Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 มีนาคม 2550
ราชธานีเท3หมื่นล.ลุยอสังหาฯขอ5ปีบูมภูเก็ต-จ้องเทคหุ้นรุด             
 


   
search resources

บุญ วนาสิน
Real Estate
Hospital
ราชธานี กรุ๊ป




นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ราชธานี กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลปิยะเวท เครือโรงพยาบาลธนบุรี และธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานบริษัทฯ นับจากนี้จะใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะ 5 ปี โดยแบ่งเป็น การพัฒนาโครงการที่ภูเก็ต 2 โครงการขนาดใหญ่ และสมุย ในรูปแบบคอนโดมิเนียม รีสอร์ต และบ้านเดี่ยว โดยที่ภูเก็ตมีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ซึ่งโครงการบริษัทฯ จะเน้นการขายให้กับชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง และตั้งเป้าจะมีกำไรจากการลงทุนดังกล่าวที่ประมาณ 20% ต่อปี

สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทได้มีการลงทุน โครงการอาหรับทาวน์ พระราม 9 ขนาดพื้นที่ 300,000 ตร.ม. มูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท เปิดขายได้เกือบ 100% ขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่นาน ได้แก่โครงการเดอะพีค สมุย ที่จังหวัดสุราษฎ์ธานี

นายแพทย์บุญ ยังกล่าวว่า ที่โครงการเดอะพีค สมุย ได้มีการเพิกถอนใบอนุญาตจำนวน 6 แปลง หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 100ไร่ บริษัทฯก็ได้ย้ายการก่อสร้างในเฟสดังกล่าวลงมาด้านล่างของพื้นที่ ซึ่งมีอีกประมาณ 400-500 ไร่ก่อน ส่งผลให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

สำหรับการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ในปีนี้บริษัทยังเตรียมงบฯ ลงทุนอีกประมาณ 800-900 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เริ่มจากการเข้าซื้อกิจการและเพิ่มทุนบริษัทผู้ผลิตสีดัชบอย ด้วยงบฯลงทุน 300 ล้านบาท บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 75% และเตรียมเข้าซื้อหุ้นแบ็คดอร์ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดกลางอีก 2-3 ราย

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้น บริษัทได้เล็งเห็นว่าในภาวะตลาดในปัจจุบัน จากแผนเดิมที่จะนำธุรกิจเวชธานี กรุ๊ปเข้าตลาดซึ่งจะมีขั้นตอนที่ช้ากว่า แต่แนวทางนี้บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสภาพตลาดฯ และยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านภาษีด้วย

สำหรับการทำธุรกิจโรงพยาบาล แผนการทำตลาดนับจากนี้จะมุ่งขยายเครือข่ายโดยการร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในต่างประเทศ สร้างโรงพยาบาลในแถบยุโรป เยอรมันและอังกฤษ ด้วยการเข้าไปถือหุ้น สำหรับรูปแบบที่เข้าไปจะเป็นการเข้าไปบริการและเครื่องมือเข้าเสริมกับโรงพยาบาล แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน จากเดิมเจาะกลุ่มยุโรป อเมริกา หลายแห่งด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 15%

ด้านตลาดในเอเชียมองว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลี ที่หากเทียบค่ารักษาพยาบาลในไทยคิดเป็น 1 ใน 3 ของต่างประเทศ ดังนั้นบริษัทฯ จึงมองว่าการขยายตลาดเพิ่ม เป็นการเพิ่มยอดรายได้และขยายตลาดได้มากขึ้น จากปัจจุบันบริษัทเป็นซัปพลายบุคลากรให้แก่ประเทศจีน เช่นการฝึกอบรม ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นผู้นำด้านการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำและมีความพร้อมพอกับการขยายตลาด

แผนการทำตลาดในประเทศ ในส่วนของโรงพยาบาลธนบุรี บริษัทฯ เตรียมจัดวางแผนใช้ระยะเวลาภายใน 3 ปี จะใช้งบประมาณในการลงทุนอีก 500 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างอาคารใหม่ และเพิ่มขยายเตียงของผู้ป่วยหนักอีกเป็นจำนวน 200 เตียง ในส่วนการรักษาผู้ป่วยนอก เพื่อเพิ่มและขยายการรักษาให้ครอบคลุมปริมาณมากขึ้น จากปัจจุบันที่เปิดรักษาผู้ป่วยรวม 400 เตียง

ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ลงทุนเป็นจำนวนเม็ดเงินโดยประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ เพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ รองรับกับการเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยหนัก อาทิ ระบบทางเดินหัวใจ ระบบทางเดินสมอง โดยตั้งเป้าหมายใน 10 ปีจากนี้โรงพยาบาลธนบุรีจะเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยหนัก

สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลนั้น ในส่วนโรงพยาบาลปิยะเวท เตรียมเปิดให้บริการศูนย์การรักษาเพิ่มขึ้นคือ โรคทางเดินสมอง และไต และการเน้นตลาดเสริมความงามมากขึ้นด้วย มุ่งเป้าผู้ป่วยจากต่างประเทศเป็นหลัก และใน 2-3 เดือนนี้จะสามารถเปิดศูนย์แพทย์ทางเลือกที่ลงทุนไปกว่า 800 ล้านบาท และต่อจากนั้นบริษัทฯ ยังได้เตรียมแผนการทำตลาดด้วยการเอาท์ซอส คือ ลงทุนด้านเครื่องมือให้กับรัฐบาลอื่นๆอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยทำให้โรงบาลเลิดสิน เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี แล้ว ซึ่งการทำตลาดให้กับรัฐถึงแม้ว่าผลกำไรจะไม่มากเพียงแค่ 10 % แต่เมื่อมองถึงผลในระยะยาว จะเป็นการต่อยอดรายได้ให้กับบริษัทฯได้เป็นอย่างดี นายบุญกล่าว

ที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้เปิดให้บริการด้านสุขภาพ และสถาบันต่างๆ ที่มีการวิจัย และการรักษาที่เชี่ยวชาญอย่างครบวงจรซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการรักษา โดยทีมแพทย์ที่มีผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับความต้องการบริการด้านสุขภาพของลูกค้า ทั้งไทยและต่างชาติที่มีสัดส่วน 40 - 60% ตามลำดับ ซึ่งการรักษาโดยส่วนใหญ่นั้น ประกอบด้วย สถาบันหัวใจเพอร์เฟคฮาร์ท และสถาบันกระดูกและข้อ

สำหรับมูลค่าตลาดการใช้จ่ายจากต่างชาติต่อปีที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เฉพาะโรงพยาบาลคิดเป็น 40%หรือราว 24,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องปีละ 20% ปิยะเวทมีส่วนแบ่งประมาณ 10% ขณะที่ผู้นำตลาดคือบำรุงราษฎร์ประมาณ 60%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย