรจะเข้าไปมีบทบาทบริหารในอีกแบงก์

ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ ได้เปิดโอกาสให้ "สินเอเซีย" ต้องปรับเปลี่ยนเซ็กเมนต์ลูกค้าใหม่ จากรายใหญ่และกลางมาเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม ก่อนจะต่อยอดไปถึงรายย่อยในอนาคต ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นว่าใครจะเข้ามาเป็นเจ้าของคนใหม่

การเปิดตัวแบงก์ใหม่โดยที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปมาในช่วงปีนี้ นอกจากจะบ่งบอกถึงสถานภาพที่ยังไม่นิ่งเพราะโครงสร้างผู้ถือหุ้น สินเอเซียก็ยังติดภาพ "บุญเก่า" ในสมัยที่เป็น "ซูเปอร์ไฟแนนซ์" และถือหุ้นโดยบัวหลวง ดังนั้นฐานลูกค้าส่วนใหญ่จึงจำกัดวงเฉพาะรายใหญ่ และผู้ประกอบการรายเล็ก ส่วนรายย่อยหรือรีเทล ยังเป็นเรื่องของอนาคต

เหมือนจะรู้ดีว่าแบงก์จัดอยู่ในกลุ่ม "มวยรุ่นเล็ก" สินเอเชีย จึงเลือกจะโฟกัสตลาดไปที่ภูมิภาคแทน พร้อมกับทุ่มลงทุนด้านไอที และขยายสาขาในต่างจังหวัด โดยปี 2550 จะเพิ่มเครือข่ายอีก 12 แห่ง เป็นกรุงเทพฯ ปริมณฑล 4 แห่งและภูมิภาค 8 แห่ง

พร้อมวางแผนขยายสินเชื่ออีก 40% คิดเป็น 39,445 ล้านบาท จากปัจจุบัน 29,004 ล้านบาท โดยเน้นไปที่สินเชื่อขนาดใหญ่และกลาง ขณะที่ตลาดรายย่อยอาจจะเริ่มได้จริงในไตรมาส 3-4 ปีนี้

ธงชัย อานันโทไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสินเอเซีย ยอมรับว่า ธุรกิจคอนซูเมอร์แบงก์ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต ที่มีมูลค่ากว่า 7-8 หมื่นล้านบาท ยังเล็กอยู่ ขณะที่สินเชื่อบุคคลก็มีเค้ก 2-3 แสนล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่การแข่งขันรุนแรง และตลาดก็ตกอยู่ในมือทุนจากต่างชาติ ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ของสินเอเซียก็จะจำกัดวงอยู่ในกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการขนาดเล็กมากกว่า

กลุ่มเป้าหมายของสินเอเซีย จึงยังไม่ใช่ตลาดรีเทล แบงกิ้งเต็มตัว แต่จะเป็นผู้ประกอบการที่ยังเข้าไม่ถึงธนาคาร และยังใช้ขยายกิจการหรือลงทุนจากการหยิบยืมและกู้นอกระบบเป็นหลักมากกว่า

"มีธุรกิจจำนวนมากที่กู้เงินจากสินเชื่อนอกระบบ แต่ถ้าจะเข้าไปในกลุ่มนี้ธนาคารก็ต้องมีระเบียบ ส่วนสินเชื่อบุคคลยังไม่อยากผลีผลาม"

ธงชัยบอกว่า สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสาขา ซึ่งในอนาคตหลังการขยายสาขานับจากปีนี้ ก็จะเริ่มเปิดตัวในตลาดหลากหลาย รวมถึงการเปิดตัวธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อ ที่คาดจะเห็นในปีนี้ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจหลักทรัพย์ (บล.)

"เรามีกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และขนาดกลางมาตลอด จนเริ่มขยายตัวในปี 2548 และกำลังเข้าสู่การขยายสาขา และเปิดตัวสู่ธุรกิจรายย่อยในปี 2549-2550 อย่างต่อเนื่อง"

ธงชัยยอมรับว่า ธุรกิจรีเทลเป็นที่น่าจับตาดูเป็นพิเศษ เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจชะลอตัว กลุ่มนี้มักจะออกอาการก่อนคนอื่น แต่ถึงที่สุดก็ต้องให้บริการทุกกลุ่มเป้าหมายเหมือนกับแบงก์อื่น

ในปี 2549 มียอดสินเชื่อ 32,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,864 ล้านบาท ขยายตัว 27% แบ่งเป็นยอดสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กและย่อม และกิจการสาขารวมกัน 29,004 ล้านบาท มียอดเงินฝาก 26,148 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 758.5 ล้านบาท ลดลง 402.6 ล้านบาท คิดเป็น 21.5%

นิยามแบงก์น้องใหม่ที่ไม่คิดจะวัดกันที่ขนาด ถึงแม้จะไม่น่ากลัวในวันนี้ แต่ในอนาคตก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่า สินเอเซียจะเดินไปในทิศทางใด จนกว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จะถูกต้องตรงตามเงื่อนไขแบงก์ชาติ...   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย