Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 มีนาคม 2550
ซูเปอร์สปอร์ตทุ่ม90ล.ลุยศึก ปลื้มร้านรองเท้าฟิตติดลมบน             
 


   
search resources

ซี อาร์ ซี สปอร์ต ,บจก.
Marketing
Shoes and Foot wears
ณัฐ วงศ์พานิช




เปิดแผนซูเปอร์สปอร์ต ตั้งหน้าตั้งตาขยายสาขาต่ออีก 10 สาขา หมายมั่นปั้น “ฟิต” ชอปเฉพาะรองเท้า รับการโตตลาดรองเท้าพุ่งต่อปีกว่า 30% พร้อมควัก 60 ล้านโฟกัสตลาดเฉพาะกลุ่ม เชื่อสิ้นปียอดรวมทะลุ 4 พันล้านบาท

นายณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ผู้บริหารร้านซูเปอร์สปอร์ต บริษัทในเครือซีอาร์ซี เปิดเผยถึง บริษัทได้จัดงบประมาณไว้กว่า 90 ล้านบาท สำหรับดำเนินตามแผนงานของบริษัทในปี 2550 โดยจะใช้สำหรับการขยายสาขาประมาณ 10 แห่ง ทั้งในตัวกรุงเทพและเปิดตามหัวเมืองใหญ่ แบ่งเป็นรูปแบบของร้านซูเปอร์สปอร์ต ที่เป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เสื้อผ้าและรองเท้ากีฬา 5 แห่ง และร้าน"ฟิต"(Fit by supersports) ซึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายรองเท้าโดยเฉพาะ และเป็นชอปที่แยกออกมาต่างหากอีก 5 แห่ง

โดยงบประมาณที่จะใช้สำหรับการเปิดร้านซูเปอร์สปอร์ตเต็มรูปแบบขนาดใหญ่พื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร อยู่ที่ 10-15 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับทำเลเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่ร้าน"ฟิต" (Fit by supersports) คาวด่าจะใช้งบลงทุนเฉลี่ยสาขาละประมาณ2-3 ล้านบาท พื้นที่ประมาณ 100-120 ตารางเมตร

ปัจจุบัน บริษัทฯจะมีจำนวนสาขารวมกว่า 55 สาขา แบ่งเป็นซูเปอร์สปอร์ต 50 สาขา และร้าน"ฟิต"(Fit by supersports) อีก 5 สาขา เมื่อหากดูจากแผนการขยาย 10 สาขาในปีนี้ คาดว่าสิ้นปีบริษัทฯมีจำนวนสาขาทั้งหมดเป็น 65 สาขา

“สาเหตุที่บริษัทฯเลือกที่จะขยายสาขา 2 รูปแบบนั้น บริษัทได้เล็งเห็นถึงการเติบโตของกลุ่มธุรกิจกีฬาที่นับวันยิ่งจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ปีที่ผ่านมาการเติบโตรวมของบริษัทมีอยู่ 15% และโดยเฉพาะอัตราการเติบโตของกลุ่มรองเท้าในแต่ละปีมีสูงถึง 30% เฉลี่ยการซื้อรองเท้า ปีละ 2 ครั้ง ดังนั้นบริษัทจะโฟกัสทำตลาดของร้านฟิตมากขึ้น เนื่องจากการเติบโตยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ เมื่ออยู่ในช่วงวิกฤตช่วงนี้ โดยจะมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่ๆเข้ามาทำตลาด”

ทั้งนี้กลุ่มสินค้าของบริษัทฯแบ่งได้เป็นรองเท้าแฟชั่น 50% และรองเท้ากีฬา 50% ขณะเดียวกันยังสามารถแบ่งได้เป็นสินค้าชายและหญิงในจำนวนเท่าๆกัน หรือมีรายการสินค้าทั้งหมดประมาณ 600 เอสเคยู โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ชื่นชอบกีฬาและสนใจด้านแฟชั่น อายุอยู่ระหว่าง 13-30 ปี

นอกจากการขยายสาขาเพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นแล้ว บริษัทฯยังมองหาช่องทางสำหรับการทำตลาดเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง โดยได้เพิ่มงบประมาณสำหรับทำตลาดในปีนี้เป็น 60 ล้านบาท จากเดิมในปีที่ผ่านมาที่ใช้อยู่ที่ 50 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯจะมุ่งการทำตลาดในรูปแบบของการทำบีโลว์เดอะไลน์ ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณไปกว่า 40 ล้านบาท สำหรับเจาะกลุ่มลูกค้ารักกีฬาโดยเฉพาะ เช่น การจัด “กอล์ฟ แฟร์ พลัส” ศูนย์รวมอุปกรณ์กอล์ฟ การจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจต่อลูกค้าซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจได้เป็นอย่างดี

นายณัฐ กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เราก็ยังคงเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจต่อเนื่องไม่หยุด พร้อมกับยังยืนยันอัตราการเติบโตเท่าเดิมที่ตั้งเมื่อต้นปีคือ 25-30% และตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้อยู่ที่4,000 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้อยู่ที่ 3,300 ล้านบาท จากตลาดรวมกีฬาที่มีมูลค่ามากกว่า 18,000 ล้านบาทในปีนี้

นอกจากนั้นหากพิจารณาดูจากสัดส่วนยอดขายของบริษัทฯ แล้วพบว่า รองเท้ามียอดขายสูงที่สุดคิดเป็นส่วนแบ่งรายได้กว่า 22% จากยอดขายรวมบริษัทฯ และมีการเติบโตมากกว่า 25% ตลอดมา รองลงมา คือ เสื้อผ้า มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 18% อันดับที่ 3 คือ กอล์ฟ มีสัดส่วนรายได้ 17 % ส่วนอันดับที่4. คือ เครื่องออกกำลังกาย คิดเป็นสัดส่วนที่ 15% และสุดท้ายอันดับที่ 5. คือ แร็คเก็ต มีสัดส่วนรายได้ 10% ที่เหลือเป็นสินค้าอื่นๆรวมกัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย