Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2536
"ป่อเต็กตึ๊ง-ร่วมกตัญญู : คู่บุญคู่แค้น"             
 

   
related stories

"ศูนย์กู้ภัยแตกต่างแต่อย่าแก่งแย่ง"

   
search resources

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
มูลนิธิร่วมกตัญญู




"เขาช่วยได้เยอะมาก แล้วทำจริงๆ ไม่ว่าตึกถล่มหรือไฟไหม้ แม้เขาจะมีหน้าที่หลักคือเก็บศพก็ตาม" แหล่งข่าวจากปอ.และกองตำรวจดับเพลิงต่างยอมรับถึงศักยภาพของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและมูลนิธิร่วมกตัญญูในการกู้ภัยแต่ละครั้ง "แต่บางครั้งก็เป็นปัญหาตามมาทีหลังว่าของหาย"

สองมูลนิธินี้เป็นเหมือนนักบุญที่คอยชุบชีวิตผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์ต่างๆ เรียกว่าที่ไหนเดือนร้อน ก็ไปถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นการช่วงชิงความดีและผลงานเพื่อประกาศศักดิ์ศรีจนภาพนักบุญกลายเป็นภาพผู้ร้ายอยู่บ่อยๆ

เมื่อต่างฝ่ายต่างยึดและแย่งกันทำความดี เพราะเชื่อว่าการเก็บศพโดยเฉพาะศพไร้ญาตินั้น เป็นการนำวิญญาณผู้ตายไปสู่ที่เกิดใหม่ ซึ่งถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ ขณะที่ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูถือความคิดว่า การแข่งขันทำบุญย่อมจะดีกว่าการผูกขาด หลังจากที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเกิดก่อนถึง 33 ปี

ถ้าเทียบกันแล้ว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เปรียบตรงความใหญ่โดยเริ่มก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2445 เน้นหนักงานบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะที่เป็นผู้ด้อยโอกาสและตกทุกข์ได้ยากเพื่อสานต่อเจตนารมย์ของหลวงปู่ไต้ฮง พระจีนที่อุทิศตนช่วยคนประสบภัยพิบัติในจีน

คนไทยที่นำโดยฮง เตชะวานิชกับคณะจากเมืองจีนอีก 11 คนจึงรวมกลุ่มกันในไทยเพื่อเผยแพร่กิจกรรมกุศลอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการแจกยา แจกอาหารตลอดจนถึงการเก็บศพอยู่ข้างวัดคณิกาผล กรุงเทพฯ

จนต่อมาเมื่อกรรมการเก่าตายกันไปมาก บรรดาลูกหลานของคนตาย ประกาศหนังสือพิมพ์ให้บรรดานายกสมาคมจีนในไทยเข้ามาช่วยเลือกคนที่มีคุณสมบัติเพื่ออุทิศตัวรับผอดชอบงานต่อไป พร้อมทั้งตั้งเป็นมูลนิธิในปี 2480 อันเป็นโครงสร้างที่จะช่วยกระจายการทำประโยชน์แก่สังคมให้กว้างขึ้น

จะเห็นว่ามีทั้งการสร้างโรงพยาบาลหัวเฉียวเพื่อรับผู้ป่วยทุกสาขา ตั้งสุสานวัดดอน วิทยาลัยหัวเฉียว รวมถึงโครงการมหาวิทยาลัยหัวเฉียวที่บางนา-ตราด

ขณะที่มูลนิธีร่วมกตัญญูเกิดขึ้นจากพ่อค้าขายกาแฟชาวจีนที่มีหัวใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ผู้ด้อยโอกาสกว่าในชุมชนแออัด ตรอกโรงหมู กล้วยน้ำไท โดยเฉพาะกับคนจนๆ ที่ตายแล้วไม่มีเงินซื้อโลงศพ สมเกียรติ สมสกุลรุ่งเรืองก็ซื้อให้ทุกราย

ต่อมา พอมีคนขอความช่วยเหลือมากเข้า เพราะเห็นว่าสมเกียรติใจบุญ ขณะที่เขาคิดว่าลำพังตัวเองและครอบครัวคงช่วยไม่ไหว ก็รวบรวมพรรคพวกจนได้โรจน์ โชติรุ่งเรืองหมอแผนโบราณย่านนั้นสมทบเป็นกำลังสำคัญ

โดยเฉพาะงานเก็บศพได้ขยายวงจรจากท่าเรือคลองเตยระเรื่องไปพระโขนง พระประแดง บางขุนเทียน ซึ่งแรกๆ จะทำในนามของ "ศาลหลวงปู่เปี่ยม" ศาลเจ้าพ่อละแวกนั้นที่มีผู้คนนับถือ จนมาตั้งเป็นมูลนิธิในปี 2513 เพื่อมุ่งงานเก็บศพโดยเฉพาะ ทำให้ 2 มูลนิธิเริ่มแข่งขันเพื่อเอาผลงานกันมากขึ้น

ยิ่งเกิดกรณีน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้เมื่อปี 2517 มูลนิธิร่วมกตัญญูได้ขยายงานเพิ่มในส่วนงานแผนกช่วยเหลือผู้ประสบภัยและศูนย์วิทยุสื่อสาร รวมถึงงานการศึกษาเพื่อเด็กทั่วประเทศ ยิ่งทำให้มูลนิธิใหญ่อยากรวบมูลนิธิเล็กไว้ในอำนาจมากขึ้นเพื่อตัดคู่แข่ง แต่มูลนิธิร่วมกตัญญูประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมอยู่ในอาณัติของใคร

เพราะเชื่อว่า การทำความดีก็ต้องแข่งขันและเสรี สังคมจึงจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น…!

เมื่อแข่งกันด้วยทิฐิความดี บุญก็กลายเป็นบาปไปโดยไม่ตั้งใจ จนเกิดภาพการช่วงชิงที่แต่ละฝ่ายจะต้องไปถึงที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะใครเก็บศพได้ก่อนก็ถือว่าเป็นผลงานที่จะอวดกับประชาชนว่าตนมีประสิทธิภาพกว่า

ระยะหลังจึงมีข่าวแย่งศพ ขับรถตัดหน้าโฉบเฉี่ยวเพื่อให้ได้ศพก่อนอยู่เนืองๆ ถึงขนาดที่ออกข่าวเกทับกันสุดขั้ว หากใครพลาดพลั้งเสียท่าเกิดไปเก็บศพใครแล้วของหายขึ้นมา

ด้วยทิฐิแห่งความเชื่อที่ผูกติดอย่างแน่นหนา จึงมีข่าวตามออกมาด้วยว่าทางมูลนิธิจ่ายค่าศพที่เก็บได้เป็นรายหัวเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงานและโชว์ผลงาน แม้ทั้ง 2 มูลนิธิจะปฏิเสธกระแสข่าวอย่างหนักแน่นก็ตาม แต่มิอาจตัดความเชื่อในใจประชาชนได้อยู่ดี จนภายหลังเมื่อกระทบกันมากเข้า ยิ่งจะเสียภาพพจน์ทั้งคู่ จึงมีข้อตกลงว่าถ้าใครถึงก่อนก็ให้ฝ่ายนั้นดำเนินการ

ถ้าไปถึงพร้อมๆ กัน ก็ให้ตำรวจเป็นคนชี้ว่าใครควรจะเป็นคนเก็บศพ แต่อีกนั่นแหละ "มีการลอบบี้ตำรวจกันอีก" แหล่งข่าวที่รู้เรื่องมูลนิธิดีกล่าวถึงเบื้องหลัง

มูลนิธิทั้งสองซึ่งเคยเป็นเหมือนคู่บุญในสายตาประชาชนในหลายครั้งจึงกลายเป็นคู่แค้นไปด้วย…!

แต่เชื่อว่าถ้ามีการจัดระบบประสานงานและการสั่งการที่ดี มูลนิธิจะช่วยงานกู้ภัยได้อย่างแข็งขันทีเดียว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย