Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์5 มีนาคม 2550
พีดีเอโฟน ตลาดอนาคต 3 แบรนด์ดังขนทัพเข้าชิงชัย             
 


   
www resources

โฮมเพจ ล็อกซเล่ย์
โฮมเพจ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โฮมเพจ โอทู

   
search resources

ล็อกซเล่ย์, บมจ.
ซินเน็ค (ประเทศไทย), บจก.
PDA
โอทู เอเชีย แปซิฟิก




ตลาดพีดีเอโฟนไทยมูลค่า 1,800 ล้านบาท ยังคงความร้อนแรง แรงจัด เมื่อ "ซินเน็ค" เล็งเห็นตลาดอนาคตไกล จับมือแบรนด์ "มีโอ้" ผู้นำตลาดจีพีเอส พีดีเอโฟนจากไต้หวันนำบุกตลาด หวังอาศัยชื่อผู้ผลิตจีพีเอสเบอร์หนึ่งของโลกเข้าช่วงชิง ตั้งเป้าขอส่วนแบ่งตลาด 10% ด้านล็อกซ์เล่ย์ไม่น้อยหน้าส่ง "จีสมาร์ท ไอ300" ชูฟีเจอร์จีพีเอสเข้าประกบเช่นกัน ขอติดท็อป 3 ก็พอ ส่วนโอทูเข็น "เอ็กซ์ดีเอ อะตอม ไลฟ์" มัลติมีเดีย พีดีเอเข้าสู้ เชื่อมั่นดีไซน์บวกแอปพลิเคชั่นสู้คู่แข่งได้ พร้อมประกาศตำแหน่งผู้นำใครห้ามแตะ

ตลาดพีดีเอโฟนเมืองไทยร้องแรงไม่หยุด เมื่อบริษัทผู้ผลิตต่างพาเหรดกันนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เข้าตลาดกันแทบทุก อาทิตย์ เริ่มจากบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวพีดีเอโฟน "จีสมาร์ท" รุ่นไอ300 ที่มีจุดเด่นทางด้านจีพีเอสเข้ามาทำตลาด ขณะที่ทางบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด ได้ส่งพีดีเอโฟน "มีโอ้" รุ่นพี535 ที่มีจุดเด่นในเรื่องจีพีเอสเช่นกันเข้ามาสนองความต้องการของผู้บริโภคคนไทย

จากการเปิดเผยของ สุรช ล่ำซำ กรรมการบริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) พบว่า ตลาดพีดีเอโฟนในเมืองไทยจะเติบโต 10-20% ต่อปี โดยมียอดขายอยู่ประมาณ 80,000-100,000 เครื่อง

"ล็อกซเล่ย์ยังให้ความสำคัญกับตลาดพีดีเอโฟนในปีนี้เป็นพิเศษเนื่องจากมองเห็นว่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น โดยจะมุ่งไปสู่จีพีเอสโฟนมากขึ้น หลังจากที่กิ๊กกะไบท์ได้รีแบรนด์สินค้าในกลุ่มโทรศัพท์มือถือเป็นจีสมาร์ทแล้วเพื่อให้แบรนด์มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้ทางบริษัทสามารถทำตลาดได้อย่างเต็มที่มากขึ้นในปีนี้ ปีนี้ล็อกซเล่ย์มองว่า น่าจะขายพีดีเอ จีพีเอสโฟน 6 รุ่นขึ้นไป โดยอยากได้ส่วนแบ่งตลาดพีดีเอโฟนเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยปีที่ผ่านมาล็อกซเล่ย์ขายพีดีเอโฟน 3 รุ่นมียอดขายประมาณ 4,000-5,000 เครื่อง

สำหรับตำแหน่งทางการตลาดของจีสมาร์ท ไอ300 นั้น ทางล็อกซเล่ย์วางไว้เป็นพีดีเอ จีพีเอสโฟนที่มีที่ราคาอยู่ที่ 23,900 บาท ที่ถือว่าเกือบจะถูกที่สุดในตลาด มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ใช้พีดีเอโฟนอยู่แล้ว เป็นกลุ่มคนที่ชอบเทคโนโลยีและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนหรือพีดีเอโฟน รวมทั้งยังมีจุดขายเรื่องการลงซอฟต์แวร์ในกลุ่มที่ล็อกซเล่ย์พัฒนาเองที่แตกต่างจากคู่แข่งนอกเหนือจากซอฟต์แวร์เพาเวอร์ แมป

"ได้นำเข้ามาช่วง 2 เดือนแรกประมาณ 2 พันเครื่องและคาดว่าน่าจะขายได้เดือนละอย่างน้อย 700 เครื่อง"

ซินเน็คส่งมีโอ้เข้าประกวด

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้ ทางบริษัทฯ มีแนวทางในการขยายธุรกิจเข้ามาในหมวดสื่อสารโทรคมนาคมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากเดิมจำหน่ายสินค้าในกลุ่มไอทีมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบวีโอไอพีมาแล้ว และล่าสุดได้นำพีดีเอโฟน แบรนด์ "มีโอ้" เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนการที่ซินเน็คเลือกเปิดตัวในวงการสื่อสารโทรคมนาด้วยการทำตลาดพีดีเอโฟน "มีโอ้" จากประเทศไต้หวันนั้น สุพันธุ์มองว่า ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสินค้าแฟชั่นไปแล้ว แต่ละเดือนจะมีสินค้ารุ่นใหม่ๆ มาทำตลาดมากมาย การแข่งขันในตลาดรุนแรง เป็นการยากในการทำตลาด แต่ตลาดพีดีเอโฟนในเมืองไทยยังมีขนาดตลาดของพีดีเอโฟนน้อยมากประมาณ 1% ของตลาดมือถือโดยรวมซึ่งยังสามารถขยายได้อีกมาก และคาดว่าปีนี้ตลาดพีดีเอโฟนจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีที่ผ่านมา ด้วยยอดรวมประมาณ 100,000 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าตลาดตกประมาณ 1,800 ล้านบาท

จุดขายที่ซินเน็คนำแบรนด์ มีโอ้เข้ามาทำตลาดนั้น เป็นเรื่องของแบรนด์มีโอ้ที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาดจีพีเอส พีดีเอโฟนในตลาดโลก ในปี 2549 ที่ผ่านมามีกำลังการผลิตคิดเป็น 50% ของตลาดรวมซึ่งรวมถึงการผลิตให้แบรนด์อื่นด้วย ขณะที่ผลิตภายใต้แบรนด์มีโอ้ประมาณ 20% ของตลาดรวมทั้งหมดหรือคิดเป็นประมาณ 1,500,000 เครื่องโดยเป็นผู้นำอันดับในยุโรป และกำลังขยายตลาดมาแถบเอเชีย จีน

มีโอ้ เอ701 ที่ซินเน็คนำเข้ามาบุกตลาดในครั้งนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่รวม 3 ระบบไว้ในเครื่องเดียวกันคือ หนึ่ง ฟังก์ชันการใช้งานแผนที่นำทางเพื่อใช้งานการค้นหาเส้นทาง และจำเส้นทางเดิมที่เคยค้นหาได้เมื่อมีการเมโมรี่ไว้ก่อน.สอง ระบบการเชื่อมต่ออีเมล์ การเก็บข้อมูล และสาม ระบบการสื่อสารหรือการเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มคนทำงานและนักธุรกิจที่มีความทันสมัย มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองและมีความคุ้นเคยในแบรนด์ มีโอ้ว่าเป็นผู้นำในเทคโนโลยีระบบแผนที่ระดับโลก

"บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำท็อป 3 ในตลาดจีพีเอส พีดีเอโฟนในประเทศไทยภายใน 2 ปี โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 10% ของตลาด ภายใต้งบโฆษณาและประชาสัมพันธ์ประมาณ 10 ล้านบาท"

โอทูหวังผู้นำตลาดต่อ

ในปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตพีดีเอโฟนอีกรายในตลาดโลก ประสบปัญหาเรื่องการประเมินกำลังการผลิตสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการตลาดส่งผลให้ยอดขายโอทูในประเทศไทยดูไม่เปรี้ยงปังเหมือนเมื่อปีก่อนหน้านี้

มาร์ค บิลลิงตัน ซีอีโอของโอทู เอเชียแปซิฟิกตะวันออกกลางได้กล่าวถึงกิจกรรมของโอทูในปีที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ไปทำโรดโชว์และกิจกรรมต่างๆ ในประเทศตะวันออกเพื่อทำการขยายตลาดจากเดิมบริษัทจะเน้นการทำตลาดในประเทศเอเชียเป็นหลัก ทั้งนี้ยังได้มีการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า

"ในปี 2549 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทยประมาณ 43% โดยในปี 2550 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2549 เพื่อเป็นการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดพีดีเอโฟนต่อ เนื่องจาก โอทูเป็นแบรนด์ที่แข็งแรง มีทีมงานที่ดีและมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพโดยตลาดรวม พีดีเอปี 2550 อยู่ที่ 300,000 เครื่อง"

มาร์ค บิลลิงตันยังบอกอีกว่า ในปี 2550 โอทูจะนำผลิตภัณฑ์เข้ามามากขึ้น โดยในไตรมาสแรกที่บริษัทจะเปิดตัวจะมีทั้งหมด 4 รุ่น และจะทำการออกมาอีก 3-5 ตัวประมาณไตรมาสที่ 4 หรือปลาย ปี 2550 ทั้งนี้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ 4 รุ่นที่บริษัทจะเปิดตัวในไตรมาสแรก บริษัทตั้งเป้ายอดขายรุ่นละ 10,000 เครื่องหรือ 40,000 เครื่องในตลาดประเทศไทย

ล่าสุด โอทูได้เปิดตัวพีดีเอโฟนรุ่น เอ็กซ์ดีเอ อะตอม ไลฟ์เพื่อตอบสนองความต้องการงานทางด้านมัลติมีเดีย โดยยังคงให้ความสำคัญไม่เพียงแต่กับความสามารถในการสร้างผลงาน แต่ยังรวมถึงความสร้างสรรค์ในการทำงาน ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องกรอบ สีดำวาวตัดขอบโครเมี่ยม น้ำหนัก 145 กรัม พร้อมคุณสมบัติการเชื่อมต่อแบบไร้สายความเร็วสูง เอชเอสดีพีเอรองรับมาตรฐานการสื่อสารยุค 3.5จี พร้อมกับบลูทูธและไวร์เลสแลนในตัวเครื่อง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย