Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2538








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2538
ทีพีไอพีแอล กับบทเรียนจากตราสารอนุพันธ์             
 

 
Charts & Figures

สัดส่วนหนี้เงินต่างประเทศของทีพีไอฯ 31 ธ.ค. 2537


   
www resources

โฮมเพจ ทีพีไอโพลีน

   
search resources

ทีพีไอ โพลีน, บมจ.
ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
Chemicals and Plastics




ในระหว่างที่ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์ ได้ส่งผลให้เกิดความสับสนวุ่นวายต่อการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกนั้น ความประมาทเลินเล่อจาการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ ( Derivatives) ของอังกฤษอย่างแบริ่ง บราเธอร์ ก็เข้ามาซ้ำเติมในภาวะการชงทุนที่แย่อยุ่แล้วย่ำแย่ลงไป จนยากที่จะฟื้นได้ในเร็ววัน

ยิ่งกว่านั้น ใครจะคาดคิดว่าเพียงระยะเวลาห่างออกมาไม่ถึงเดือน ความผิดพลาดในการลงทุนในตราสารอนุพันธ์จะระบาดเข้ามาถึงเมืองไทย เมื่อผู้ค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมียักษ์ใหญ่รายหนึ่งอย่างบริษัททีพีไอโพลีน ( TPIPL) กำลังจะประสบภาวะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม่จะยังไม่ใช่ยอการขาดทุนที่เกิดในทันที แต่ในทางบัญชี ผลการขาดทุนได้เกิดขึ้นไปแล้ว

การขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนของทีพีไอโพลีน มีมูลเหตุเเริ่มขึ้นในปี 2533 เมื่อบริษัททำสัญญากู้เงินกับ kreditanstalt Fuer Wiederaufbau( KFW) ธนาคารของเยอรมัน วงเงิน 228,868,432 มาร์กเยอรมันนี แต่เนื่องจากรายได้ ของบริษัท เป็นเงินบาท ที่รู้กันว่าผูกติดอยู่กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจึงต้องการควบคุมความเสี่ยงโดยแปลงสกุลเงินที่กู้เป็นเงินดอลลาร์ แต่สัญญาที่ทำกับ KFW เปิดทางให้แปลงสกุลเงินได้เพียง 85,592,432 มาร์ก ฉะนั้นเงินมาร์กที่เหลืออยู่ 143,276,000 มาร์ก จึงมีความเสี่ยงทันที

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง พนักงานขายตราสารอนุพันธ์ ของยูเนี่ยนแบงก์ออฟสวิตเซอร์แลนด์หรือยูบีเอส ก็เข้ามาขอพบฝ่ายบริหารของบริษัทเพื่อมาเสนอขาย " DM Cost Reduction Interest Rate Swap" ตราสารอนุพันธ์คุ้มความเสี่ยงในวงเงินกู้ดังกล่าว

ว่ากันว่า ในครั้งนั้น ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการบริหาร หัวเรือใหญ๋ของบริษัทไม่ต้องการที่จะลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่เสนอมามากนัก แต่ปล่อยให้ที่ปรึกษาการเงินคือ อนุชา เหล่าขวัญสถิตย์ ที่ปรึกษาการเงินของบริษัท เป็นผุ้ตัดสินใจ และในที่สุด ก็เชื่อตามคำเสนอของเซลสแมนลงทุนในตราสารอนุพันธ์ดังกล่าว โดยไม่คาดคิดว่า การตัดสินใจในครั้งนั้นได้เพิ่มความเสี่ยงของบริษัทโดยไม่รู้ตัว

กรรมการบริหารทีพีไอ กล่าวว่า ตอนที่เซลสแมน ของยูบีเอส มาเสนอขายนั้นมีการคาดการณ์ว่า ดอกเบี้ยเงินกู้สกุลมาร์กมีแนวโน้มลดลง หากไม่ลงทุนใน DM Cost Reduction interest Rate Swap บริษัทจะเสียประโยชน์ภาระดอกเบี้ยจ่ายในอัตราสูง อีกทั้งความเข้าใจของบริษัทจากที่ฟังจากธนาคารในตอนนั้น ก็คือตราสารอนุพันธ์ที่ลงทุนจะทั้งคุ้มความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความเสี่ยงของบริษัทจึงเพิ่มขึ้น เพราะดอกเบี้ยเงินมาร์กสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันคาเงินมาร์กก็แข็งขึ้นโดยบริษัทไม่ได้คุ้มกันความเสี่ยง"

ผลจากความผิดพลาดทางการบริหารความเสี่ยงที่อาจทำให้บริษัทต้องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ได้ส่งผลอย่างรุนแรงต่อราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการเทขายออกมาจำนวนมาก ราคาหุ้นรูดลดลงจนติดฟลอร์ติดต่อกันมากว่า 3 วัน รวมแล้วราคาได้ลดลงกว่า 50% เทียบกับที่เคยสุงสุด 266 บาทเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2537

บริษัทได้ชี้แจงว่า เหตุการร์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อฐานะการเงินของบริษัท แต่อาจมีผลกระทบต่ออัตรากำไรบ้าง แต่จะไม่มีผลต่อการชำระเงินสดเมื่อถึงกำหนดเวลา แต่ในเบื้องต้นมีนักวิเคราะห์ประมาณการว่า ความเสียหาย จะเริ่มปรากฏในรอบบัญชีไตรมาสแรกปี 2538 คาดว่ายอดขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 140-160 ล้านบาท

อนุชา ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ผู้ที่มีส่วนในการตัดสินใจเรื่องนี้ แจ้งว่า เหตุผลที่ความเสี่ยงในการบริหารงานบริษัทเพิ่มขึ้น เพราะบริษัทสำคัญผิดเชื่อในความน่าเชื่อถือและคำแนะนำและเร่งเร้าอย่างแข็งขัน ของยุบีเอส ที่จริงบริษัทติดต่อธนาคารไปเพราะต้องการลงทุนในอนุพันธ์ที่คุมความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินมาร์กโดยตรง ( straight currency swap) แต่ตราสารอนุพันธ์ที่ยูบีเอส เสนอขายมาไม่เป็นตามที่บริษัทต้องการ และท้ายที่สุดเป็นเหตุให้บริษัทต้องยื่นฟ้องยูบีเอส ต่อศาล เพราถือว่า เจตนารมณ์แรกเริ่มของบริษัทนั้นไม่ได้รับการตอบสนอง interest rate swap นั้นถือว่าเป็นตราสารอนุพันธ์ ที่ในสัญญาที่ทำกันระหว่าง 2 ฝ่ายที่จะแลกภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย เช่นฝ่ายหนึ่งกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่ลงทุนในสัญญาที่จะแลกสิทธิชำระในอัตราดอกเบี้ยลอยตัวหรือในอัตราที่ต่างออกไป

ผู้สังเกตุการณ์ทางการเงิน วิเคราห์สถานการณ์ที่ทีพีไอ ฯ ตัดสินใจฟ้องยูบีเอส ในคราวนี้เป็นเพียงผลทางภาพพจน์เท่านั้น คงไม่สามารถแก้ไขสัญญาในตราสารอนุพันธ์ที่บริษัทลงทุนไปได้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีพีไอฯ ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดอนุพันธ์แต่ละคนมองแนวโน้มของตลาดต่างกัน ในกรณีของทีพีไอฯ น่าจะเป็นเพราะว่ามองแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะถูกลง ทำให้เชื่อว่าค่าเงินมาร์กน่าจะอ่อนตัวลงเป็นประโยชน์ เมื่อชำระหนี้ แต่การคาดการณ์ดังกล่าวผิดพลาด ผนวกกับความไม่เข้าใจในสัญญาในตราสารอนุพันธ์ จึงทำให้บริษัทจึงต้องรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่า การที่ยูบีเอส เสนอขาย Dm cost reduction interest rate swap" ให้ทีพีไอ ฯ อาจเป็นเพราะว่ายูบีเอส ต้องการลดสัดส่วนการถือหุ้นตราสารอนุพันธ์ชนิดนี้ในพอร์ตที่ะนาคารรับมาจากลูกค้ารายอื่น

ในฝั่งยูบีเอส รายงานล่าสุด ระบุว่า ฝ่ายกฎหมายของธนาคาร ก็เตรียมรับมือกับการฟ้องร้องของทีพีไอฯ เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หนี้เงินกู้สกุลมาร์ก ของบริษัทส่วน ใหญ่เป็นหนี้ระยะยาว ในส่วนระยะสั้น ที่ใกล้เวลาชำระมีเพียงเล็กน้อย ฉะนั้นผลที่จะเกิดขึ้นต่อฐานะการเงินของบริษัทไม่น่ามากนัก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีพีไอฯ ในคราวนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ และเชื่อว่า จะมีอีกหลายบริษัทไทยตกอยู่ในสถานะเดียวกัน ในอนาคต กรณีดังกล่าวอาจมีมากขึ้นเมื่อมีการตั้งตราสารอนุพันธ์ขึ้นในประเทศไทย เพราะตราสารอนุพันธ์นั้นถือว่าเป็นตราสารที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจอย่างมาก ที่จะนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในเมืองไทยจะหามีผู้เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีนั้นน้อยเต็มที

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย