Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2550
บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ Low Cost Player             
โดย ณัฐวัฒน์ หอมจิตต์
 

   
related stories

ธุรกิจรับสร้างบ้าน ตลาดโตแต่เหนื่อย
รอแยลเฮ้าส์ โตท่ามกลางวิกฤติ
โฟร์พัฒนา ราคาตามคุณภาพ

   
www resources

โฮมเพจ บริษัท บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ จำกัด

   
search resources

Construction
บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์, บจก.
สุธี เกตุศิริ




บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ประกาศตัวเน้นตลาดบ้าน 8 แสน ถึง 2 ล้านบาท ชิงตลาดใหญ่จากกลุ่มผู้รับเหมารายย่อย มั่นใจต้นทุนสู้ได้

ปีที่ผ่านมาตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลประเมินกันว่ามีมูลค่าราว 30,000 ล้านบาท แต่บริษัทรับสร้างบ้านกลับมีส่วนแบ่งในตลาดนี้ไม่เกิน 20% เท่านั้น เนื่องจากตลาดใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ปลูกบ้านขนาดเล็ก ระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งโดยมากจะเลือกใช้ผู้รับเหมารายย่อย เนื่องจากงบประมาณที่จำกัด ขณะที่บริษัทรับสร้างบ้านทั่วไปก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตลาดนี้มากนัก เนื่องจากมีกำไรไม่มาก

แต่บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ตั้งขึ้นโดยประกาศตัวชัดเจนว่า มุ่งจับตลาดบ้านราคา 8 แสนถึง 2 ล้านบาทเป็นหลัก

"เท่าที่คุยกับลูกค้า เขาก็อยากมาใช้บริษัทรับสร้างบ้านแต่เขา สู้ราคาไม่ไหว แล้วตลาดนี้ก็ไม่มีใครอยากลงมาเล่น เพราะกำไรน้อย มันเหนื่อย แต่ถ้าได้เยอะๆ มันก็ไม่น้อย เหนื่อยหน่อยแต่ดีมานด์สูง" สุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ กล่าวถึงการตัดสินใจจับกลุ่มลูกค้าบ้านราคาถูก

ก่อนหน้าที่จะลงมาจับตลาดนี้ สุธีมีประสบการณ์ในธุรกิจรับสร้างบ้านจากการเป็นผู้บริหารบริษัท ซีคอน มานานถึง 15 ปี รวมกับ บทบาทในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บิวท์ ทู บิวด์ ในเครือซีคอนอีก 5 ปี เขาเห็นและสนใจตลาดนี้มาโดยตลอด แต่ยังไม่พร้อม จนกระทั่งเดือนเมษายน 2548 จึงได้ตัดสินใจตั้งบางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ โดยที่ตัวเขารับหน้าที่กรรมการผู้จัดการควบคู่ไปกับตำแหน่งเดิมที่บิวท์ ทู บิวด์

"พอเรามาจับตลาดนี้เราก็เป็นขวัญใจของลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะเดิมเขาก็ไม่อยากใช้ผู้รับเหมาอยู่แล้ว เพราะมันมีความเสี่ยง แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก พอเรามาปีแรกก็ได้ยอด 120 ล้านบาท ซึ่งเซอร์ไพรส์เรามาก เพราะเรารู้ว่าตามปกติมันต้องตั้งมาเป็นสิบปีถึงจะทำยอดได้ระดับ 100 ล้านขึ้นไป"

การมองตลาดทะลุของบางกอกเฮ้าส์ฯ ส่งผลถึงความ สำเร็จในด้านยอดขาย 2 ปีที่ผ่านมาปลูกบ้านไปแล้ว 150 หลัง ปีแรกมีรายได้ 120 ล้านบาท ปีที่ผ่านมาปิดยอดที่ 180 ล้านบาท และปีนี้สุธีคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นได้เป็น 220 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญของธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดบ้านระดับราคา เช่นนี้ การที่บางกอกเฮ้าส์ฯ สามารถลดราคาบ้านลงเหลือตารางเมตรละ 9,000-12,000 บาทได้เช่นนี้เป็นผลมาจากปัจจัย 3 ประการด้วยกัน

ข้อแรก บางกอกเฮ้าส์ฯ ใช้ระบบก่อสร้างแบบสำเร็จรูปจากโรงงาน ซึ่งเป็นโรงงานของกลุ่มซีคอนเองทำการผลิตส่งให้กับซีคอน บิวท์ ทู บิวด์ และบางกอกเฮ้าส์ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำลง จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยสุธีเล่าว่า โรงงานแห่งนี้ถูกออกแบบ มาเพื่อใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนให้กับธุรกิจรับสร้างบ้านโดยเฉพาะ สามารถผลิตชิ้นส่วนให้มีขนาดเล็ก เพื่อสะดวกต่อการขนส่งเข้าไปในจุดก่อสร้างโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเดือนละ 25 หลัง

ประการถัดมา บางกอกเฮ้าส์ฯ ใช้บุคลากรส่วนกลางร่วมกับบิวท์ ทู บิวด์ ทั้งในส่วนของบัญชี การเงิน จัดซื้อ ติดต่อราชการและ งานสำรวจ ทำให้ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น สุดท้ายคือการยอมบวกกำไรในสัดส่วนที่ลดลง เพื่อขายให้ได้จำนวนมากขึ้น

การเฉือนกำไรลงถือเป็นความเสี่ยงประการหนึ่งของบางกอกเฮ้าส์ฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวขึ้น เพราะหากราคาวัสดุปรับขึ้นมากก็จะกระทบต่อกำไรในบ้านแต่ละหลัง ด้วยเหตุนี้จึงต้องติดตามและควบคุมราคาอย่างใกล้ชิด

"เราต้องมีการคุยกับซัปพลายเออร์ด้วยว่า วัสดุตัวนี้เราขอราคานี้ 100 หลัง อย่าขึ้นราคานะ เป็นเรื่องที่เราต้องคิดล่วงหน้า แต่ ถ้าเราระวังมากไปราคาเราก็จะแพง ก็เสียลูกค้า แต่ถ้าระวังน้อยไปเราก็เสียหาย"

สุธีย้ำว่า ถึงแม้ราคาบ้านของบางกอกเฮ้าส์ฯ จะต่ำกว่าเจ้าอื่น แต่คุณภาพก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากโครงสร้างผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน วัสดุที่ใช้ก็มาจากผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับทีมช่างก็มีการตรวจสอบคุณภาพก่อนรับงาน เขาอธิบายถึงเรื่องนี้โดยเปรียบเทียบกับรถยนต์

"ต้องทำความเข้าใจกันก่อน ไม่ใช่ว่าคุณภาพจะต่างกันจนบ้านของบางกอกเฮ้าส์ฯ ไม่ดี เหมือนเราจะซื้อรถยนต์ ถ้าเรามีเงินซื้อได้แค่ VIOS เราก็แฮปปี้กับมาตรฐานของ VIOS แต่ตอนขับก็ย่อม จะไม่นิ่มเหมือน CAMRY วัสดุก็ไม่เท่า การประกอบก็ไม่เท่า ด้วยราคาเท่านี้มันต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่คนซื้อ VIOS ก็แฮปปี้นะ"

ปัจจุบันบางกอกเฮ้าส์ฯ มี 5 สาขา ได้แก่ ศรีนครินทร์ ติวานนท์ หนองแขม ทาวน์อินทาวน์ และบางขุนเทียน สามารถรับงานได้ทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียงบางแห่ง เช่น สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา โดยมีทีมงานที่สามารถ ปลูกบ้านได้พร้อมกันทีเดียวถึง 60 หลัง

ขณะนี้สุธีสวมหมวก 2 ใบพร้อมกันในฐานะกรรมการผู้จัดการ บิวท์ ทู บิวด์ ที่เขาเป็นผู้บริหารและบางกอกเฮ้าส์ ซึ่งเขาเป็นผู้ถือหุ้น ใหญ่ แต่กลุ่มลูกค้าก็ไม่ได้แย่งกัน เพราะระดับราคาเป็นตัวสกรีนขั้นต้นไปแล้วชั้นหนึ่ง ยกเว้นในกลุ่มที่ราคาเหลื่อมกันอยู่บ้าง

"ลูกค้าที่จะมาปลูกกับบิวท์ ทู บิวด์แล้วเปลี่ยนเป็นบางกอกเฮ้าส์ฯ ไม่มี แต่ลูกค้าที่มาบางกอกเฮ้าส์ฯ แล้วเปลี่ยนใจไปบิวท์ ทู บิวด์ มีหลายหลังแล้ว ลูกค้ามีแต่อัพขึ้น ไม่มีลง"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย