Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์5 มีนาคม 2550
"ยู สตาร์" ยกเครื่องอัพแบรนด์ จ่อเบอร์ 2 ขายตรงชั้นเดียว             
 


   
www resources

โฮมเพจ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

   
search resources

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, บมจ.
Cosmetics
Direct sale




อากู๋ ทุ่ม 50 ล้านบาท รีแบรนด์ "ยู สตาร์" เปลี่ยนโฉมจากสีส้มเป็นสีแดง พร้อมปรับแนวรบชูกลยุทธ์แบบผสมผสาน เสริมภาพลักษณ์เคาเตอร์แบรนด์ ยกระดับสู่พรีเมียม ลบภาพแบรนด์สาวโรงงาน เล็งเพิ่มกำลังไดเร็ก เซลล์ สาว 100% เข้าถึงผู้บริโภค สิ้นปีหวังขึ้นแท่นเบอร์ 2 แทนเอวอน

การแข่งขันในธุรกิจขายตรงมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ส่งสัญญาณร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี เพราะเมื่อข้ามเข้าสู่ปีใหม่ไม่เพียงกี่วัน ผู้นำขายตรงอย่าง "แอมเวย์" ก็ประกาศกลยุทธ์ใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์สู้ศึกเป็นรายแรก ขณะที่บรรยากาศในตลาดขายตรงชั้นเดียวก็คึกคักไม่แพ้กัน เมื่อแบรนด์ยู สตาร์ ของค่ายแกรมมี่ประกาศรีแบรนด์ดิ้งอย่างเป็นทางการ หลังจากมีนโยบายปรับภาพลักษณ์ขยับสู่พรีเมียมตั้งแต่ปีก่อน ภายใต้การบริหารของเกรียงสิทธิ์ ศิริชาติไชย ผู้เข้ารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการคนล่าสุด ที่มีการเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยหวังจะคว้าเบอร์สองมาครองให้ได้ หลังจาก "เอวอน" อดีตเจ้าของตำแหน่งโบกมือลาไปสนามขายตรงหลายชั้น (MLM) แล้ว

สำหรับการรีแบรนด์ครั้งนี้ นับเป็นความพยายามอีกครั้งของแกรมมี่ ที่ต้องการปั้นแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับและเข้าไปอยู่ในใจสาวออฟฟิศ นักศึกษาให้ได้ทั้งแบรนด์และตัวสินค้า หลังจากเคยปล่อยหมัดเด็ดไปหลายครั้ง เช่น การนำนักร้องแถวหน้าของค่าย นำโดยธงไชย แมคอินไตย, จินตรา พูนลาภ, แคทรียา อิงลิช และนัท มีเรีย มาช่วยผลักดันแบรนด์ยูสตาร์ให้เป็นที่รู้จักในข้ามคืน ซึ่งถือว่ากลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยวัดจากการก้าวขึ้นติดอันดับ 1 ใน 5 แบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จักและยอมรับภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน และขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 600 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 1 ปี

ทว่า เมื่อวัดผลในระยะยาว ยู สตาร์ยังเป็นรองผู้เล่นหลักในตลาดอีกหลายช่วงตัว โดยเฉพาะ "มิสทีน" แบรนด์ผู้นำที่อยู่ในตลาดมานานกว่า แถมมีทีเด็ดในเรื่องพรีเซนเตอร์เช่นกัน อาทิ การส่งนักร้องทรีโอ D2B มาเป็นสะพานเชื่อมให้กับชุดเมคอัพ พิงค์เมจิกไปสู่กลุ่มวัยรุ่น การนำหนุ่ม ศรราม มาดึงดูดสาวๆ เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายมิสทีน หรือการคว้าสาวฮอตอย่างอั้ม พัชราภา มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับตัวแป้ง นัมเบอร์วัน ซูเปอร์ พาวเดอร์ เพื่อเจาะลูกค้าสาวกลุ่มออฟฟิศจนถึงปัจจุบัน ทำให้การนำนักร้องซุปเปอร์สตาร์มาทำหน้าที่สื่อสารกับผู้บริโภคของยู สตาร์ ก็ทำได้แค่ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในเวลารวดเร็ว ขณะที่การเข้าถึงและความใกล้ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคถือว่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างมิสทีน หรือแม้แต่คู่แข่งสำคัญอย่าง คิวท์เพรส ที่ต้องการคว้าอันดับ 2 มากอดไว้เช่นกัน

ดังนั้น การทำตลาดในช่วงหลัง ยู สตาร์จึงขยันจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมากขึ้น โดยหวังว่าจะสร้างประสบการณ์ตรงและความคุ้นเคยกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เช่น การจัดเวิร์คชอปสอนแต่งหน้า การจับมือกับเมเจอร์ฯและนิตยสารกอสซิป ผุดโครงการ "ยู สตาร์ ไอดอล ตามล่าหาดาว" เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่อายุ 19 - 25 ปี จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอายุ 25 - 35 ปี และหวังว่าจะสามารถขยับแชร์ขึ้นมาเป็นที่ 2 ในตลาดขายตรงชั้นเดียวให้ได้

"U Star Idol ตามล่าหาดาว เป็นโครงการหนึ่งที่บริษัทตั้งเป้าว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายของปีนี้โตเพิ่มขึ้นอีก 25% แน่นอนว่าความตั้งใจแรกเริ่มที่บริษัทตั้งใจจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 คงหนีไม่พ้นปลายปีนี้ หรือช้าสุดก็คงเป็นปี 2550 เพราะเป็นปีที่ยู สตาร์ จะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาเขย่าตลาดขายตรง" เป็นคำกล่าวของ เกรียงสิทธิ์ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยู สตาร์ ประเทศไทย

การประกาศรีแบรนด์ของยู สตาร์ภายใต้งบกว่า 50 ล้านบาทในครั้งนี้ นอกจากเป็นการสานนโยบายต่อจากโครงการยู สตาร์ ไอดอล ตามล่าหาดาว เพื่อขยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่แล้ว ยู สตาร์ยังต้องการยกระดับแบรนด์ให้เป็นพรีเมียมมากขึ้น เพราะจากการกำหนดราคาสินค้าให้ถูก เพื่อเจาะตลาดระดับแมส ได้กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ผู้บริโภคระดับบนที่พอใจในคุณภาพสินค้า แต่ไม่มีความภูมิใจและรู้สึกอายเมื่อต้องหยิบสินค้าขึ้นมาใช้

ทำให้ยูสตาร์จึงทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ด้วยการปรับสีของแบรนด์จากส้มเป็นแดง เพื่อให้เห็นถึงความร้อนแรง โดยเชื่อว่าจะเข้าถึงกลุ่มสาวๆ ในเมืองทั้งนักศึกษาและคนทำงานได้ พร้อมกับนำกลยุทธ์แบบผสมผสานมาใช้ในการพัฒนาสินค้าด้วย เช่น การนำนวัตกรรมจากสินค้าเคาเตอร์แบรนด์มาใช้มากขึ้น เพื่อสนองผู้บริโภคที่ต้องการภาพลักษณ์สินค้าเคาเตอร์แบรนด์

"เราปรับมาเป็นสีแดงเพราะเชื่อว่าจะสะท้อนถึงความร้อนแรงกับคนรุ่นใหม่ในเมืองได้เป็นอย่างดี ซึ่งการรีแบรนด์ครั้งนี้เราต้องการลบภาพการเป็นแบรนด์สาวโรงงานหรือแบรนด์รากหญ้า และอัพสู่แบรนด์พรีเมียมมากขึ้น เพื่อขยายฐานคนรุ่นใหม่ในเมืองระดับซีบวกขึ้นไปจากเดิมที่จะเป็นซีลบ โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายมาจากต่างจังหวัดราว 60% ซึ่งอนาคตเราจะเพิ่มสัดส่วนในกรุงเทพฯให้มากขึ้น" เกรียงสิทธิ์ กล่าว

ขณะเดียวกันยูสตาร์ก็จะขยายช่องทางการขาย และเพิ่มไดเร็คเซลล์สาวจำหน่ายให้เป็น 400 คนในปีนี้ จากที่มีอยู่ 200 คน เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

"บริษัทมองว่าการแข่งขันในตลาดขายตรงมีความรุนแรงสูงมากขึ้น เมื่อเทียบกับการแข่งขันจากปีก่อนๆ ส่วนใหญ่ตลาดจะแข่งเรื่องของราคา โดยจะเห็นได้จากปัจจุบันธุรกิจนี้เกิดใหม่ในตลาดมากขึ้น แต่การแข่งขันแบบการขายผ่านไดเร็คเซลล์มากกว่า 50% จะมีเพียง 2 - 3 แบรนด์ในตลาดเท่านั้น โดยบริษัทเชื่อว่าสาวจำหน่ายจะทำยอดขายได้กว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด" เป็นคำกล่าวของ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงชั้นเดียว แบรนด์ "ยู สตาร์"

นอกจากการปรับภาพลักษณ์ใหม่ในประเทศแล้วนั้น บริษัทเตรียมแผนขยายไปตลาดสู่ต่างประเทศอาทิ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรต ซึ่งการเข้าทำตลาดจะเข้าไปในรูปแบบการแต่งตั้งคนท้องถิ่นเป็นดิสทริบิวเตอร์ให้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นการเจรจา

ต้องจับตามองลุคส์ใหม่ของยู สตาร์ ในปี 2550 กับกลยุทธ์ตลาดที่ถูกวางไว้ ว่าจะดุเด็ด เผ็ดมันส์ จนสามารถเบียดคิวท์เพรสขึ้นแท่นเบอร์ 2 รองจากผู้นำอย่างมิสทีนได้หรือไม่ และคงต้องลุ้นกันว่ายอดขายยู สตาร์ในสิ้นปีนี้จะเติบโตถึง 35 % และมียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 35 % ตามที่ตั้งเป้าไว้ด้วยหรือเปล่า   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย