Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 มีนาคม 2550
ยูโรเปี้ยนสาดงบ1.2พันล.ลุยงัดทุกกลยุทธ์-ขยายสู่แสนร้านค้า             
 


   
search resources

Marketing
Snack and Bakery
ยูโรเปี้ยนฟู้ด, บมจ.




ยูโรเปี่ยน ฟู๊ด ลุยตลาดต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณ 1,200 ล้านบาท ประกาศมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ ทุกทิศทางทั้งใน- ต่างประเทศ ปรับทุกกลยุทธ์ทั้งเพิ่มกำลังผลิตลดต้นทุน ออกสินค้าใหม่ ขยายช่องทางจำหน่ายเป็น 100,000 จุด หวังดันยอดขายโต 25%

นายสมชาย เวชากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู๊ด จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายยูโร่คัสคัสตาร์ดเค้ก เลเยอร์เค้กตราเอสเซ่ เวเฟอร์ตราปักกิ่ง เวเฟอร์ตราโอโจ้ เยลลี่ปีโป้ เครื่องดื่มชาเขียวตราโตเซน ฯลฯ เปิดเผยว่า ในปี 2550 นี้บริษัทฯจะรุกตลาดต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ภายหลังจากที่ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯอีก 1,200 ล้านบาท จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท รวมเป็น 2,200 ล้านบาท เพื่อการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ๆลงตลาด และการสร้างความพร้อมทางด้านการผลิตให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

โดยงบดังกล่าวนั้นจะใช้ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ แบ่งเป็น 700 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนโรงงานและปรับปรุงระบบการผลิตใหม่ให้ดีขึ้นบนพื้นที่โรงงาน 400 ไร่ที่ปราจีนบุรี เพื่อรองรับการผลิตสินค้าใหม่ๆ ส่วนที่เหลืออีก 500 ล้านบาท จะใช้สำหรับเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในบริษัทฯทั้งทางด้านการตลาดและการลงทุนอื่นๆ

ขณะเดียวกันในปีนี้ยังมีแผนที่จะสร้างระบบการจัดจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การขายมากที่สุด แม้ว่าในปัจจุบันนี้บริษัทฯจะมีการกระจายสินค้าทั่วประเทศได้มากกว่า 50,000 จุดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เป็นระดับรองๆยังมีโอกาสอีกมาก โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าให้ถึง 100,000 จุดหรือร้านค้า

การขยายช่องทางจำหน่ายนี้ทำให้บริษัทฯมีโอกาสในการสร้างยอดขายได้ด้วย รวมทั้งเป็นการขยายตลาดและรับมือกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงแต่ละผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯทำตลาดอยู่

โดยในปลายเดือนเมษายนนี้บริษัทฯเตรียมที่จะนำระบบบริการใหม่มาใช้ ชื่อว่า อิเลคทริคคาร์ ซึ่งระบบดังกล่าวถือเป็นการสร้างแบรนด์อย่างหนึ่งให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยเป็นรถที่ใช้ระบบไฟฟ้าใหม่ จำนวน 35 คัน มาวิ่งรับส่งให้บริการกับลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ พร้อมกับการนำสินค้าใหม่มาแนะนำตลาดผ่านรถดังกล่าวด้วย เพื่อขยายตลาดไปยังย่านชุมชนต่างๆเช่น ตลาดนัดจตุจักร และมหาวิทยาลัยอีก 4-5 แห่ง เป็นต้น เป็นการประเดิมก่อน

สำหรับแผนการทำตลาดของผลิตภัณฑ์นั้น ปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 4-5 แบรนด์ หรือเพิ่มอีกประมาณ 7-8 รายการ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการเริ่มต้นกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งการออกสินค้าที่อยู่ในไลน์เดิมและเพิ่มรสชาติใหม่ รวมทั้งสินค้าในตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างความหลากหลาย

ล่าสุดได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เลเยอร์เค้กตราเอลเซ่ ไส้ครีมผสมแยม ราสเบอร์รี่ เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าทั่วไป โดยตั้งเป้าหมายยอดขายปีแรกของตัวใหม่นี้ไว้ที่ 100 ล้านบาท และบริษัทฯคาดว่า การเพิ่มสินค้ากลุ่มใหม่นี้ จะเป็นการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เลเยอร์เค้กเอลเซ่ขึ้นเป็น 43% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สำหรับสาเหตุที่บริษัทฯเลือกเจาะกลุ่มผลิภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเค้กนั้นเนื่องจากรายได้กว่า 40% มาจากกลุ่มนี้ โดยเฉลี่ยกลุ่มเค้กจะแบ่งสัดส่วนรายได้เป็นแบรนด์ยูโร่คัสตาร์ดเค้ก 50% เอลเซ่ 30% และอื่นๆอีก 20% ซึ่งการส่งสินค้าใหม่ในกลุ่มนี้ คาดว่าจะได้สัดส่วนในตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 84% จากปัจจุบันที่มีแชร์กลุ่มนี้รวม 80%

นอกจากนี้บริษัทฯยังเตรียมส่งสินค้าใหม่ลงตลาดคือ แบรนด์ คอลลาเนะ ลูกอมผสมสารคอลลาเจน จากเดิมที่บริษัทฯผลิตชาเขียวโตเซนผสมคอลลาเจนบ้างแล้ว เพื่อเกาะกระแสเฮลท์ตี้แอนด์บิวตี้ เพิ่มเติมจากเดิม และในอนาคตบริษัทฯจะเพิ่มการทำตลาดในกลุ่มนี้อีกด้วย หลังจากที่ตลาดชาเขียวหดตัวลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มนี้บริษัทฯเชื่อว่า จะเป็นการสร้างแบรนด์และเพิ่มยอดรายได้รวมเป็นอย่างดี รวมกับแผนการุกตลาดทั้งปี ทั้งกิจกรรมและกลยุทธ์ต่างๆ ซึ่งวางงบตลาดปีนี้ไว้ที่ 150 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมปีที่แล้วที่ใช้ 100 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นบีโลว์เดอะไลน์เป็นหลัก เพื่อเจาะเข้ากลุ่มผู้บริโภคโดยตรง จากเดิมที่เน้นสื่ออะโบฟเดอะไลน์

ส่วนตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทฯตั้งเป้าหมายที่เพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเป็น 25% จากรายได้รวม จากเดิมที่มีประมาณ 17% หรือมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท เท่านั้นเอง โดยเตรียมใช้กระบวนการลดต้นทุนต่างๆให้ได้ประมาณ 4% จากการจัดระบบการจัดการ บริหาร การตลาดใหม่ โดยใช้งบตลาดประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้จากแผนการดำเนินงานทั้งหมด บริษัทฯคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายในปีนี้รวมที่ 2,440 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเพิ่มมากถึง 25%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย